Author Archives: admin

เปิดความลับ กล้ามขาแข็งแรงดีต่อร่างกายอย่างไร พร้อม 4 ท่าซ้อมง่าย ๆ ที่คุณไม่ควรพลาด

กล้ามขาแข็งแรงต้องฝึกยังไง.jpg

สังเกตไหมว่าเวลาเข้าฟิตเนส ท่ามกลางเครื่องเล่นมากมาย โซนฝึกกล้ามขามักจะเป็นโซนที่เงียบเหงาที่สุด หลายคนเลือกที่จะข้ามวันเล่นขา เพราะไม่อยากเจออาการปวดตึงที่ตามมาในวันรุ่งขึ้น แต่รู้หรือไม่ว่า ขาคือฐานรากสำคัญที่สุดของร่างกาย เปรียบเสมือนเสาเข็มของตึกสูง หากรากฐานไม่มั่นคง ร่างกายส่วนอื่น ก็ยากที่จะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ วันนี้ลุงจะพาทุกคนไปเจาะลึกว่า การมีกล้ามขาที่แข็งแรงส่งผลดีต่อชีวิตประจำวัน และการออกกำลังกายของคุณอย่างไรบ้าง พร้อมแนะนำ 4 ท่าซ้อมเด็ดที่จะช่วยอัปเกรดเรียวขาของคุณให้ฟิตปั๋ง และแข็งแรงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทำไมต้องฝึกกล้ามขา หากคุณคิดว่าการเล่นขาช่วยแค่เรื่องความสวยงามของรูปร่างเท่านั้น บอกเลยว่าคุณคิดผิด ในความเป็นจริง หากกล้ามขาของเราแข็งแรง จะช่วยลดโอกาสบาดเจ็บตอนออกกำลังกาย และเพิ่มพลังในการทำกิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันได้ดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเดินขึ้นบันได การยกของหนัก หรือแม้แต่การลุกนั่งธรรมดา เจาะลึก 4 ส่วนกล้ามเนื้อขา และท่าออกกำลังกายที่ตอบโจทย์ ร่างกายของเราประกอบด้วยกล้ามเนื้อขาหลายส่วน ซึ่งแต่ละส่วนทำหน้าที่แตกต่างกันไป นี่คือ 4 มัดกล้ามเนื้อสำคัญที่คุณควรใส่ใจ 1. กล้ามเนื้อก้น (Glutes) กล้ามเนื้อก้นเป็นกล้ามเนื้อมัดใหญ่ที่สุดในร่างกาย ซึ่งไม่ได้มีดีแค่เรื่องความกระชับ และสัดส่วนที่สวยงามเท่านั้น แต่ยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพโดยตรงอีกด้วย ช่วยให้การทรงตัวดีขึ้น ช่วยลดและป้องกันอาการปวดหลังส่วนล่าง และเพิ่มพลังการเด้งตัวหรือการกระโดดให้สูงขึ้น ท่าฝึกแนะนำ: ท่าสควอท ท่าเบสิก แต่ทรงพลังที่สุด ช่วยกระตุ้นกล้ามเนื้อก้น และต้นขาได้พร้อมกันในท่าเดียว…

นี่แดดเมืองไทยหรือนรก? เช็กระดับผิวไหม้แดด พร้อมวิธีกู้ผิวพังให้กลับมาปังใน 3 ขั้นตอน

ตากแดดจนผิวไหม้ ทำยังไงดี.jpg

แดดเมืองไทยร้อน จนเหมือนซ้อมตกนรก เดินไปข้างนอกไม่กี่นาที รู้ตัวอีกทีผิวก็เปลี่ยนสี แถมยังมีอาการผิวไหม้แดด (Sunburn) ยิ่งช่วงที่ค่า UV Index พุ่งสูงทะลุหลอด ก็แทบไม่มีใครรอดจากการโดนแดดทำร้าย วันนี้ลุงจะพาทุกคนมาเช็กอาการว่า ผิวที่โดนแดดแผดเผาของคุณตอนนี้ชำรุดอยู่เลเวลไหน พร้อมวิธีการกู้ผิวพังให้กลับมาสวยใส สุขภาพดีแบบเร่งด่วน เช็กด่วนว่าผิวของคุณไหม้แดดเลเวลไหน? มาประเมินก่อนว่าผิวของเราได้รับความเสียหายแค่ไหน เพื่อจะได้เลือกวิธีดูแลรักษาได้อย่างตรงจุด โดยสามารถแบ่งระดับความรุนแรงของผิวไหม้แดดออกเป็น 3 เลเวล ดังนี้ Lv. 1: ผิวแดงคล้ำ (แสบเบาๆ พอหยิกๆ) เลเวลนี้ถือเป็นระดับเริ่มต้นที่เป็นกันบ่อยสุด ผิวจะมีลักษณะแดงคล้ำขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากเม็ดสีเมลานินทำงานหนัก และอาจจะรู้สึกแสบผิวเล็กน้อยเวลาเสื้อผ้าเสียดสี ผิวเลเวลนี้จะใช้เวลาฟื้นตัวเพียงแค่ 3-5 วัน ก็จะค่อยๆ ดีขึ้น และกลับมาเป็นปกติได้เอง Lv. 2: ผิวบวมแดง (แตะทีมีสะดุ้ง!) ผิวเลเวลนี้ไม่ใช่แค่เปลี่ยนสีธรรมดา แต่จะเริ่มมีอาการบวมแดงร่วมด้วย และจะรู้สึกแสบจี๊ดๆ ทุกครั้งที่ไปสัมผัสโดน สำหรับใครที่อยู่เลเวลนี้ ต้องใจเย็น และให้เวลาร่างกายหน่อย เพราะผิวต้องใช้เวลาซ่อมแซมตัวเองประมาณ 1 สัปดาห์เต็มๆ อาการบวมแดงถึงจะค่อยๆ บรรเทาลง Lv. 3:…

ถอดรหัสมัดกล้าม “กล้ามอืด” VS “กล้ามระเบิด” อยากหุ่นดี ฟิตเฟิร์ม ต้องซ้อมแบบไหน?

จะปั้นกล้าม ต้องเข้าใจกล้าม.jpg

ทำไมบางคนวิ่งมาราธอนได้เป็นชั่วโมงๆ โดยไม่มีท่าทีว่าจะเหนื่อยง่ายๆ ขณะที่บางคนสามารถยกน้ำหนักได้ราวกับมีพลังช้างสาร แต่พอให้ไปวิ่งเหยาะๆ แป๊บเดียวกลับหอบแฮก? คำตอบของเรื่องนี้ไม่ได้อยู่ที่ใจสู้หรือไม่สู้เพียงอย่างเดียว แต่ถูกกำหนดด้วยกลไกอัจฉริยะลึกเข้าไปในเส้นใยกล้ามเนื้อของเราต่างหาก ใครที่กำลังหาทางปั้นหุ่น สร้างกล้ามเนื้อ หรืออยากเพิ่มประสิทธิภาพในการออกกำลังกาย สิ่งสำคัญอันดับแรกที่ต้องทำความเข้าใจคือ ในร่างกายของเราประกอบไปด้วยกล้ามเนื้อย่อย 2 ชนิดหลักๆ ซึ่งทำงานและให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง วันนี้ลุงจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกล้ามอึด และกล้ามระเบิด เพื่อให้คุณสามารถวางแผนการซ้อมได้อย่างตรงจุด และมีประสิทธิภาพครับ กล้ามอึด (Slow Twitch) สายอึด ถึก ทน วิ่งได้ทั้งวันไม่มีหมดก๊อก เริ่มต้นที่กล้ามอึด หรือ Slow Twitch กล้ามเนื้อชนิดนี้เปรียบเสมือนเครื่องยนต์ดีเซลที่วิ่งได้เรื่อยๆ กินน้ำมันน้อย แต่วิ่งได้ไกลแสนไกล หน้าที่หลักของมันคือ ช่วยให้ร่างกายขยับได้ต่อเนื่องยาวนาน และที่สำคัญคือมันเมื่อยยากมาก ลักษณะเด่นเมื่อร่างกายมีกล้ามอึดเยอะ อยากฝึกกล้ามอืดต้องซ้อมอย่างไร? การจะกระตุ้นเส้นใยกล้ามเนื้อชนิดนี้ ต้องเน้นไปที่การออกกำลังกายแบบ Cardiovascular Endurance หรือการฝึกที่ใช้แรงต้านต่ำ แต่ทำซ้ำๆ เป็นเวลานาน เช่น กล้ามระเบิด (Fast Twitch) พลังทำลายสูง รวดเร็ว และทรงพลัง มาที่กล้ามเนื้ออีกฝั่งอย่างกล้ามระเบิด หรือ Fast…

กินหวานไประวังแก่ เผยตัวร้ายทำลายผิว พร้อมวิธีโกงอายุเซลล์ให้หน้าเด็กสวนทางวัย

กินหวานมากไป ระวังแก่.jpg

เคยสงสัยไหม ทำไมประโคมสกินแคร์ราคาแพง แต่ริ้วรอยก็ยังถามหา แถมหน้าดูหมองคล้ำไม่สดใส? คำตอบอาจไม่ได้อยู่ที่ครีมบำรุง แต่อยู่ในอาหารที่คุณกินต่างหาก โดยเฉพาะสายหวานที่ต้องมีชาไข่มุก บิงซู ขนมเค้ก หรือน้ำหวานตกถึงท้องทุกวัน บอกเลยว่าคุณกำลังรับยาเร่งแก่เข้าร่างกายแบบไม่รู้ตัว วันนี้ลุงจะพาทุกคนมาเจาะลึกว่า ทำไมการกินหวานถึงทำให้เราแก่เร็ว? พร้อมแจกสูตรการควบคุมน้ำตาลที่จะช่วยคืนความอ่อนเยาว์ให้ผิวกลับมาเด้งฟูอีกครั้ง ทำไมความหวานถึงเปลี่ยนหน้าใสให้กลายเป็นหน้าแก่? หลายคนทราบดีว่าการกินหวานทำให้อ้วน และเสี่ยงต่อโรคเบาหวาน แต่รู้หรือไม่ว่า น้ำตาลคือศัตรูตัวฉกาจอันดับหนึ่งของผิว เมื่อเรากินของหวานๆ กระบวนการทำร้ายผิวจะเริ่มทำงานเงียบๆ ภายในร่างกายของเราดังนี้ เคล็ดลับลดหวาน โกงอายุผิวที่ทำได้จริง หากไม่อยากให้หน้าล้ำอายุจริง การปรับพฤติกรรมการกินคือทางออกที่มีประสิทธิภาพและประหยัดที่สุด 1. คุมโควต้าน้ำตาลไม่เกิน 24 กรัมต่อวัน เพื่อผิวที่ดีและร่างกายที่แข็งแรง ควรจำกัดปริมาณการกินน้ำตาลให้ไม่เกินวันละ 24 กรัม (หรือประมาณ 6 ช้อนชา) การควบคุมน้ำตาลในปริมาณนี้จะช่วยลดการเสื่อมของเซลล์ผิวได้สูงถึง 25% เลยทีเดียว ยิ่งลดหวาน ผิวก็ยิ่งได้พักผ่อนและฟื้นฟูตัวเองได้ดียิ่งขึ้น 2. งดน้ำอัดลม ชะลอความเสื่อมของเซลล์ได้ถึง 4.6 ปี น้ำอัดลมและน้ำหวานคือตัวการใหญ่ที่ส่งน้ำตาลเข้าสู่ร่างกายแบบเต็มสูบ การงดดื่มน้ำอัดลมจะช่วยลดภาระของร่างกายและชะลอความเสื่อมของเซลล์ได้ถึง 4.6 ปี การลงทุนกับผิวพรรณที่ดีที่สุด ไม่ใช่การซื้อครีมราคาหลักหมื่น แต่อยู่ที่การเลือกตักอาหารเข้าปากในแต่ละวัน การลดความหวานอาจจะเป็นเรื่องยากและทรมานใจในช่วงแรก…

คุณกำลังเครียดไม่รู้ตัวอยู่หรือเปล่า? มาเช็กสัญญาณเตือนกาย-ใจกัน

ทำแบบนี้ กำลังเครียดไม่รู้ตัวอยู่หรือเปล่า.jpg

เคยสังเกตตัวเองกันไหมครับ? เวลาที่นั่งทำงานเครียด ๆ อ่านหนังสือสอบ หรือแม้แต่นอนดูซีรีส์เพลิน ๆ มือไม้ของเรามักจะอยู่ไม่สุข บางคนรู้ตัวอีกทีก็กำลังแกะสะเก็ดแผลจนเลือดซิบ บางคนดึงเส้นผมเล่นจนหลุดร่วง หรือบางคนก็กัดเล็บตัวเองจนกุดแทบไม่เหลือเนื้อเล็บ พฤติกรรมเล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านี้ หลายคนมักมองข้าม และคิดว่าเป็นแค่นิสัยส่วนตัว หรือ ความซนของมือ แต่ในความเป็นจริง มันอาจจะเป็นสัญญาณเตือนจากร่างกายที่กำลังบอกว่า คุณกำลังเผชิญกับภาวะเครียดไม่รู้ตัว อยู่ก็ได้ครับ วันนี้ลุงจะพาไปเจาะลึกพฤติกรรมเหล่านี้ว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร และเมื่อไหร่ที่ควรเริ่มระวังตัว 3 พฤติกรรมยอดฮิต เผลอทำเมื่อไหร่แปลว่าใจเริ่มล้า มาลองเช็กซิว่าคุณกำลังมีอาการเหล่านี้อยู่หรือเปล่า? 1. ชอบแกะหรือจิกผิวจนเป็นแผล ไม่ว่าจะเป็นรอยสิว สะเก็ดแผลเล็ก ๆ หรือแม้แต่ผิวแห้ง ๆ รอบเล็บ มือเจ้ากรรมก็ชอบไปแกะ ไปเกา ยิ่งแกะยิ่งรู้สึกมันมือ รู้ตัวอีกทีก็แผลเปิด เลือดซิบ และทิ้งรอยแผลเป็นแดง ๆ ดำ ๆ ไว้ให้ช้ำใจเล่น 2. ชอบดึงผมจนเริ่มบาง อาการนี้มักเกิดขึ้นเวลาที่ต้องใช้ความคิดหรือมีเรื่องกังวลใจ หลายคนเริ่มจากการม้วนผมเล่น ดึงเส้นผมเบา ๆ แล้วจบด้วยการดึงผมขาดติดมือออกมา ยิ่งเครียดก็ยิ่งดึง…

แก้เผ็ดแบบนี้ หายจริงหรือคิดไปเอง? แฉวิธีดับร้อนที่คนรักของแซ่บต้องรู้

แก้เผ็ดแบบนี้ มันหายไหมนะ.jpg

ใครเป็นบ้าง? สั่งส้มตำพริก 10 เม็ด ยำรสแซ่บสะเด็ดน้ำ หรือหมาล่าเผ็ดชาลิ้น ตอนกินน่ะฟิน แต่พอความเผ็ดออกฤทธิ์ หูก็ดับ ปากก็เจ่อ ทรมานจนต้องร้องขอชีวิต แล้วเวลาเผ็ดขึ้นสมองแบบนี้ คุณใช้วิธีไหนในเอาตัวรอด? วิ่งหาน้ำเย็น ดื่มเบียร์ หรือแค่อ้าปากรับลม? วันนี้ลุงจะพาไปชำแหละเคล็ดลับการแก้เผ็ด ว่าวิธีไหนที่ช่วยเราได้จริง วิธีไหนที่เป็นความเชื่อผิดๆ กรุ๊ป A: วิธีดับเผ็ดระดับช่วยชีวิต เริ่มด้วยกลุ่มวิธีที่ผ่านการพิสูจน์แล้วว่าช่วยบรรเทาอาการเผ็ดร้อนในปากได้จริง มีวิทยาศาสตร์รองรับ แถมทำได้ง่ายๆ กรุ๊ป B: วิธีดับเผ็ดที่ยิ่งทำยิ่งพัง หลายคนเข้าใจผิดคิดว่าวิธีเหล่านี้ช่วยได้ แต่จริงๆ แล้วมันยิ่งทำให้แคปไซซินลุกโชนขึ้นกว่าเดิม เสี่ยงปากพองไม่รู้ตัว กินอาหารรสจัดจ้านเป็นความสุขของชีวิต แต่ต้องรู้จักวิธีรับมืออย่างชาญฉลาด ครั้งหน้าถ้ามีนัดกินส้มตำพริกสิบเม็ด อย่าลืมพกนมเย็นเจี๊ยบ หรือลูกอมรสหวานติดตัวไว้เสมอนะครับ

จามบ่อย ๆ เป็นอะไรกันแน่? เช็กอาการจาม แบบไหนเป็นหวัด ภูมิแพ้ หรือแค่คิดไปเอง

จามแบบนี้ อาจเป็นสัญญาณของอะไร.jpg

เสียงจามที่ดังขึ้นมาดื้อ ๆ หลายคนอาจเคยได้ยินความเชื่อโบราณที่บอกว่า จาม 1 ครั้งมีคนนินทา จาม 2 ครั้งมีคนคิดถึง แต่ความจริงทางวิทยาศาสตร์ การจามไม่ได้เกิดจากแรงคิดถึงของใครหรอกครับ มันคือปฏิกิริยาของร่างกายที่พยายามขับสิ่งแปลกปลอม หรือสารระคายเคืองที่หลุดเข้ามาในโพรงจมูกต่างหาก แล้วเคยสงสัยไหมว่า อาการจามที่เราเป็นบ่อย ๆ มันเป็นสัญญาณเตือนของโรคอะไรกันแน่? วันนี้ลุงจะพาทุกคนเช็กอาการจามรูปแบบต่าง ๆ เพื่อจะได้ดูแลตัวเองได้อย่างถูกต้อง และไม่ต้องมโนไปไกล จาม + คัน + คัดจมูกน้ำมูกไหล = ภูมิแพ้ หากคุณมีอาการจามบ่อย ๆ ร่วมกับอาการคันยิบ ๆ ที่ตาหรือจมูก มีน้ำมูกใส ๆ ไหลออกมา และรู้สึกคัดจมูกจนหายใจไม่ค่อยสะดวก โดยเฉพาะเวลาที่ต้องเจอกับฝุ่น ควัน เกสรดอกไม้ หรือขนสัตว์ อาการแบบนี้เดาได้ไม่ยากเลยครับ คุณกำลังเผชิญกับโรคภูมิแพ้นั่นเอง วิธีรับมือและดูแลตัวเอง จาม + ไข้ + เจ็บคอ มีน้ำมูก = ไข้หวัด ถ้าจามแล้วไม่ได้มีแค่คันจมูก แต่เริ่มมีไข้ต่ำ ๆ…

หินปูนวายร้าย ตัวการทำลายฟัน เผยเคล็ดลับกู้รอยยิ้มสวย มั่นใจเกินร้อย

หินปูวายร้าย ทำลายฟัน.jpg

ตอนเอาลิ้นแตะๆ บริเวณโคนฟัน แล้วรู้สึกสากๆ หรือสังเกตเห็นคราบสีเหลืองอมน้ำตาลเกาะแน่นอยู่ตามซอกฟันไหม สิ่งนั้นคือหินปูน วายร้ายตัวฉกาจที่คอยจ้องจะทำลายรอยยิ้มและสุขภาพช่องปากของเราอยู่เงียบๆ วันนี้ลุงจะพาทุกคนไปเจาะลึกถึงต้นตอของหินปูน พร้อมเผยวิธีป้องกันที่จะช่วยเซฟฟันสวยๆ ให้อยู่คู่กับเราไปนานแสนนานกันครับ หินปูนเกิดขึ้นได้อย่างไร? หลายคนมักเข้าใจผิดว่าหินปูนเกิดขึ้นทันทีหลังกินอาหารเสร็จ แต่จริงๆ แล้ว กระบวนการสร้างหินปูนในช่องปากของเรามีขั้นตอนดังนี้ 3 ภัยร้าย เมื่อหินปูนยึดครองช่องปาก อย่าคิดว่าหินปูนเป็นแค่เรื่องของความสวยงามนะคะ เพราะถ้าปล่อยให้เจ้าวายร้ายนี้ลอยนวลอยู่ในปากนานเกินไป มันจะสร้างปัญหาใหญ่ตามมาถึง 3 ต่อด้วยกัน 1. ฟันผุและฟันโยก กรดที่แบคทีเรียบนหินปูนปล่อยออกมา จะค่อยๆ กัดเซาะเคลือบฟันจนทำให้เกิดปัญหาฟันผุ และหากหินปูนลุกลามลงไปใต้ขอบเหงือก มันจะเข้าไปทำลายกระดูกรองรับรากฟัน ทำให้ฟันเริ่มโยกเยกและอาจต้องสูญเสียฟันแท้ไปในที่สุด 2. โรคเหงือกอักเสบ หินปูนเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรคชั้นดี ซึ่งจะคอยระคายเคืองเหงือก ทำให้เหงือกมีสีแดงช้ำ บวมโต และมีเลือดออกง่ายขณะแปรงฟัน นำไปสู่โรคเหงือกอักเสบเรื้อรัง 3. กลิ่นปากกวนใจ เสียบุคลิกภาพ เศษอาหารและแบคทีเรียที่หมักหมมอยู่ภายใต้ซอกหินปูนอันหนาแน่น จะส่งกลิ่นเหม็นอับออกมาทุกครั้งที่เราพูดหรือหายใจ ทำให้เสียความมั่นใจและเสียบุคลิกภาพอย่างมากในการเข้าสังคม 4 วิธีป้องกันหินปูนง่ายๆ การป้องกันย่อมดีกว่าการรักษาเสมอ! มาดูวิธีดูแลและป้องกันไม่ให้เจ้าหินปูนกลับมาเกาะกวนใจ ด้วยเคล็ดลับดูแลช่องปากที่ใครๆ ก็ทำได้ดังนี้ การมีสุขภาพฟันที่ดีและมีรอยยิ้มที่มั่นใจไม่ใช่เรื่องยาก เพียงแค่เราใส่ใจดูแลความสะอาดในช่องปากในทุกๆ วัน อย่าปล่อยให้เจ้าหินปูนวายร้ายเข้ามาตั้งรกรากจนทำลายฟันสวยๆ ของเราได้…

หน้าพังไม่รู้ตัว เปิดกรุเช็กวันหมดอายุเครื่องสำอาง ชิ้นไหนควรทิ้ง ชิ้นไหนยังไปต่อได้

เครื่องสำอางที่ใช้ หมดอายุแล้วหรือยัง.jpg

บนโต๊ะเครื่องแป้งของคุณมีเครื่องสำอางอยู่กี่ชิ้น? ทั้งลิปสติกสีโปรดที่ซื้อมาซ้ำๆ อายแชโดว์พาเลตต์สุดวิบวับที่นานๆ ทีจะได้แต่ง หรือมาสคาร่าแท่งเก่งที่หยิบใช้ทุกวัน สำหรับสายบิวตี้แล้ว การสะสมเครื่องสำอางถือเป็นความสุขอย่างหนึ่ง แต่รู้หรือไม่ว่าเครื่องสำอางที่เราใช้อยู่ทุกวันก็มีอายุขัยของมันเหมือนกัน และหากเรายังฝืนใช้ต่อไปแทนที่จะได้ความสวยสะดุดตา อาจจะได้หน้าพัง และสิวอุดตันกลับมาแทน วันนี้ลุงจะพาทุกคนไปเปิดกรุโต๊ะเครื่องแป้ง เพื่อเช็กว่าเครื่องสำอางที่ใช้อยู่เนี่ยหมดอายุหรือยัง พร้อมวิธีสังเกตลักษณะการเปลี่ยนแปลงง่ายๆ ที่คุณสามารถเช็กได้ทันทีครับ ทำไมเครื่องสำอางถึงมีวันหมดอายุ หลายคนอาจคิดว่า ตราบใดที่เนื้อครีมไม่เปลี่ยนสี หรือกลิ่นไม่เหม็นหืน ก็ยังสามารถใช้งานได้ปกติ แต่ในความเป็นจริงแล้ว ทันทีที่เราเปิดฝาใช้งาน เครื่องสำอางจะเริ่มสัมผัสกับอากาศ นิ้วมือ และแปรงแต่งหน้า ซึ่งเป็นตัวนำพาสิ่งสกปรกและแบคทีเรียเข้าไปสะสม แม้ภายนอกจะดูปกติดี แต่สารเคมีและสารบำรุงบางอย่างอาจเสื่อมสภาพโดยที่เราไม่ได้สังเกตเห็นด้วยตาเปล่า ซึ่งนี่แหละคือตัวการเงียบที่ทำร้ายผิวหน้าของเรา เครื่องสำอางแต่ละประเภทอยู่ได้นานแค่ไหน เครื่องสำอางแต่ละประเภทมีอายุการใช้งานหลังเปิดใช้ (Period After Opening) ที่แตกต่างกัน มาดูกันดีกว่าว่าไอเทมชิ้นโปรดของคุณอยู่ได้นานแค่ไหน มีลักษณะอย่างไรเมื่อหมดอายุ มาสคาร่า (Mascara) มาสคาร่าถือเป็นไอเทมที่มีอายุการใช้งานสั้นที่สุด เนื่องจากหัวแปรงต้องดึงเข้าออกบ่อยๆ ทำให้สัมผัสกับอากาศและแบคทีเรียได้ง่าย อีกทั้งยังใช้กับบริเวณที่บอบบางอย่างดวงตา จึงต้องระวังเป็นพิเศษ รองพื้น (Foundation) งานผิวอย่างรองพื้นสูตรน้ำหรือเนื้อลิควิด หากเก็บรักษาไม่ดีหรือปล่อยให้โดนความร้อน สารประกอบในรองพื้นจะเริ่มเสื่อมสภาพและแยกตัวออกจากกัน ลิปสติก (Lipstick) ลิปสติกแท่งโปรดที่สัมผัสกับริมฝีปากและน้ำลายของเราบ่อยครั้ง แม้จะดูใช้ได้นาน แต่ก็มีขีดจำกัดเช่นกัน ดินสอเขียนคิ้ว…

น้ำหนักพุ่ง น้องชายแผ่ว เจาะลึกความอ้วนตัวร้ายทำเซ็กส์เสื่อม

ผู้ชายอ้วน เสี่ยงเซ็กส์เสื่อม.jpg

เคยสังเกตไหมว่าทำไมช่วงไหนที่น้ำหนักตัวพุ่งพรวด หน้าท้องเริ่มยื่น เสื้อผ้าเริ่มแน่น แล้วจู่ๆ น้องชาย หรือปิกาจูคู่ใจก็ดูเหมือนจะหมดพลังงาน ไม่เชื่อฟังเหมือนแต่ก่อน นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญคิดไปเองนะครับ แต่มันคือสัญญาณเตือนภัยเงียบทางสุขภาพที่ผู้ชายหลายคนกำลังเผชิญ นั่นคือภาวะเซ็กส์เสื่อมจากความอ้วน วันนี้ลุงจะพาทุกคนไปเจาะลึกกันว่า ทำไมความอ้วนถึงเป็นศัตรูตัวร้ายที่คอยบั่นทอนสมรรถภาพทางเพศ และชวนมาทำแบบทดสอบง่ายๆ เพื่อเช็คกันว่าตอนนี้ปิกาจูของคุณอยู่ในระดับความแข็งเลเวลไหนกันแน่ สัญญาณเตือนเซ็กส์เสื่อม อาการเซ็กส์เสื่อมไม่ได้หมายความว่าใช้งานไม่ได้เลยในทันที แต่มักจะค่อยๆ ส่งสัญญาณเตือนออกมาทีละนิด ซึ่งหากคุณมีอาการเหล่านี้ตั้งแต่ 1 ข้อขึ้นไป ปิกาจูกำลังมีปัญหาครับ อ้วนแล้วทำไมเสี่ยงเซ็กส์เสื่อม? หลายคนอาจสงสัยว่า แค่อ้วนขึ้น มีพุง แล้วมันไปเกี่ยวอะไรกับเรื่องบนเตียง? ในทางวิทยาศาสตร์และระบบการทำงานของร่างกาย ความอ้วนส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบสืบพันธุ์ชายดังนี้ครับ 1. ไขมันอุดตันเส้นเลือดในปิกาจู เส้นเลือดที่ไปเลี้ยงบริเวณอวัยวะเพศชายมีขนาดเล็กมาก เล็กยิ่งกว่าเส้นเลือดหัวใจเสียอีก เมื่อเรามีภาวะอ้วน ไขมันในเลือดจะสูงขึ้นและเข้าไปอุดตันตามเส้นเลือดฝอยเหล่านี้ ทำให้ทางเดินเลือดตีบแคบลง 2. เลือดเข้าไปคั่งให้แข็งตัวไม่ได้ กลไกการแข็งตัวของปิกาจูเกิดจากการที่เลือดไหลเวียนเข้าไปคั่งในเนื้อเยื่อฟองน้ำเมื่อได้รับการกระตุ้น แต่เมื่อเส้นเลือดอุดตัน เลือดจึงไม่สามารถไหลเข้าไปคั่งได้อย่างเต็มที่ ผลที่ตามมาคือ ทำให้น้องชายอ่อนปวกเปียก หรือแข็งได้ไม่นานก็หดตัวลง 3. ฮอร์โมนเพศชายลดลง ไขมันสะสมในร่างกายที่มากเกินไปจะเปลี่ยนฮอร์โมนเพศชาย (Testosterone) ให้กลายเป็นฮอร์โมนเพศหญิง (Estrogen) ส่งผลให้ความต้องการทางเพศลดลง กล้ามเนื้อลีบลง และอ่อนเพลียง่ายขึ้น เช็คตัวเองกัน ตอนนี้น้องชายแข็งระดับไหน?…