คุณกำลังเครียดไม่รู้ตัวอยู่หรือเปล่า? มาเช็กสัญญาณเตือนกาย-ใจกัน

ทำแบบนี้ กำลังเครียดไม่รู้ตัวอยู่หรือเปล่า.jpg

เคยสังเกตตัวเองกันไหมครับ? เวลาที่นั่งทำงานเครียด ๆ อ่านหนังสือสอบ หรือแม้แต่นอนดูซีรีส์เพลิน ๆ มือไม้ของเรามักจะอยู่ไม่สุข บางคนรู้ตัวอีกทีก็กำลังแกะสะเก็ดแผลจนเลือดซิบ บางคนดึงเส้นผมเล่นจนหลุดร่วง หรือบางคนก็กัดเล็บตัวเองจนกุดแทบไม่เหลือเนื้อเล็บ

พฤติกรรมเล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านี้ หลายคนมักมองข้าม และคิดว่าเป็นแค่นิสัยส่วนตัว หรือ ความซนของมือ แต่ในความเป็นจริง มันอาจจะเป็นสัญญาณเตือนจากร่างกายที่กำลังบอกว่า คุณกำลังเผชิญกับภาวะเครียดไม่รู้ตัว อยู่ก็ได้ครับ

วันนี้ลุงจะพาไปเจาะลึกพฤติกรรมเหล่านี้ว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร และเมื่อไหร่ที่ควรเริ่มระวังตัว


3 พฤติกรรมยอดฮิต เผลอทำเมื่อไหร่แปลว่าใจเริ่มล้า

มาลองเช็กซิว่าคุณกำลังมีอาการเหล่านี้อยู่หรือเปล่า?

1. ชอบแกะหรือจิกผิวจนเป็นแผล

ไม่ว่าจะเป็นรอยสิว สะเก็ดแผลเล็ก ๆ หรือแม้แต่ผิวแห้ง ๆ รอบเล็บ มือเจ้ากรรมก็ชอบไปแกะ ไปเกา ยิ่งแกะยิ่งรู้สึกมันมือ รู้ตัวอีกทีก็แผลเปิด เลือดซิบ และทิ้งรอยแผลเป็นแดง ๆ ดำ ๆ ไว้ให้ช้ำใจเล่น

2. ชอบดึงผมจนเริ่มบาง

อาการนี้มักเกิดขึ้นเวลาที่ต้องใช้ความคิดหรือมีเรื่องกังวลใจ หลายคนเริ่มจากการม้วนผมเล่น ดึงเส้นผมเบา ๆ แล้วจบด้วยการดึงผมขาดติดมือออกมา ยิ่งเครียดก็ยิ่งดึง ดึงจนผมเริ่มแหว่งหรือบางลงอย่างเห็นได้ชัด

3. ชอบกัดเล็บจนเล็บพัง

พฤติกรรมสุดคลาสสิกของคนที่มีความวิตกกังวล บางคนกัดเล็บตั้งแต่เด็กจนโต บางครั้งกัดลึกไปถึงจมูกเล็บ จนเกิดการอักเสบ บวมแดง ติดเชื้อ และทำให้หน้าเล็บเสียรูปทรงจนเสียบุคลิกภาพ


ทำไมพอเครียด ร่างกายต้องแกะ เกา ดึง กัด?

หลายคนอาจสงสัยว่า ทำไมความเครียดที่เกิดขึ้นในสมอง ถึงได้แสดงออกผ่านพฤติกรรมทางร่างกาย ที่ดูเป็นการทำร้ายตัวเองแบบนี้? กลไกของมันสามารถอธิบายได้ดังนี้ครับ

  • ร่างกายต้องการหาที่ระบาย เมื่อเราเผชิญกับความเครียด ความกังวล หรือความตื่นเต้น สมองและร่างกายจะเกิดความตึงเครียดภายในโดยที่เราไม่รู้ตัว ร่ายกายจึงพยายามหาทาง ปลดปล่อยพลังลบเหล่านั้นออกมา
  • ทำแล้วรู้สึกฟิน และโล่งสบาย ในทางจิตวิทยาและประสาทวิทยา ตอนที่เราแกะสะเก็ดแผล ดึงเส้นผมหลุด หรือกัดเล็บ สมองจะหลั่งสารแห่งความพึงพอใจออกมาแวบหนึ่ง ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย และโล่งสบายชั่วขณะ
  • กลายเป็นนิสัยโดยไม่รู้ตัว เมื่อสมองจดจำว่าพฤติกรรมเหล่านี้ช่วยลดความเครียดได้ เราก็จะทำต่อไปเรื่อย ๆ จนติดเป็นนิสัย

เมื่อไหร่ควรไปพบจิตแพทย์?

ในทางการแพทย์ พฤติกรรมซ้ำ ๆ ที่มุ่งเน้นไปยังร่างกายเหล่านี้มีชื่อเรียกว่า BFRBs (Body-Focused Repetitive Behaviors) แม้จะดูเหมือนไม่ใช่เรื่องร้ายแรงในตอนแรก แต่หากปล่อยทิ้งไว้จนเรื้อรังก็อาจส่งผลเสียต่อร่างกายและจิตใจได้ หากคุณหรือคนรอบข้างมีอาการเข้าข่ายดังต่อไปนี้ ควรไปพบจิตแพทย์เพื่อขอคำแนะนำครับ

  • ส่งผลกระทบต่อร่างกายรุนแรง เช่น ผิวหนังอักเสบ ติดเชื้อเป็นหนองเรื้อรัง เล็บเน่าบิดเบี้ยว หรือผมร่วงเป็นหย่อม ๆ จนเห็นหนังศีรษะ
  • พยายามหยุดแล้ว แต่ทำไม่ได้ รู้ตัวว่าอยากเลิก พยายามหักห้ามใจหลายครั้ง แต่สุดท้ายก็ทนไม่ได้ ต้องกลับมาทำพฤติกรรมเดิม
  • กระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน เริ่มสูญเสียความมั่นใจ ไม่กล้าออกไปเจอผู้คนเพราะอายรอยแผล อายเล็บ อายผมที่บางลง หรือรู้สึกผิดและซึมเศร้าทุกครั้งหลังจากที่เผลอทำลงไป

วิธีรับมือเบื้องต้นเพื่อตัดวงจรเครียดไม่รู้ตัว

หากคุณเริ่มรู้ตัวว่ากำลังตกอยู่ในวงจรนี้ ลองนำวิธีเหล่านี้ไปปรับใช้เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจดูครับ

  • ฝึกสติและรู้เท่าทัน ทุกครั้งที่มือเริ่มขยับไปที่ผม ผิว หรือปาก ให้รีบดึงมือกลับมา สูดหายใจเข้า-ออกลึก ๆ เพื่อผ่อนคลายความตึงเครียด
  • หาของเล่นแก้เครียด นำลูกบอลยางนิ่ม ๆ สไลม์ หรือของเล่นกดปุ่มมาไว้ใกล้ตัว เพื่อให้มือไม่ว่าง และได้ระบายความเครียดไปที่สิ่งของแทนร่างกายตัวเอง
  • ตกแต่งหรือป้องกันจุดเสี่ยง สำหรับคนชอบกัดเล็บ ลองทาเล็บสีสวย ๆ หรือทาสิ่งที่มีรสขม (สำหรับแก้กัดเล็บโดยเฉพาะ) สำหรับคนชอบแกะผิว ลองแปะพลาสเตอร์ยาหรือแผ่นซับสิวทับไว้เพื่อลดการสัมผัสโดยตรง

ความเครียดไม่ใช่เรื่องน่าอาย และพฤติกรรมเหล่านี้ก็เป็นเพียงวิธีที่สมองใช้รับมือกับอารมณ์ในขณะนั้น การสังเกตตัวเองอย่างใส่ใจ และกล้าที่จะปรึกษาจิตแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญ ไม่ใช่เรื่องแปลกเลยครับ แต่มันคือการเริ่มต้นดูแล และรักตัวเองต่างหาก