Author Archives: admin

ขอต่ออีกตอน รู้ตัวอีกทีเช้าแล้ว! ทำไมเราถึงติดซีรีส์ และ 4 เทคนิคดูแลร่างไม่ให้พัง

ติดซีรีส์ หยุดไม่ได้ทำยังไงดี.jpg

แฟนซีรีส์หลายคนเคยเจอกับสถานการณ์ที่สัญญากับตัวเองว่า“ขออีกแค่ตอนเดียวจะนอนแล้ว” แต่ตัดภาพมาอีกที ไก่ขันจนคอโก่ง แสงอาทิตย์แยงตา และเรายังนั่งตาค้างจ้องหน้าจออยู่ ไม่ว่าจะซีรีส์เกาหลีแนวโอปป้าสุดอบอุ่น หรือซีรีส์จีนย้อนยุคดราม่าเข้มข้น ก็ล้วนดูดเวลาชีวิตเรา แล้วทำไมเราถึงหยุดดูไม่ได้? จะทำยังไงเพื่อหลุดจากวงจรอุบาทว์ที่ทำให้ขอบตาดำเป็นหมีแพนด้า วันนี้ลุงจะพาไปเจาะลึกวิทยาศาสตร์เบื้องหลังความฟิน พร้อมเทคนิคการดูซีรีส์ที่จะช่วยเซฟร่างของคุณไม่ให้พังกันครับ ทำไมเราถึงหยุดดูซีรีส์ไม่ได้? เบื้องหลังความฟินระดับสารเคมีในสมอง อาการติดซีรีส์ไม่ใช่เรื่องของความไม่มีวินัยเพียงอย่างเดียว แต่มีเรื่องวิทยาศาสตร์และสารเคมีในสมองเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย เมื่อเราเริ่มเปิดซีรีส์เรื่องโปรด สิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นกับร่างกายเราทันที ดูมากไป ระวังร่างพัง แม้ว่าการดูซีรีส์จะช่วยฮีลใจ และสร้างความบันเทิงชั้นดี แต่ถ้าเราดูติดต่อกันนานเกินไป (Binge-watching) ผลลัพธ์ที่ตามมาอาจไม่ฟินเหมือนในจอ 4 เทคนิค ดูซีรีส์ยังไงไม่ให้เสียงานเสียการ 1. กำหนดเวลาดูอย่างเคร่งครัด กำหนดเวลาดูซีรีส์ ไม่ควรเกินวันละ 2 ชั่วโมง และที่สำคัญคือ ห้ามนำหน้าจอขึ้นไปดูบนเตียงนอนเด็ดขาด เพราะเตียงนอนควรเป็นพื้นที่สำหรับนอนเท่านั้น การดูบนเตียงจะทำให้สมองตื่นตัว และรบกวนการนอนหลับ 2. หยุดดูที่กลางตอน เคยสังเกตไหมว่าทำไมเราถึงกดตอนถัดไปเสมอ? นั่นเพราะผู้กำกับมักจะทิ้งปมขัดแย้งใหญ่ๆ ไว้ที่ตอนจบของแต่ละอีพี เพื่อดึงดูดให้เราอยากดูตอนต่อไป ดังนั้นทริคเด็ดคือ ให้หยุดดูที่ช่วงกลางตอน เพราะเป็นช่วงที่เนื้อหากำลังราบเรียบ ทำให้เราหักห้ามใจปิดหน้าจอได้ง่ายขึ้น 3. ลุกขยับร่างกายบ้าง อย่าปล่อยให้ตัวเองกลายเป็นผักบนโซฟา เมื่อดูจบ 1 ตอน…

ระวังลิ้นอ้วน ภัยเงียบตอนนอน ที่ทำให้หยุดหายใจโดยไม่รู้ตัว พร้อมวิธีแก้ที่ทำตามได้ทันที

คนลิ้นอ้วน เสี่ยงหยุดหายใจขณะหลับ.jpg

อาการนอนกรนเสียงดัง สะดุ้งตื่นกลางดึก หรือรู้สึกอ่อนเพลียเหมือนนอนไม่พอ ทั้งที่นอนครบ 8 ชั่วโมง อาจไม่ได้เกิดจากความเหนื่อยล้าธรรมดา แต่อาจมีสาเหตุมาจากภาวะลิ้นอ้วน (Fat Tongue) ที่เราไม่เคยรู้ตัวมาก่อน คำว่าลิ้นอ้วน อาจฟังดูน่ารักน่าเอ็นดู แต่ในทางการแพทย์แล้ว นี่คือหนึ่งในภัยเงียบที่ทำลายสุขภาพการนอน และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Obstructive Sleep Apnea) ซึ่งอันตรายถึงชีวิต วันนี้ลุงจะพาไปเจาะลึกว่าคนลิ้นอ้วนคืออะไร ส่งผลเสียต่อร่างกายอย่างไร และมีวิธีแก้ไขอย่างไรครับ ทำไมลิ้นถึงอ้วนได้? หลายคนอาจจะคิดว่า เวลาเราน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น ไขมันจะไปสะสมอยู่ตามพุง ต้นแขน ต้นขา หรือใบหน้าเท่านั้น แต่ความจริงแล้ว อวัยวะในช่องปากอย่างลิ้นก็สามารถอ้วนขึ้นได้เช่นกัน เมื่อร่างกายของเรามีไขมันสะสมในปริมาณมาก ไขมันเหล่านั้นจะเข้าไปแทรกอยู่ตามกล้ามเนื้อลิ้น ทำให้ลิ้นมีขนาดใหญ่ หนา และมีน้ำหนักมากขึ้น ซึ่งลิ้นที่อ้วนจะสร้างปัญหาใหญ่ในตอนที่เราหลับ เมื่อลิ้นอ้วนปิดกั้นทางเดินหายใจ ช่วงที่เราหลับ กล้ามเนื้อทุกส่วนในร่างกายจะคลายตัวลง รวมถึงกล้ามเนื้อลิ้นด้วย ซึ่งกระบวนการที่ทำให้คนลิ้นอ้วนเกิดภาวะหยุดหายใจมีดังนี้ ผลเสียของลิ้นอ้วน ที่มากกว่าแค่เสียงกรน การปล่อยให้ลิ้นอ้วนต่อไปโดยไม่แก้ไข นอกจากสร้างความรำคาญใจแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อสุขภาพอย่างรุนแรงในระยะยาวด้วยครับ วิธีแก้ไข และป้องกันอาการลิ้นอ้วน หากพบว่าตัวเองหรือคนใกล้ชิดมีสัญญาณของอาการลิ้นอ้วน อย่าเพิ่งตื่นตระหนก เพราะสามารถแก้ไขให้ลิ้นกลับมาสุขภาพดีได้ด้วย 2 วิธีง่ายๆ…

เบื่อแล้วสปาหรู เปิด 4 วิธีลดเครียดใกล้ตัว ทำง่ายและได้ผลจริง

วิธีลดความเครียดที่คาดไม่ถึง.jpg

ในยุคที่ทุกอย่างหมุนไปอย่างรวดเร็ว ความเครียดสะสมกลายเป็นเรื่องที่ใครก็ต้องเผชิญ เมื่อพูดถึงวิธีลดความเครียด ภาพในหัวของคนส่วนใหญ่อาจเป็นการจองตั๋วเครื่องบินไปเที่ยว เข้าสปาหรูๆ หรือเสียเงินซื้อคอร์สบำบัดราคาแพง แต่รู้หรือไม่ว่า ที่จริงยังมีวิธีลดเครียดอีกหลายวิธีที่ง่าย อยู่ใกล้ตัวเรา และหลายคนอาจนึกไม่ถึง วันนี้ลุงจะพาไปส่อง 4 เคล็ดลับการลดความเครียด ที่ทำง่าย ประหยัดเงิน และยังมีข้อมูลทางวิทยาศาสตร์รองรับว่าสามารถช่วยให้คุณอารมณ์ดีขึ้นได้อย่างรวดเร็ว ล้างจาน เปลี่ยนงานบ้านสุดน่าเบื่อให้เป็นพื้นที่ฝึกสมาธิ สำหรับหลายคน การล้างจานอาจเป็นงานบ้านที่น่าเบื่อ และอยากเลี่ยงมากที่สุด แต่รู้หรือไม่ว่ากิจกรรมนี้เป็นเครื่องมือบำบัดจิตใจชั้นยอด มีผลวิจัยจากมหาวิทยาลัยแห่งรัฐฟลอริดา (Florida State University) พบว่า การล้างจานอย่างตั้งใจช่วยลดความวิตกกังวลได้มากถึง 27% และช่วยเพิ่มความกระปรี้กระเปร่าให้กับสมองได้อีกด้วย เคล็ดลับล้างจานเพื่อลดความเครียด เจอแดดอ่อนๆ ชาร์จพลังชีวิตด้วยแสงอาทิตย์ยามเช้าและเย็น แดดเมืองไทยอาจจะน่ากลัวสำหรับหลายคน แต่การหลบแดดตลอดเวลาอาจทำให้เราพลาดโอกาสบำบัดความเครียดตามธรรมชาติ แสงแดดทำให้เราได้รับวิตามินดี ที่มีบทบาทสำคัญในการกระตุ้นการทำงานของเอนไซม์ในสมอง ซึ่งช่วยลดความเครียด ปรับปรุงอารมณ์ และป้องกันภาวะซึมเศร้าได้เป็นอย่างดี แถมยังช่วยปรับนาฬิกาชีวิต ทำให้เราหลับสบายขึ้นในตอนกลางคืน ช่วงเวลาเจอแดดที่เหมาะสม กินกล้วยหอม ผลไม้แห่งความสุขที่ช่วยปรับอารมณ์ได้ทันที เวลาที่เครียดหรือสมองตื้อ หลายคนมักหยิบชาไข่มุกหรือขนมหวานมากินแก้เครียด ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาว ให้ลองเปลี่ยนมากินกล้วยหอมสักลูกดูสิครับ เพราะกล้วยหอมคือสุดยอดผลไม้คลายเครียดที่อุดมไปด้วยกรดอะมิโนชื่อทริปโตเฟน (Tryptophan) ในปริมาณสูง เมื่อเรากินกล้วยหอมเข้าไป ร่างกายจะเปลี่ยนทริปโตเฟนให้เป็นเซโรโทนิน (Serotonin)…

5 พฤติกรรมที่กำลังสูบชีวิตคนไทยให้ตายก่อนวัยอันควร

พฤติกรรมไหนทำให้คนไทยเสี่ยงตายก่อนวัยอันควร.jpg

ในยุคที่ชีวิตเร่งรีบ และเต็มไปด้วยสิ่งล่อตาล่อใจ หลายคนอาจจะกำลังเพลินกับการใช้ชีวิตแบบสุดเหวี่ยง ทั้งการกินตามใจปาก ทำงานหนักจนละเลยสุขภาพ หรือหาความสุขชั่วครู่ชั่วคราว พฤติกรรมเคยชินในชีวิตประจำวันเหล่านี้ กำลังเป็นตั๋วเที่ยวเดียวที่พาเราไปสู่ความตายก่อนวัยอันควร วันนี้ลุงจะพาทุกคนมาส่องสถิติพฤติกรรมเสี่ยงยอดฮิตของคนไทย ที่ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตเฉลี่ยต่อวันในจำนวนที่น่าตกใจ มาดูกันว่าพฤติกรรมไหนบ้างที่เข้าข่าย และเราจะปรับตัวอย่างไรก่อนจะสายเกินไป 1. ปิ้งย่าง-เนื้อแดง แชมป์อันดับหนึ่งพามะเร็งถามหา (เสียชีวิต 215 คน/วัน) หมูกระทะ ชาบู ปิ้งย่างเกรียม ๆ และเนื้อแดงฉ่ำ ๆ คือเมนูโปรดของใครหลายคน แต่รู้ไหมว่านี่คือฆาตกรเงียบอันดับหนึ่งของคนไทยเลยทีเดียว การกินอาหารที่ไหม้เกรียม และเนื้อแดงในปริมาณมากเกินไป เป็นตัวกระตุ้นให้ร่างกายได้รับสารก่อมะเร็งโดยไม่รู้ตัว 2. ติดหวาน-ควันบุหรี่ ปลายทางคือเบาหวานและอ้วน (เสียชีวิต 200 คน/วัน) ชาไข่มุกหวานร้อย ขนมหวานอร่อย ๆ บวกกับการสูบบุหรี่จัดเพื่อคลายเครียด เป็นสูตรที่ทำให้ร่างกายพังอย่างรวดเร็ว ความหวานที่มากเกินจะสะสมเป็นไขมัน และดื้ออินซูลิน ส่วนบุหรี่ทำลายระบบหลอดเลือดและปอด 3. กินของมัน-ไม่ขยับตัว โรคหัวใจโบกมือทักทาย (เสียชีวิต 48 คน/วัน) พฤติกรรมนั่งติดเก้าอี้ ทำงานทั้งวันไม่ลุกไปไหน แถมมื้อกลางวันและมื้อเย็นยังจัดเต็มด้วยของทอด ของมัน ทำให้ไขมันอุดตันในเส้นเลือดแบบไม่รู้ตัว พฤติกรรมขี้เกียจขยับตัวแบบนี้…

วิธีรับมือ ไอมีเสมหะ VS ไอแห้ง ดูแลตัวเองอย่างไรให้หาย

อยากหยุดไอต้องอ่าน ไอมีเสมหะ vs ไอแห้ง.jpg

เคยไหม? อยู่ดี ๆ ก็มีอาการระคายคอ จนต้องไอออกมาแบบไม่ได้ตั้งใจ ยิ่งช่วงที่อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย หรือร่างกายอ่อนแอ อาการไอก็มักจะแวะเวียนมาทักทายเราอยู่เสมอ แต่รู้หรือไม่ว่า อาการไอที่เราเผชิญอยู่นั้น ไม่ได้เหมือนกันไปเสียหมด บางคนไอแล้วมีน้ำมูก มีเสมหะ แต่บางคนกลับไอแห้งจนเจ็บหน้าอกไปหมด เพื่อการดูแลตัวเองที่ถูกต้องและตรงจุด วันนี้ลุงจะพามาดูความต่างระหว่าง ไอมีเสมหะ VS ไอแห้ง ว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร และมีวิธีปฏิบัติตัวอย่างไรให้หายไอเร็วที่สุด ทำไมร่างกายเราถึงต้องไอ? มาทำความเข้าใจก่อนว่า การไอไม่ใช่โรค แต่เป็นกลไกการป้องกันตัวตามธรรมชาติของร่างกาย โดยสมองของเราจะเป็นผู้สั่งให้ไอ ด้วยเหตุผลดังนี้ครับ ไอมีเสมหะ เกิดจากการที่มีเสมหะหรือสิ่งแปลกปลอมเข้าไปอยู่ในระบบหายใจส่วนบน สมองจึงสั่งให้เราไอ เพื่อขับเสมหะ และสิ่งสกปรกเหล่านั้นออกไป เมื่อเสมหะถูกขับออกจนหมด ร่างกายก็จะหายไอไปเอง ไอแห้ง เกิดจากการที่ระบบทางเดินหายใจระคายเคืองหรืออักเสบ (แต่ไม่มีเสมหะ) สมองจึงสั่งให้เราไอ เพื่อปรับสมดุล และปกป้องทางเดินหายใจ เมื่ออาการอักเสบหรือระคายเคืองนั้นลดลง อาการไอแห้งก็จะค่อย ๆ หายไป ไอมีเสมหะ VS ไอแห้ง ดูแลตัวเองอย่างไรให้ถูกวิธี? เมื่ออาการไอสองแบบนี้มีสาเหตุต่างกัน วิธีการดูแลตัวเองและการเลือกใช้ยาก็ย่อมแตกต่างกันไปด้วย ดังนี้เลยครับ วิธีดูแลตัวเองเมื่อไอมีเสมหะ สิ่งที่ควรทำ ดื่มน้ำอุ่นมาก ๆ:…

เปิดความลับ กล้ามขาแข็งแรงดีต่อร่างกายอย่างไร พร้อม 4 ท่าซ้อมง่าย ๆ ที่คุณไม่ควรพลาด

กล้ามขาแข็งแรงต้องฝึกยังไง.jpg

สังเกตไหมว่าเวลาเข้าฟิตเนส ท่ามกลางเครื่องเล่นมากมาย โซนฝึกกล้ามขามักจะเป็นโซนที่เงียบเหงาที่สุด หลายคนเลือกที่จะข้ามวันเล่นขา เพราะไม่อยากเจออาการปวดตึงที่ตามมาในวันรุ่งขึ้น แต่รู้หรือไม่ว่า ขาคือฐานรากสำคัญที่สุดของร่างกาย เปรียบเสมือนเสาเข็มของตึกสูง หากรากฐานไม่มั่นคง ร่างกายส่วนอื่น ก็ยากที่จะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ วันนี้ลุงจะพาทุกคนไปเจาะลึกว่า การมีกล้ามขาที่แข็งแรงส่งผลดีต่อชีวิตประจำวัน และการออกกำลังกายของคุณอย่างไรบ้าง พร้อมแนะนำ 4 ท่าซ้อมเด็ดที่จะช่วยอัปเกรดเรียวขาของคุณให้ฟิตปั๋ง และแข็งแรงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทำไมต้องฝึกกล้ามขา หากคุณคิดว่าการเล่นขาช่วยแค่เรื่องความสวยงามของรูปร่างเท่านั้น บอกเลยว่าคุณคิดผิด ในความเป็นจริง หากกล้ามขาของเราแข็งแรง จะช่วยลดโอกาสบาดเจ็บตอนออกกำลังกาย และเพิ่มพลังในการทำกิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันได้ดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเดินขึ้นบันได การยกของหนัก หรือแม้แต่การลุกนั่งธรรมดา เจาะลึก 4 ส่วนกล้ามเนื้อขา และท่าออกกำลังกายที่ตอบโจทย์ ร่างกายของเราประกอบด้วยกล้ามเนื้อขาหลายส่วน ซึ่งแต่ละส่วนทำหน้าที่แตกต่างกันไป นี่คือ 4 มัดกล้ามเนื้อสำคัญที่คุณควรใส่ใจ 1. กล้ามเนื้อก้น (Glutes) กล้ามเนื้อก้นเป็นกล้ามเนื้อมัดใหญ่ที่สุดในร่างกาย ซึ่งไม่ได้มีดีแค่เรื่องความกระชับ และสัดส่วนที่สวยงามเท่านั้น แต่ยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพโดยตรงอีกด้วย ช่วยให้การทรงตัวดีขึ้น ช่วยลดและป้องกันอาการปวดหลังส่วนล่าง และเพิ่มพลังการเด้งตัวหรือการกระโดดให้สูงขึ้น ท่าฝึกแนะนำ: ท่าสควอท ท่าเบสิก แต่ทรงพลังที่สุด ช่วยกระตุ้นกล้ามเนื้อก้น และต้นขาได้พร้อมกันในท่าเดียว…

นี่แดดเมืองไทยหรือนรก? เช็กระดับผิวไหม้แดด พร้อมวิธีกู้ผิวพังให้กลับมาปังใน 3 ขั้นตอน

ตากแดดจนผิวไหม้ ทำยังไงดี.jpg

แดดเมืองไทยร้อน จนเหมือนซ้อมตกนรก เดินไปข้างนอกไม่กี่นาที รู้ตัวอีกทีผิวก็เปลี่ยนสี แถมยังมีอาการผิวไหม้แดด (Sunburn) ยิ่งช่วงที่ค่า UV Index พุ่งสูงทะลุหลอด ก็แทบไม่มีใครรอดจากการโดนแดดทำร้าย วันนี้ลุงจะพาทุกคนมาเช็กอาการว่า ผิวที่โดนแดดแผดเผาของคุณตอนนี้ชำรุดอยู่เลเวลไหน พร้อมวิธีการกู้ผิวพังให้กลับมาสวยใส สุขภาพดีแบบเร่งด่วน เช็กด่วนว่าผิวของคุณไหม้แดดเลเวลไหน? มาประเมินก่อนว่าผิวของเราได้รับความเสียหายแค่ไหน เพื่อจะได้เลือกวิธีดูแลรักษาได้อย่างตรงจุด โดยสามารถแบ่งระดับความรุนแรงของผิวไหม้แดดออกเป็น 3 เลเวล ดังนี้ Lv. 1: ผิวแดงคล้ำ (แสบเบาๆ พอหยิกๆ) เลเวลนี้ถือเป็นระดับเริ่มต้นที่เป็นกันบ่อยสุด ผิวจะมีลักษณะแดงคล้ำขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากเม็ดสีเมลานินทำงานหนัก และอาจจะรู้สึกแสบผิวเล็กน้อยเวลาเสื้อผ้าเสียดสี ผิวเลเวลนี้จะใช้เวลาฟื้นตัวเพียงแค่ 3-5 วัน ก็จะค่อยๆ ดีขึ้น และกลับมาเป็นปกติได้เอง Lv. 2: ผิวบวมแดง (แตะทีมีสะดุ้ง!) ผิวเลเวลนี้ไม่ใช่แค่เปลี่ยนสีธรรมดา แต่จะเริ่มมีอาการบวมแดงร่วมด้วย และจะรู้สึกแสบจี๊ดๆ ทุกครั้งที่ไปสัมผัสโดน สำหรับใครที่อยู่เลเวลนี้ ต้องใจเย็น และให้เวลาร่างกายหน่อย เพราะผิวต้องใช้เวลาซ่อมแซมตัวเองประมาณ 1 สัปดาห์เต็มๆ อาการบวมแดงถึงจะค่อยๆ บรรเทาลง Lv. 3:…

ถอดรหัสมัดกล้าม “กล้ามอืด” VS “กล้ามระเบิด” อยากหุ่นดี ฟิตเฟิร์ม ต้องซ้อมแบบไหน?

จะปั้นกล้าม ต้องเข้าใจกล้าม.jpg

ทำไมบางคนวิ่งมาราธอนได้เป็นชั่วโมงๆ โดยไม่มีท่าทีว่าจะเหนื่อยง่ายๆ ขณะที่บางคนสามารถยกน้ำหนักได้ราวกับมีพลังช้างสาร แต่พอให้ไปวิ่งเหยาะๆ แป๊บเดียวกลับหอบแฮก? คำตอบของเรื่องนี้ไม่ได้อยู่ที่ใจสู้หรือไม่สู้เพียงอย่างเดียว แต่ถูกกำหนดด้วยกลไกอัจฉริยะลึกเข้าไปในเส้นใยกล้ามเนื้อของเราต่างหาก ใครที่กำลังหาทางปั้นหุ่น สร้างกล้ามเนื้อ หรืออยากเพิ่มประสิทธิภาพในการออกกำลังกาย สิ่งสำคัญอันดับแรกที่ต้องทำความเข้าใจคือ ในร่างกายของเราประกอบไปด้วยกล้ามเนื้อย่อย 2 ชนิดหลักๆ ซึ่งทำงานและให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง วันนี้ลุงจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกล้ามอึด และกล้ามระเบิด เพื่อให้คุณสามารถวางแผนการซ้อมได้อย่างตรงจุด และมีประสิทธิภาพครับ กล้ามอึด (Slow Twitch) สายอึด ถึก ทน วิ่งได้ทั้งวันไม่มีหมดก๊อก เริ่มต้นที่กล้ามอึด หรือ Slow Twitch กล้ามเนื้อชนิดนี้เปรียบเสมือนเครื่องยนต์ดีเซลที่วิ่งได้เรื่อยๆ กินน้ำมันน้อย แต่วิ่งได้ไกลแสนไกล หน้าที่หลักของมันคือ ช่วยให้ร่างกายขยับได้ต่อเนื่องยาวนาน และที่สำคัญคือมันเมื่อยยากมาก ลักษณะเด่นเมื่อร่างกายมีกล้ามอึดเยอะ อยากฝึกกล้ามอืดต้องซ้อมอย่างไร? การจะกระตุ้นเส้นใยกล้ามเนื้อชนิดนี้ ต้องเน้นไปที่การออกกำลังกายแบบ Cardiovascular Endurance หรือการฝึกที่ใช้แรงต้านต่ำ แต่ทำซ้ำๆ เป็นเวลานาน เช่น กล้ามระเบิด (Fast Twitch) พลังทำลายสูง รวดเร็ว และทรงพลัง มาที่กล้ามเนื้ออีกฝั่งอย่างกล้ามระเบิด หรือ Fast…

กินหวานไประวังแก่ เผยตัวร้ายทำลายผิว พร้อมวิธีโกงอายุเซลล์ให้หน้าเด็กสวนทางวัย

กินหวานมากไป ระวังแก่.jpg

เคยสงสัยไหม ทำไมประโคมสกินแคร์ราคาแพง แต่ริ้วรอยก็ยังถามหา แถมหน้าดูหมองคล้ำไม่สดใส? คำตอบอาจไม่ได้อยู่ที่ครีมบำรุง แต่อยู่ในอาหารที่คุณกินต่างหาก โดยเฉพาะสายหวานที่ต้องมีชาไข่มุก บิงซู ขนมเค้ก หรือน้ำหวานตกถึงท้องทุกวัน บอกเลยว่าคุณกำลังรับยาเร่งแก่เข้าร่างกายแบบไม่รู้ตัว วันนี้ลุงจะพาทุกคนมาเจาะลึกว่า ทำไมการกินหวานถึงทำให้เราแก่เร็ว? พร้อมแจกสูตรการควบคุมน้ำตาลที่จะช่วยคืนความอ่อนเยาว์ให้ผิวกลับมาเด้งฟูอีกครั้ง ทำไมความหวานถึงเปลี่ยนหน้าใสให้กลายเป็นหน้าแก่? หลายคนทราบดีว่าการกินหวานทำให้อ้วน และเสี่ยงต่อโรคเบาหวาน แต่รู้หรือไม่ว่า น้ำตาลคือศัตรูตัวฉกาจอันดับหนึ่งของผิว เมื่อเรากินของหวานๆ กระบวนการทำร้ายผิวจะเริ่มทำงานเงียบๆ ภายในร่างกายของเราดังนี้ เคล็ดลับลดหวาน โกงอายุผิวที่ทำได้จริง หากไม่อยากให้หน้าล้ำอายุจริง การปรับพฤติกรรมการกินคือทางออกที่มีประสิทธิภาพและประหยัดที่สุด 1. คุมโควต้าน้ำตาลไม่เกิน 24 กรัมต่อวัน เพื่อผิวที่ดีและร่างกายที่แข็งแรง ควรจำกัดปริมาณการกินน้ำตาลให้ไม่เกินวันละ 24 กรัม (หรือประมาณ 6 ช้อนชา) การควบคุมน้ำตาลในปริมาณนี้จะช่วยลดการเสื่อมของเซลล์ผิวได้สูงถึง 25% เลยทีเดียว ยิ่งลดหวาน ผิวก็ยิ่งได้พักผ่อนและฟื้นฟูตัวเองได้ดียิ่งขึ้น 2. งดน้ำอัดลม ชะลอความเสื่อมของเซลล์ได้ถึง 4.6 ปี น้ำอัดลมและน้ำหวานคือตัวการใหญ่ที่ส่งน้ำตาลเข้าสู่ร่างกายแบบเต็มสูบ การงดดื่มน้ำอัดลมจะช่วยลดภาระของร่างกายและชะลอความเสื่อมของเซลล์ได้ถึง 4.6 ปี การลงทุนกับผิวพรรณที่ดีที่สุด ไม่ใช่การซื้อครีมราคาหลักหมื่น แต่อยู่ที่การเลือกตักอาหารเข้าปากในแต่ละวัน การลดความหวานอาจจะเป็นเรื่องยากและทรมานใจในช่วงแรก…

คุณกำลังเครียดไม่รู้ตัวอยู่หรือเปล่า? มาเช็กสัญญาณเตือนกาย-ใจกัน

ทำแบบนี้ กำลังเครียดไม่รู้ตัวอยู่หรือเปล่า.jpg

เคยสังเกตตัวเองกันไหมครับ? เวลาที่นั่งทำงานเครียด ๆ อ่านหนังสือสอบ หรือแม้แต่นอนดูซีรีส์เพลิน ๆ มือไม้ของเรามักจะอยู่ไม่สุข บางคนรู้ตัวอีกทีก็กำลังแกะสะเก็ดแผลจนเลือดซิบ บางคนดึงเส้นผมเล่นจนหลุดร่วง หรือบางคนก็กัดเล็บตัวเองจนกุดแทบไม่เหลือเนื้อเล็บ พฤติกรรมเล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านี้ หลายคนมักมองข้าม และคิดว่าเป็นแค่นิสัยส่วนตัว หรือ ความซนของมือ แต่ในความเป็นจริง มันอาจจะเป็นสัญญาณเตือนจากร่างกายที่กำลังบอกว่า คุณกำลังเผชิญกับภาวะเครียดไม่รู้ตัว อยู่ก็ได้ครับ วันนี้ลุงจะพาไปเจาะลึกพฤติกรรมเหล่านี้ว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร และเมื่อไหร่ที่ควรเริ่มระวังตัว 3 พฤติกรรมยอดฮิต เผลอทำเมื่อไหร่แปลว่าใจเริ่มล้า มาลองเช็กซิว่าคุณกำลังมีอาการเหล่านี้อยู่หรือเปล่า? 1. ชอบแกะหรือจิกผิวจนเป็นแผล ไม่ว่าจะเป็นรอยสิว สะเก็ดแผลเล็ก ๆ หรือแม้แต่ผิวแห้ง ๆ รอบเล็บ มือเจ้ากรรมก็ชอบไปแกะ ไปเกา ยิ่งแกะยิ่งรู้สึกมันมือ รู้ตัวอีกทีก็แผลเปิด เลือดซิบ และทิ้งรอยแผลเป็นแดง ๆ ดำ ๆ ไว้ให้ช้ำใจเล่น 2. ชอบดึงผมจนเริ่มบาง อาการนี้มักเกิดขึ้นเวลาที่ต้องใช้ความคิดหรือมีเรื่องกังวลใจ หลายคนเริ่มจากการม้วนผมเล่น ดึงเส้นผมเบา ๆ แล้วจบด้วยการดึงผมขาดติดมือออกมา ยิ่งเครียดก็ยิ่งดึง…