เคยสงสัยไหม ทำไมประโคมสกินแคร์ราคาแพง แต่ริ้วรอยก็ยังถามหา แถมหน้าดูหมองคล้ำไม่สดใส? คำตอบอาจไม่ได้อยู่ที่ครีมบำรุง แต่อยู่ในอาหารที่คุณกินต่างหาก โดยเฉพาะสายหวานที่ต้องมีชาไข่มุก บิงซู ขนมเค้ก หรือน้ำหวานตกถึงท้องทุกวัน บอกเลยว่าคุณกำลังรับยาเร่งแก่เข้าร่างกายแบบไม่รู้ตัว วันนี้ลุงจะพาทุกคนมาเจาะลึกว่า ทำไมการกินหวานถึงทำให้เราแก่เร็ว? พร้อมแจกสูตรการควบคุมน้ำตาลที่จะช่วยคืนความอ่อนเยาว์ให้ผิวกลับมาเด้งฟูอีกครั้ง ทำไมความหวานถึงเปลี่ยนหน้าใสให้กลายเป็นหน้าแก่? หลายคนทราบดีว่าการกินหวานทำให้อ้วน และเสี่ยงต่อโรคเบาหวาน แต่รู้หรือไม่ว่า น้ำตาลคือศัตรูตัวฉกาจอันดับหนึ่งของผิว เมื่อเรากินของหวานๆ กระบวนการทำร้ายผิวจะเริ่มทำงานเงียบๆ ภายในร่างกายของเราดังนี้ เคล็ดลับลดหวาน โกงอายุผิวที่ทำได้จริง หากไม่อยากให้หน้าล้ำอายุจริง การปรับพฤติกรรมการกินคือทางออกที่มีประสิทธิภาพและประหยัดที่สุด 1. คุมโควต้าน้ำตาลไม่เกิน 24 กรัมต่อวัน เพื่อผิวที่ดีและร่างกายที่แข็งแรง ควรจำกัดปริมาณการกินน้ำตาลให้ไม่เกินวันละ 24 กรัม (หรือประมาณ 6 ช้อนชา) การควบคุมน้ำตาลในปริมาณนี้จะช่วยลดการเสื่อมของเซลล์ผิวได้สูงถึง 25% เลยทีเดียว ยิ่งลดหวาน ผิวก็ยิ่งได้พักผ่อนและฟื้นฟูตัวเองได้ดียิ่งขึ้น 2. งดน้ำอัดลม ชะลอความเสื่อมของเซลล์ได้ถึง 4.6 ปี น้ำอัดลมและน้ำหวานคือตัวการใหญ่ที่ส่งน้ำตาลเข้าสู่ร่างกายแบบเต็มสูบ การงดดื่มน้ำอัดลมจะช่วยลดภาระของร่างกายและชะลอความเสื่อมของเซลล์ได้ถึง 4.6 ปี การลงทุนกับผิวพรรณที่ดีที่สุด ไม่ใช่การซื้อครีมราคาหลักหมื่น แต่อยู่ที่การเลือกตักอาหารเข้าปากในแต่ละวัน การลดความหวานอาจจะเป็นเรื่องยากและทรมานใจในช่วงแรก…
Category Archives: Nutrition
ในยุคที่เราต้องเผชิญหน้ากับเรื่องราวชวนปวดหัวและดราม่ารอบตัวได้ทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงาน เรื่องส่วนตัว หรือแม้แต่การไถฟีดโซเชียลมีเดีย ความเครียดสะสมเหล่านี้ไม่ได้ทำร้ายแค่จิตใจเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบโดยตรงต่อร่างกายและสมองของเราอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ จนหลายคนเริ่มมีอาการสมองล้า ร่างกายอ่อนเพลีย และอารมณ์ดิ่งลงแบบไม่รู้ตัว หากคุณกำลังมองหาตัวช่วยธรรมชาติที่จะมาช่วยดูแลและฟื้นฟูร่างกายในวันแสนล้า วันนี้ลุงขอแนะนำ “ขมิ้นชัน” สมุนไพรไทยหาง่ายใกล้ตัว ที่มีสรรพคุณล้นเหลือเกินตัว จนได้รับความสนใจจากงานวิจัยทั่วโลก มาดูกันว่าสมุนไพรสีเหลืองทองชนิดนี้จะช่วยเยียวยาเราจากดราม่ารายวันได้อย่างไรบ้าง ทำความรู้จัก “สารเคอร์คิวมิน” ฮีโร่ตัวจริงในขมิ้นชัน เบื้องหลังความมหัศจรรย์ของขมิ้นชันอยู่ที่สารสำคัญสีเหลืองส้มที่ชื่อว่า “สารเคอร์คิวมิน” (Curcumin) ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระประสิทธิภาพสูง มีฤทธิ์ต้านการอักเสบในระดับเซลล์ ซึ่งได้รับการยอมรับจากงานวิจัยทางการแพทย์มากมายว่าเป็นกุญแจสำคัญในการฟื้นฟูระบบต่าง ๆ ของร่างกายให้กลับมาทำงานได้อย่างสมดุล 4 คุณประโยชน์สุดปังของขมิ้นชัน ยิ่งกิน ยิ่งดีต่อใจและร่างกาย 1. ป้องกันอัลไซเมอร์และสมองเสื่อม เมื่อเราเผชิญกับความเครียดและการพักผ่อนที่ไม่เพียงพอ ร่างกายจะเกิดกระบวนการอักเสบภายในสมอง ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เซลล์สมองเสื่อมลงจนอาจนำไปสู่โรคอัลไซเมอร์ได้ สารเคอร์คิวมินในขมิ้นชันจะทำหน้าที่เข้าไปลดกระบวนการอักเสบนี้ พร้อมทั้งช่วยกระตุ้นการทำงานของสมอง ช่วยให้ความจำดีขึ้น และปกป้องสมองจากการเสื่อมสภาพตามวัย 2. ป้องกันโรคซึมเศร้าและปรับอารมณ์ให้จอย ๆ เจอเรื่องดราม่าบ่อย ๆ จนอารมณ์ดิ่งใช่ไหม? ขมิ้นชันช่วยได้! เพราะมีงานวิจัยพบว่าสารเคอร์คิวมินสามารถช่วยเพิ่มระดับสารสื่อประสาทในสมอง 2 ชนิดหลัก ๆ ได้แก่ “เซโรโทนิน” (Serotonin) สารแห่งความสุขที่ช่วยควบคุมอารมณ์…
หากพูดถึงเมนูสตรีทฟู้ดหรือของทานเล่นที่เป็นขวัญใจคนทั่วโลก เชื่อว่าไส้กรอก จะต้องติดอยู่ในอันดับต้น ๆ อย่างแน่นอน แต่รู้หรือไม่ว่าไส้กรอกในแต่ละประเทศนั้นมีเอกลักษณ์ รสชาติ และกรรมวิธีการทำที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง วันนี้ลุงจะพาทุกคนไปออกเดินทางท่องโลกผ่านรสชาติความฟินของไส้กรอก 4 สัญชาติยอดนิยม ที่รับรองว่าอ่านจบแล้วจะต้องน้ำลายสอและอยากรีบพุ่งตัวไปหาทานทันที 1. Bratwurst (เยอรมัน) – พี่บิ๊กสุดคลาสสิก ขวัญใจมหาชน เริ่มต้นกันที่ดินแดนแห่งเบียร์และไส้กรอกอย่างประเทศเยอรมนี กับไส้กรอกระดับตำนานที่ชื่อว่าบราตเวิร์สต์ (Bratwurst) ซึ่งเป็นที่เลื่องลือในเรื่องของขนาดและความอร่อยแบบต้นตำรับ 2. Boerewors (แอฟริกาใต้) – ยาวใหญ่ไซส์จัมโบ้ เครื่องเทศจัดเต็ม ข้ามฝั่งมาที่ทวีปแอฟริกา กับไส้กรอกแบบดั้งเดิมของชาวแอฟริกาใต้ที่ชื่อว่าบูเระวอร์ส (Boerewors) ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องรูปร่างที่แปลกตาและรสชาติที่เข้มข้นถึงใจ 3. ซุนแด (เกาหลี) – เมนูสตรีทฟู้ดสีดำ คู่หูโซจูรอบดึก เอาใจคอซีรีส์เกาหลีกับซุนแด (Sundae) หรือไส้กรอกเลือดเกาหลี เมนูยอดฮิตตามร้านรถเข็นข้างทางที่ใครไปเกาหลีก็ต้องลอง 4. ไส้กรอกอีสาน (ไทย) – จิ๋วแต่แจ๋ว รสเปรี้ยวแซ่บสะท้านทรวง ปิดท้ายด้วยความภาคภูมิใจของไทยแลนด์แดนของอร่อย กับไส้กรอกอีสาน เมนูกับแกล้มและของว่างขวัญใจคนไทยทุกภาค ที่หากเดินผ่านร้านย่างเมื่อไหร่เป็นต้องโดนสะกดด้วยกลิ่นหอม ๆ จะเห็นได้ว่าไส้กรอกของแต่ละชาติต่างก็มีเรื่องราว วัฒนธรรม…
ถ้าพูดถึงอาหารคู่บ้านคู่เมืองที่นึกอะไรไม่ออกก็ต้องสั่ง เชื่อว่า 90% ของคนไทยต้องนึกถึง “ไข่ไก่” แน่นอนครับ ไม่ว่าจะเป็นไข่ต้ม ไข่ดาว หรือไข่เจียวร้อน ๆ แสนอร่อย แต่เชื่อไหมครับว่า วัตถุดิบธรรมดาชนิดนี้ กลับเป็นประเด็นถกเถียงและสร้างความสับสนให้กับสายเฮลท์ตี้มานานนับ 10 ปี! บางคนบอกกินได้ทุกวัน บางคนบอกห้ามกินเกินสัปดาห์ละ 3 ฟอง ไม่งั้นคอเลสเตอรอลพุ่งกระฉูดแน่ วันนี้ลุงจะพาไปเจาะลึกและสรุปดราม่าเรื่องไข่ไก่กันแบบชัด ๆ ว่าสรุปแล้วเราสามารถกินไข่ได้วันละกี่ฟองกันแน่? แล้วทำไมความเชื่อเรื่องไข่ถึงเปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือได้ขนาดนี้ ทำไมเมื่อก่อนไข่ไก่ถึงตกเป็นจำเลยสังคม? ย้อนกลับไปเมื่อประมาณสิบกว่าปีที่แล้ว ไข่ไก่เคยถูกตราหน้าว่าเป็น “อาหารอันตราย” ที่คนรักสุขภาพต่างพากันโบกมือลา สาเหตุหลัก ๆ มาจากความเชื่อที่ว่า ด้วยความกลัวนี้เอง ทำให้ในอดีตแพทย์และนักโภชนาการส่วนใหญ่ต่างพากันแนะนำว่า “ห้ามกินไข่เยอะ” โดยจำกัดให้กินเพียงแค่ 2-3 ฟองต่อสัปดาห์เท่านั้น ใครที่กินไข่ต้มทุกวันในยุคนั้นบอกเลยว่าโดนเตือนจนหูชาแน่นอน ปลดแบนไข่ไก่ด้วยวิทยาศาสตร์ยุคใหม่ แต่แล้วความจริงก็ปรากฏ เมื่อวงการแพทย์และงานวิจัยยุคใหม่ได้ทำการศึกษาอย่างจริงจัง และพบว่าความเชื่อเดิม ๆ นั้นไม่ถูกต้องทั้งหมด จนนำไปสู่การ “ปลดแบน” ไข่ไก่ในปัจจุบัน ด้วยเหตุผลสำคัญ 2 ข้อดังนี้ครับ 1. โคเลสเตอรอลในอาหาร ส่งผลต่อโคเลสเตอรอลในเลือดน้อยมาก…
ถ้าพูดถึงเมนูโปรดของใครหลายคน เวลาไปกินกุ้งเผาหรือเมนูซีฟู้ด สิ่งแรกที่ทุกคนจ้องจะตักก่อนใครเพื่อนก็คงหนีไม่พ้น “มันกุ้ง” เยิ้ม ๆ สีส้มอิฐรสชาติมันนัวเข้มข้นใช่ไหมครับ? แต่สำหรับสายสุขภาพหรือคนที่กำลังดูแลหุ่น หลายคนอาจจะรีบโบกมือลาเพราะกลัวเรื่องคอเลสเตอรอลและไขมัน จนต้องยอมตัดใจจากของอร่อยนี้ไปอย่างน่าเสียดาย แต่ช้าก่อนครับ! รู้หรือไม่ว่าเจ้าก้อนสีส้มสุดนุ่มละมุนนี้ จริง ๆ แล้วมีประโยชน์ซ่อนอยู่มากกว่าที่คิด แถมสายเฮลท์ตี้ก็สามารถกินได้แบบสบายใจหายห่วง วันนี้เราจะพาทุกคนไปเจาะลึกประโยชน์ของมันกุ้ง และเคล็ดลับการกินอย่างไรให้ได้ทั้งความอร่อยและสุขภาพดีไปพร้อมกันครับ แท้จริงแล้ว “มันกุ้ง” คือส่วนไหนกันแน่? ก่อนอื่นเรามาทำความเข้าใจกันก่อนว่า “มันกุ้ง” ที่เราเรียกกันติดปากนั้น แท้จริงแล้วไม่ใช่ไขมันล้วน ๆ อย่างที่หลายคนเข้าใจนะครับ แต่มันคือส่วน “ตับและตับอ่อน” (Hepatopancreas) ของกุ้งนั่นเอง ซึ่งทำหน้าที่สะสมพลังงานและสารอาหารต่าง ๆ เพื่อใช้ในการเจริญเติบโตและลอกคราบ และด้วยความที่มันเป็นแหล่งสะสมพลังงานนี่เอง จึงทำให้อุดมไปด้วยไขมันธรรมชาติที่มีเนื้อสัมผัสเนียน นุ่ม ละมุนลิ้น รสชาติหวานมันเค็มกำลังดี ไม่ว่าจะนำไปคลุกข้าวสวยร้อน ๆ หรือนำไปประกอบอาหารเมนูไหนก็ช่วยชูรสชาติให้อร่อยและกลมกล่อมขึ้นเป็นกอง สารอาหารเด่นใน “มันกุ้ง” ประโยชน์ดี ๆ ที่สายสุขภาพต้องเลิฟ เห็นเยิ้ม ๆ แบบนี้ แต่ในมันกุ้งอุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างคาดไม่ถึง โดยเฉพาะ 2 สารอาหารเด่น ๆ…
คนชอบกินอะโวคาโดไม่ผิดหวังครับ นอกจากอร่อย ได้สุขภาพดีแล้ว ยังมีงานวิจัยให้คนน้ำหนักเกินกินเป็นเดือนๆ เพื่อดูผลลัพธ์ด้วยนะ จะเป็นยังไง มาอ่านกันเลยค้าบบบ
เปลือกผลไม้ ใครว่าต้องปลอกให้หมด! เพราะเปลือกผลไม้หลายชนิดมีประโยชน์มากกว่าที่คิดนะ ซึ่งหลายชนิดลุงโจนส์ก็เพิ่งรู้เหมือนกันว่ามันกินเปลือกได้ด้วย
อาหารเพิ่มไมเกรน สารให้ความหวาน สารให้ความหวานเทียม เป็นทางเลือกที่เพิ่มลงในอาหารและเครื่องดื่มเพื่อเพิ่มความหวาน แต่สารให้ความหวานเหล่านี้อาจทำให้เกิดอาการไมเกรนได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง แอสพา เทม คิดว่าจะทำให้เกิดอาการไมเกรนได้ แอลกอฮอล์ เป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ทั่วไปที่คิดว่าจะทำให้เกิดไมเกรน ตามการศึกษาแหล่งที่เชื่อถือได้ผู้เข้าร่วมที่เป็นไมเกรนมากกว่า 35% รายงานว่าแอลกอฮอล์เป็นหนึ่งในสาเหตุที่พบบ่อยของพวกเขา ดยเฉพาะอย่างยิ่งไวน์แดงถูกรายงานว่าเป็นตัวกระตุ้นมากกว่า 77% ของผู้เข้าร่วมที่รายงานว่า แอลกอฮอล์เป็นตัวกระตุ้นและแอลกอฮอล์อาจทำให้ร่างกายขาดน้ำ ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดอาการปวดศีรษะได้ อาหารแปรรูป เนื้อสัตว์ที่ผ่านการแปรรูปแล้ว รวมถึงเนื้อแปรรูป แฮม ฮอทดอก และไส้กรอก มีไนเตรต ซึ่งช่วยรักษาสีและรสชาติ อาหารเหล่านี้สามารถปล่อยไนตริกออกไซด์เข้าสู่กระแสเลือด ซึ่งเชื่อกันว่าจะช่วยขยายหลอดเลือดในสมอง มีแหล่งที่เชื่อถือได้ที่ไนตริกออกไซด์สามารถก่อให้เกิดหรือมีส่วนทำให้เกิดไมเกรนได้ อาหารรสเค็ม โดยเฉพาะอาหารแปรรูปที่มีรสเค็ม อาจมีสารกันบูดที่เป็นอันตราย อาจทำให้เกิดอาการไมเกรนในบางคนิและการบริโภคโซเดียมสูงอาจทำให้ความดันโลหิตเพิ่มขึ้น ทำให้เกิดอาการปวดศีรษะหรือไมเกรนได้ อาหารลดไมเกรน แตงโม แตงโม ช่วยเรื่องปวดศีรษะได้ เพราะแตงโมนอกจากจะเป็นผลไม้ที่มีน้ำมากที่สุด ซึ่งจะช่วยเติมน้ำให้ร่างกายได้ ในกรณีที่อาการปวดศีรษะอาจเกิดจากการที่ร่างกายขาดน้ำ ทำให้ปริมาณออกซิเจนในเลือดลดลง ในแตงโมยังมีแร่ธาตุ เช่น โปแตสเซียมฟอสฟอรัส และแมกนีเซียม ซึ่งเป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายในระบบการทำงาน ข้าวกล้อง ใครที่มีโรคประจำตัวคือปวดศีรษะไมเกรน แนะนำให้เปลี่ยนจากการรับประทานข้าวขาว มารับประทานข้าวกล้องแทนจะดีมาก เนื่องจากในข้าวกล้องมีวิตามินบีสูงกว่าข้าวขาวถึง 4 เท่า…
รักแร้เปียกนั้น อาจดูเป็นเรื่องธรรมดามาก สำหรับคนไทยที่อยู่ในเมืองร้อนอบอ้าว แต่ถ้ามันจะไหลหลากจนเป็นน้ำตก ขนาดนี้ ก็ไม่ไหวจะเคลียร์
บางคนคิดว่าการเติมนมข้นจืดลงไปในเมนูอาหารที่เราชื่นชอบอาจไม่จำเป็นต้องใส่ก็ได้ ใส่นมจืดหรือวัตถุดิบอื่นทดแทนก็น่าจะอร่อยได้เหมือนกัน










