เคยไหม? ที่จู่ๆ ก็มีอาการท้องเสียแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย วันนี้ก็ถ่าย พรุ่งนี้ก็ถ่าย จนแทบจะไม่กล้าเดินห่างจากห้องน้ำ หลายคนมักจะคิดไปเองว่าเป็นเพราะธาตุอ่อน หรือแค่อาหารเป็นพิษ กินยาฆ่าเชื้อหรือยาหยุดถ่ายสักพักก็คงหาย แต่รู้หรือไม่ว่า หากคุณมีอาการท้องเสียติดต่อกันเป็นเวลานานเกินกว่า 1 เดือน นั่นอาจไม่ใช่แค่เรื่องท้องเสียธรรมดาๆ แต่อาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง หรือ IBD (Inflammatory Bowel Disease) ที่หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่รักษา อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่อันตรายถึงชีวิตได้ ท้องเสียทั่วไป VS ท้องเสียจาก IBD ต่างกันอย่างไร? หลายคนมักสับสนระหว่างอาการท้องเสียปกติกับโรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง เรามาลองแยกแยะความแตกต่างง่ายๆ เพื่อให้คุณได้สังเกตตัวเองกันดีกว่าครับ โรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง (IBD) มีกี่แบบ? ทางการแพทย์แบ่งโรคลำไส้อักเสบเรื้อรังออกเป็น 2 ประเภทหลักๆ ตามบริเวณที่เกิดการอักเสบ ดังนี้ครับ 1. โรคข้ออักเสบเฉพาะลำไส้ใหญ่ (Ulcerative Colitis) โรคกลุ่มนี้จะมีการอักเสบและเกิดแผลพุพองเฉพาะบริเวณเยื่อบุผิวของลำไส้ใหญ่เท่านั้น โดยอาการอักเสบจะลุกลามอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ทวารหนักขึ้นไปจนถึงลำไส้ใหญ่ส่วนบน 2. โรคโครห์น (Crohn’s Disease) มีความรุนแรงและกระจายตัวกว้างกว่าแบบแรก เพราะสามารถอักเสบได้ทุกส่วนของระบบทางเดินอาหาร ตั้งแต่ช่องปากไปจนถึงทวารหนัก แต่จุดที่พบบ่อยที่สุดคือบริเวณปลายลำไส้เล็กและต้นลำไส้ใหญ่ โดยการอักเสบมักจะเจาะลึกลงไปถึงชั้นกล้ามเนื้อของผนังลำไส้ 5 อาการเตือนภัย!…
Author Archives: admin
หากคุณเป็นคนหนึ่งที่อยากเริ่มต้นดูแลสุขภาพ ลดน้ำหนัก หรือฟิตหุ่นให้เฟิร์มกระชับ การออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ (Cardio) คือคำตอบแรกที่ทุกคนนึกถึงอย่างแน่นอนครับ เพราะนี่คือวิธีที่ช่วยกระตุ้นระบบเผาผลาญและบริหารหัวใจได้ดีที่สุด แต่ปัญหายอดฮิตที่ตามมาก็คือ แล้วเราจะเลือกคาร์ดิโอด้วยเครื่องเล่นหรือวิธีแบบไหนดีล่ะ? ที่จะเหมาะกับร่างกายและไลฟ์สไตล์ของเรามากที่สุด วันนี้ลุงเลยขอพาทุกคนมาสแกนและเปรียบเทียบ 4 ตัวเลือกคาร์ดิโอยอดนิยม ตั้งแต่วิธีมาตรฐานสากลไปจนถึงวิธีสุดพีคที่ทำเอาหลายคนถึงกับปาดเหงื่อ มาดูกันเลยว่าวิธีไหนจะใช่สำหรับคุณ 1. คาร์ดิโอกับลู่วิ่ง: คลาสสิกยอดฮิต ยิ่งวิ่งยิ่งฟิต เริ่มต้นกันด้วยอุปกรณ์สามัญประจำฟิตเนสที่ใครๆ ก็ต้องเคยใช้ นั่นคือลู่วิ่งไฟฟ้า เหมาะสำหรับคนที่ชอบความเรียบง่าย ไม่ต้องคิดเยอะ แค่กดปุ่มแล้วเริ่มวิ่งได้ทันที 2. คาร์ดิโอกับเครื่องปั่นวงรี: เซฟข้อต่อ เผาผลาญดีไม่มีสะดุด สำหรับใครที่อยากวิ่งแต่กลัวเจ็บเข่า เครื่องปั่นวงรีคือฮีโร่ที่จะช่วยตอบโจทย์นี้ได้เป็นอย่างดี เพราะมันถูกออกแบบมาเพื่อจำลองท่าทางการวิ่งโดยที่เท้าของเราไม่ต้องลอยพ้นจากแป้นเหยียบ 3. คาร์ดิโอกับจักรยาน: สายชิลล์ ปั่นเพลิน ลมเย็นสบาย หากคุณเกลียดความน่าเบื่อของการอยู่กับที่ หรืออยากได้ฟีลลิ่งออกกำลังกายแบบเพลินๆ การปั่นจักรยาน (ไม่ว่าจะปั่นในยิมหรือปั่นรับลมธรรมชาติข้างนอก) คือตัวเลือกที่น่าสนใจมากๆ 4. คาร์ดิโอกับเมีย: ดุเดือด เลือดพล่าน ไม่เกิน 7 นาทีสลบ ปิดท้ายด้วยการคาร์ดิโอทางเลือกรูปแบบพิเศษสำหรับคนมีคู่ (หรือจะเรียกว่ากิจกรรมกระชับความสัมพันธ์ก็ได้นะ!) บอกเลยว่าวิธีนี้มีความเฉพาะตัวสูงมาก และต้องเตรียมใจไว้ให้ดี\n ไม่ว่าคุณจะเลือกคาร์ดิโอด้วยวิธีไหน จะวิ่ง…
เคยไหมครับ? เวลาที่กำลังนอนหลับสบายแล้วมีเสียงหึ่งๆ ของยุงบินผ่านหู หรือจังหวะที่เปิดประตูห้องครัวแล้วเจอปีเตอร์ แมลงสาบตัวร้ายกางปีกเตรียมแลนดิ้งใส่ วินาทีนั้นเรามักจะตะโกนถามฟ้าดินในใจว่า “สัตว์พวกนี้มันเกิดมาทำไมเนี่ย?!” แต่ขึ้นชื่อว่าธรรมชาติแล้ว ไม่มีสิ่งใดถูกสร้างมาโดยไม่มีเหตุผลครับ วันนี้ลุงจะพาทุกคนไปสวมบทบาทเป็นนักสืบสายธรรมชาติ ค้นหาคำตอบและความดีความชอบลับๆ ของเหล่าสิ่งมีชีวิตที่เรามักจะย่นจมูกใส่ 1. แมลงสาบ: นักกำจัดขยะแห่งอนาคต แม้จะเป็นฝันร้ายของใครหลายคน แต่ในเชิงระบบนิเวศแล้ว แมลงสาบเปรียบเสมือนพนักงานเก็บกวาดขยะระดับมือโปร 2. แมลงวัน: คุณหมอตัวจิ๋วและนักสืบมือฉกาจ เรามักมองว่าแมลงวันเป็นพาหะนำโรค แต่ในทางการแพทย์และกระบวนการยุติธรรม พวกมันมีประโยชน์มหาศาล:\n 3. ยุง: นักผสมเกสรและผู้ค้ำจุนห่วงโซ่อาหาร ก่อนจะตบยุงตัวต่อไป ลองมาฟังเรื่องนี้ก่อนครับ เพราะไม่ใช่ยุงทุกตัวที่จ้องจะดูดเลือดเรา 4. ปลิงทะเล: เครื่องดูดฝุ่นแห่งมหาสมุทร ปลิงทะเลหน้าตาเฉื่อยชาตัวนี้ คือผู้พิทักษ์แนวปะการังตัวจริงเสียงจริง 5. ปลวก: วิศวกรดินผู้เปลี่ยนซากไม้ให้เป็นปุ๋ย แม้จะเป็นศัตรูตัวร้ายของคนรักบ้านไม้ แต่ในป่าใหญ่ ปลวกคือผู้สร้างชีวิตใหม่ 6. คนโสด เกิดมาทำไม? หลังจากเข้าใจบทบาทของเหล่าสัตว์น้อยใหญ่ไปแล้ว หลายคนอาจจะเริ่มหันกลับมามองตัวเอง โดยเฉพาะกลุ่มประชากรคนโสดที่มักจะโดนแซวบ่อยๆ ว่า แล้วเราล่ะ… เกิดมาทำไมในโลกใบนี้? หน้าที่ของคนโสดคือการบริหารเสน่ห์ ดูแลตัวเองให้ดูดี มีสไตล์ ใช้ชีวิตอิสระแบบสับๆ ชนิดที่ว่าใครเห็นก็ต้องเหลียวมอง…
พอพูดถึงการออกกำลังกาย หลายคนอาจจะนึกถึงภาพวัยรุ่นเหงื่อท่วมในฟิตเนส หรือการวิ่งมาราธอนสุดโหด แต่รู้หรือไม่ว่า แท้จริงแล้วผู้สูงอายุหรือวัยเก๋าของเรานี่แหละ คือกลุ่มคนที่ต้องการการออกกำลังกายมากที่สุด เพราะเมื่ออายุเพิ่มขึ้น ร่างกายก็ย่อมเสื่อมถอยไปตามกาลเวลา แต่เราสามารถชะลอความเสื่อมนั้น และดึงความฟิตกลับคืนมาได้ง่ายๆ เพื่อการใช้ชีวิตที่อิสระและมีความสุขในทุกๆ วัน รู้หรือไม่? การออกกำลังกายช่วยเพิ่มอายุขัยได้ถึง 7 ปี มีผลงานวิจัยมากมายยืนยันว่า การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอในวัยผู้สูงอายุ สามารถช่วยยืดอายุขัยให้ยืนยาวขึ้นได้ถึง 7 ปีเลยทีเดียว แต่นอกเหนือจากตัวเลขอายุที่เพิ่มขึ้นแล้ว สิ่งที่สำคัญกว่าคือคุณภาพชีวิตที่ดี ช่วยให้วัยเก๋าสามารถเดินเหิน ไปเที่ยวสวนสาธารณะ เล่นกับลูกหลาน หรือดูแลตัวเองได้โดยไม่ต้องพึ่งพาใคร ซึ่งถือเป็นของขวัญที่ล้ำค่าที่สุดในบั้นปลายชีวิต เจาะลึก 4 ประเภทการออกกำลังกายที่ตอบโจทย์วัยเก๋ามากที่สุด การออกกำลังกายที่ดีสำหรับผู้สูงอายุ ไม่ใช่การโหมเล่นอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่คือการผสมผสานกิจกรรม 4 รูปแบบนี้เข้าด้วยกันอย่างสมดุล เพื่อให้ร่างกายแข็งแรงครบทุกมิติ ดังนี้ครับ 1. คาร์ดิโอ (Cardio) – ฟิตระบบไหลเวียนโลหิต หัวใจแข็งแรง การออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ เช่น การเดินเร็ว การปั่นจักรยานอยู่กับที่ หรือการออกกำลังกายในน้ำ เป็นการกระตุ้นให้หัวใจและปอดทำงานอย่างต่อเนื่อง 2. เวทเทรนนิ่ง (Weight Training) –…
สำหรับคนที่รักการออกกำลังกายและรักการสร้างกล้ามเนื้อ เชื่อว่าหลายคนต้องเคยเจอกับคำถามคาใจนี้ ทำไมวันนี้เวทเสร็จแล้วรุ่งเช้าไม่รู้สึกปวดเมื่อยเลยนะ? หรือว่าเราจะเล่นเบาไป? แล้วแบบนี้กล้ามเนื้อจะโตขึ้นไหม?” คำว่า No Pain, No Gain หรือถ้าไม่เจ็บปวดก็ไม่ได้อะไรเลย กลายเป็นประโยคคลาสสิกที่ทำให้หลายคนเข้าใจผิดว่า ความปวดระบมหลังการฝึก (หรือที่เรียกว่า DOMS – Delayed Onset Muscle Soreness) คือดัชนีชี้วัดเพียงหนึ่งเดียวว่ากล้ามเนื้อกำลังพัฒนา แต่ในความเป็นจริงตามหลักวิทยาศาสตร์การกีฬาแล้วเวทไม่ปวด กล้ามก็โตได้ครับ วันนี้ลุงจะพาทุกคนมาทำความเข้าใจเกี่ยวกับกลไกการเติบโตของกล้ามเนื้อ และวิธีเช็กว่ากล้ามของคุณกำลังพัฒนาอยู่หรือไม่ แม้ว่าจะไม่มีอาการปวดเมื่อยหลังตื่นนอนเลยก็ตาม 3 กลไกสำคัญที่กระตุ้นให้กล้ามเนื้อเติบโต ตามหลักสรีรวิทยาแล้ว ร่างกายของเราสามารถกระตุ้นให้กล้ามเนื้อเกิดการสังเคราะห์โปรตีนและเติบโตขึ้น (Muscle Hypertrophy) ได้จาก 3 ปัจจัยหลัก ๆ ดังนี้ครับ 1. การทำให้กล้ามเนื้อฉีกขาดเล็กน้อย (Micro-damage) วิธีนี้เป็นวิธีที่พวกเราคุ้นเคยกันดีที่สุด มักจะเกิดจากการออกกำลังกายในช่วง ต้านน้ำหนักลงช้า ๆ (Eccentric Phase) เช่น จังหวะที่เราค่อย ๆ ผ่อนดัมเบลลงในท่า Bicep Curl หรือจังหวะย่อตัวลงในท่า Squat การยืดตัวของกล้ามเนื้อภายใต้แรงต้านนี้จะทำให้เส้นใยกล้ามเนื้อเกิดรอยฉีกขาดขนาดเล็ก…
เคยรู้สึกไหมว่าในแต่ละวันเราไม่ได้ใช้ชีวิตตามใจตัวเองเลย? ตื่นเช้ามาก็ต้องยอมสยบให้สิ่งนี้ เลิกงานมาก็ต้องยอมสยบให้สิ่งนั้น ประหนึ่งว่าเรากำลังตกเป็นทาสของบางอย่างโดยไม่รู้ตัว วันนี้ลุงจะพาผู้อ่านทุกท่านไปสำรวจตัวเองกับ 4 สถานะทาสสุดฮิตที่คนยุคนี้เป็นกันเพียบ ตามคอนเซปต์สุดฮึกเหิมที่ว่า ถ้าไม่สู้ ก็อยู่อย่างทาส มาดูกันดีกว่าว่าคุณกำลังติดกับดักอะไรอยู่ และจะมีวิธีไถ่ตัวเองให้เป็นอิสระได้อย่างไรบ้าง 1. ทาสน้ำตาล: หวานเจี๊ยบชื่นใจ แต่ข้างในร้องกรี๊ด บ่ายทีไร ร่างกายเรียกร้องชานมไข่มุกหรือเค้กนุ่ม ๆ ทุกที ใครที่มีอาการแบบนี้ ยินดีด้วยครับ คุณได้เข้าสู่สมาคมทาสน้ำตาลเรียบร้อยแล้ว ทำไมถึงติด? วิธีแก้เพื่อไถ่ตัว: 2. ทาสแอลกอฮอล์: สายตี้ตัวพ่อ ตัวแม่ผู้ไม่แพ้พ่าย ตกเย็นทีไร เสียงเปิดขวดมันช่างเย้ายวนใจเหลือเกิน ไม่ว่าจะฉลอง อกหัก เครียดจากงาน หรือแค่เบียร์เยียวยาทุกสิ่ง สุราเมรัยคือทางออกเสมอ ทำไมถึงติด? วิธีแก้เพื่อไถ่ตัว: 3. ทาสคาเฟอีน: ถ้าไม่ได้แก้วนี้ พี่ทำงานไม่ได้ เช้ามาตาปรือ สมองตื้อ คิดอะไรไม่ออก แต่พอได้ยินเสียงเครื่องชงกาแฟและได้จิบอเมริกาโน่ร้อน ๆ พลังงานก็กลับมาเต็มเปี่ยม นี่คือวิถีชีวิตของมนุษย์ออฟฟิศที่เป็นทาสคาเฟอีนระดับพรีเมียม ทำไมถึงติด? วิธีแก้เพื่อไถ่ตัว: 4. ทาสแมว: ความน่ารักที่ไร้ทางสู้ (ตกเป็นทาสจนวันตาย)…
ความกลัวเป็นสัญชาตญาณตามธรรมชาติของมนุษย์เมื่อต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ไม่คุ้นเคย รู้สึกไม่ปลอดภัย หรือกำลังตกอยู่ในอันตราย ซึ่งช่วยให้เราเอาตัวรอดได้ในชีวิตประจำวัน แต่เคยสังสัยไหมว่า ทำไมบางคนถึงมีความกลัวในสิ่งของหรือสถานการณ์บางอย่างที่ดู ‘ธรรมดามาก’ ในสายตาคนทั่วไป? หากความกลัวนั้นรุนแรงอย่างไร้เหตุผล หลีกเลี่ยงไม่ได้ และทำให้เกิดความทุกข์ทรมานใจอย่างมาก นั่นอาจไม่ได้เป็นแค่ความกลัวทั่วไป แต่เป็นอาการของ โรคกลัว (Phobia) นั่นเอง วันนี้ลุงจะพาทุกคนไปสวมบทบาทเป็นนักสำรวจจิตวิทยา เพื่อทำความรู้จักกับ 4 โรคกลัวสุดแปลกที่มีอยู่จริงบนโลกใบนี้ ที่อ่านแล้วอาจทำให้คุณต้องร้องอ๋อ หรือแอบสำรวจตัวเองว่าเรามีอาการเหล่านี้ซ่อนอยู่บ้างหรือเปล่า 1. Catoptrophobia: โรคกลัวกระจก สำหรับหลายคน กระจกคือไอเทมสำคัญในการเช็กความมั่นใจก่อนออกจากบ้าน แต่สำหรับผู้ที่เป็นโรคกลัวกระจก (Catoptrophobia) การเดินผ่านหรือการจ้องมองกระจกสามารถทำให้พวกเขารู้สึกตื่นตระหนกจนตัวสั่น ควบคุมตัวเองไม่ได้ หรือถึงขั้นกรีดร้องออกมาด้วยความกลัว สาเหตุและที่มาของอาการกลัวกระจก: 2. Philophobia: โรคกลัวความรัก ในขณะที่โลกขับเคลื่อนด้วยความรัก แต่สำหรับคนที่เป็นโรคกลัวความรัก (Philophobia) การตกหลุมรักอย่างรุนแรงหรือการสร้างความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกลับเป็นสิ่งที่น่าหวาดกลัวที่สุด พวกเขามักจะสร้างกำแพงขึ้นมาปิดกั้นตัวเอง และวิ่งหนีทันทีเมื่อเริ่มรู้สึกดีกับใครสักคน อะไรที่ทำให้คนเรากลัวความรักได้ขนาดนี้? 3. Papyrophobia: โรคกลัวกระดาษ กระดาษเป็นสิ่งที่เราต้องสัมผัสและใช้งานอยู่แทบทุกวัน แต่เชื่อมหรือไม่ว่ามีคนที่รู้สึกหวาดกลัวกระดาษ (Papyrophobia) อย่างรุนแรง ไม่ว่าจะเป็นกระดาษแผ่นเปล่า กระดาษหนังสือพิมพ์ หรือแม้กระทั่งกระดาษเปียก แค่เพียงเห็นหรือสัมผัสก็สามารถกระตุ้นความรู้สึกไม่ปลอดภัยขึ้นมาได้ทันที จุดเริ่มต้นของความกลัวกระดาษ:…
คุณเคยไหม? ในคืนที่ร่างกายเหนื่อยล้าแต่นอนไม่หลับ พลิกตัวไปมาจนท้อใจ แต่พอเปิดสมาร์ทโฟนเข้าไปดูคลิปวิดีโอคนกำลังหั่นผักเสียงดังฉึบๆ หรือคลิปคนใช้เล็บเคาะสิ่งของเบาๆ กลับรู้สึกวูบวาบผ่อนคลายที่ท้ายทอย ร่างกายเบาสบายขึ้นมาอย่างน่าประหลาด จนในที่สุดก็เผลอหลับไปโดยไม่รู้ตัว ปรากฏการณ์นี้ไม่ใช่เรื่องแปลก และไม่ใช่เรื่องอุปาทานแต่อย่างใด แต่มันคือปฏิกิริยาทางสมองที่เรียกว่า ASMR นั่นเอง วันนี้ลุงจะพาทุกคนไปเจาะลึกกันว่า อาการเสียวซ่านสมองนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร และมันส่งผลดีต่อร่างกายของเรามากแค่ไหนกัน ASMR คืออะไร? เมื่อสมองได้รับความ ‘ฟิน’ ชั่วขณะ ASMR ย่อมาจาก Autonomous Sensory Meridian Response หรือแปลเป็นไทยง่ายๆ ว่าความรู้สึกตอบสนองต่อสิ่งเร้าทางประสาทสัมผัสโดยอัตโนมัติ มันคือความรู้สึกเสียวซ่านและฟินชั่วขณะที่เกิดขึ้นที่สมอง ก่อนจะแล่นพล่านลงไปยังท้ายทอย ลำคอ แผ่นหลัง หรือแม้กระทั่งตามแขนขา โดยความรู้สึกผ่อนคลายนี้มักจะเกิดขึ้นเมื่อเราได้รับการกระตุ้นจากสิ่งเร้าบางอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการได้ยินเสียง การเห็นภาพ หรือการจินตนาการถึงการถูกสัมผัสทางกาย ส่อง ‘Trigger’ ตัวจุดชนวนความฟินยอดฮิต ในวงการ ASMR เราจะเรียกสิ่งเร้าที่กระตุ้นให้สมองเกิดความฟินนี้ว่า Trigger (ตัวกระตุ้น) ซึ่งแต่ละคนก็จะตอบสนองต่อตัวกระตุ้นที่แตกต่างกันออกไป โดยตัวกระตุ้นยอดนิยมที่เรามักเห็นในคลิปวิดีโอทั่วไป ได้แก่ มหัศจรรย์ ASMR กับการบำบัดร่างกายและจิตใจ หลายคนอาจคิดว่า ASMR เป็นเพียงเทรนด์ความบันเทิงบนโลกออนไลน์…
หากพูดถึงเมนูสตรีทฟู้ดหรือของทานเล่นที่เป็นขวัญใจคนทั่วโลก เชื่อว่าไส้กรอก จะต้องติดอยู่ในอันดับต้น ๆ อย่างแน่นอน แต่รู้หรือไม่ว่าไส้กรอกในแต่ละประเทศนั้นมีเอกลักษณ์ รสชาติ และกรรมวิธีการทำที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง วันนี้ลุงจะพาทุกคนไปออกเดินทางท่องโลกผ่านรสชาติความฟินของไส้กรอก 4 สัญชาติยอดนิยม ที่รับรองว่าอ่านจบแล้วจะต้องน้ำลายสอและอยากรีบพุ่งตัวไปหาทานทันที 1. Bratwurst (เยอรมัน) – พี่บิ๊กสุดคลาสสิก ขวัญใจมหาชน เริ่มต้นกันที่ดินแดนแห่งเบียร์และไส้กรอกอย่างประเทศเยอรมนี กับไส้กรอกระดับตำนานที่ชื่อว่าบราตเวิร์สต์ (Bratwurst) ซึ่งเป็นที่เลื่องลือในเรื่องของขนาดและความอร่อยแบบต้นตำรับ 2. Boerewors (แอฟริกาใต้) – ยาวใหญ่ไซส์จัมโบ้ เครื่องเทศจัดเต็ม ข้ามฝั่งมาที่ทวีปแอฟริกา กับไส้กรอกแบบดั้งเดิมของชาวแอฟริกาใต้ที่ชื่อว่าบูเระวอร์ส (Boerewors) ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องรูปร่างที่แปลกตาและรสชาติที่เข้มข้นถึงใจ 3. ซุนแด (เกาหลี) – เมนูสตรีทฟู้ดสีดำ คู่หูโซจูรอบดึก เอาใจคอซีรีส์เกาหลีกับซุนแด (Sundae) หรือไส้กรอกเลือดเกาหลี เมนูยอดฮิตตามร้านรถเข็นข้างทางที่ใครไปเกาหลีก็ต้องลอง 4. ไส้กรอกอีสาน (ไทย) – จิ๋วแต่แจ๋ว รสเปรี้ยวแซ่บสะท้านทรวง ปิดท้ายด้วยความภาคภูมิใจของไทยแลนด์แดนของอร่อย กับไส้กรอกอีสาน เมนูกับแกล้มและของว่างขวัญใจคนไทยทุกภาค ที่หากเดินผ่านร้านย่างเมื่อไหร่เป็นต้องโดนสะกดด้วยกลิ่นหอม ๆ จะเห็นได้ว่าไส้กรอกของแต่ละชาติต่างก็มีเรื่องราว วัฒนธรรม…
ถ้าพูดถึงท่าออกกำลังกายลดหน้าท้องและสร้างซิกแพคยอดฮิตที่ทุกคนต้องรู้จัก ดีกรีความฮอตคงหนีไม่พ้น ท่าครันช์ (Crunch) อย่างแน่นอนครับ เพราะเป็นท่าที่บริหารกล้ามเนื้อหน้าท้องได้ตรงจุด บาดเจ็บน้อยกว่าการซิทอัพแบบเดิม ๆ แต่คุณเคยสงสัยไหมว่า ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัวของคุณตอนนี้อยู่ในระดับไหน? และคุณกำลังฝึกในเลเวลที่ถูกต้องเหมาะสมกับร่างกายตัวเองอยู่รเบื้องต้นหรือเปล่า? วันนี้ลุงจะพาทุกคนมาทำเช็กลิสต์วัดระดับความฟิตผ่าน4 เลเวลท่าครันช์ มาดูกันว่าคุณอยู่ในกลุ่มผู้เริ่มต้น หรือก้าวข้ามขีดจำกัดไปเป็นยอดมนุษย์แล้ว พร้อมแล้วเตรียมเกร็งหน้าท้องแล้วไปเช็กพร้อมกันเลยครับ ทำไมต้องครันช์? ท่านี้ดีต่อแกนกลางลำตัวอย่างไร ก่อนจะไปวัดระดับ เรามาทำความเข้าใจกันก่อนว่า ท่าครันช์นั้นช่วยเน้นการทำงานของกล้ามเนื้อหน้าท้องส่วนบนเป็นหลัก (Rectus Abdominis) รวมถึงกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว (Core Muscles) ซึ่งข้อดีของการทำท่าครันช์อย่างถูกวิธีมีดังนี้ วัดระดับความฟิต คุณครันช์ได้เลเวลไหน? ลองมาเช็กประสิทธิภาพร่างกายของคุณผ่าน 4 ระดับความท้าทายนี้กันครับ Level 1: ครันช์แบบมีตัวช่วย (Assisted Crunch) เหมาะสำหรับ: ผู้เริ่มต้นออกกำลังกาย หรือคนที่ยังไม่สามารถยกร่างกายส่วนบนขึ้นจากพื้นด้วยตัวเองได้ สำหรับเลเวลนี้ จะเป็นก้าวแรกที่ช่วยเตรียมความพร้อมให้กล้ามเนื้อท้อง โดยคุณอาจจะใช้ยางยืดออกกำลังกาย (Resistance Band) ช่วยดึง, ใช้มือจับต้นขาเพื่อช่วยพยุงตัวขึ้น หรือให้เพื่อนช่วยจับประคองหลังไว้ การฝึกเลเวลนี้จะเน้นไปที่การสร้างความคุ้นเคยกับการเกร็งหน้าท้องและฝึกการหายใจที่ถูกต้อง เพื่อเตรียมตัวก้าวสู่เลเวลถัดไป Level 2: ครันช์แบบปกติ (Normal Crunch)…










