Author Archives: admin

กินไขมันเพื่อลดไขมัน? เจาะลึก Ketogenic Diet วิถีลดน้ำหนักสุดฮิตของคนรักของอร่อย

ketogenic diet วิธีการกินไขมันเพื่อลดไขมัน.jpg

เคยสงสัยไหมว่า ถ้าเราอยากลดความอ้วน แต่ไม่อยากอดอาหารมันๆ ของโปรด จะมีวิธีไหนบ้างไหมนะ? หลายคนคงคุ้นเคยกับคำแนะนำดั้งเดิมอย่าง ‘อยากผอมต้องเลี่ยงของทอด หลีกเลี่ยงของมัน’ แต่ในวันนี้เราจะพาทุกคนมาแหกกฎนั้นกันครับ ยินดีต้อนรับเข้าสู่วิถี ‘Ketogenic Diet’ (คีโตเจนิค ไดเอต) หรือที่เรียกกันสั้นๆ ว่า ‘การกินคีโต’ แนวทางการกินอาหารรูปแบบใหม่ที่เชื่อในแนวคิดสุดท้าทายอย่าง ‘การกินไขมัน เพื่อไปลดไขมัน’ ฟังดูแปลกใช่ไหมล่ะ? แต่บอกเลยว่าวิธีนี้มีทฤษฎีวิทยาศาสตร์รองรับ และสามารถช่วยให้คนลดน้ำหนักสำเร็จมาแล้วมากมายอย่างรวดเร็ว ทำความเข้าใจ ‘คีโตเจนิค ไดเอต’ คืออะไร? โดยปกติแล้ว ร่างกายของเราจะเลือกใช้พลังงานจาก ‘แป้งและน้ำตาล’ (คาร์โบไฮเดรต) เป็นหลัก แต่การกินคีโตคือการปรับสัดส่วนอาหารใหม่แบบสุดขั้ว โดยหันมาเน้นการกินไขมันในปริมาณที่สูงมาก และจำกัดการกินคาร์โบไฮเดรตให้เหลือน้อยที่สุด เพื่อกดดันให้ร่างกายเข้าสู่สภาวะที่เรียกว่า ‘Ketosis’ (คีโตซิส) เมื่อร่างกายไม่มีน้ำตาลจากแป้งไปใช้งาน ร่างกายจะสลายไขมันที่กินเข้าไปรวมถึงไขมันสะสมตามส่วนต่างๆ ของร่างกายให้กลายเป็นสารที่เรียกว่า ‘คีโตน’ (Ketones) เพื่อใช้เป็นพลังงานทดแทน เปรียบเสมือนการเปลี่ยนระบบเชื้อเพลิงของร่างกายจาก ‘ระบบแก๊ส (คาร์โบไฮเดรต)’ มาเป็น ‘ระบบน้ำมัน (ไขมัน)’ นั่นเอง สัดส่วนสารอาหารในจานคีโตที่ต้องรู้ หากคุณอยากก้าวเข้าสู่วิถีคีโตอย่างจริงจัง สัดส่วนสารอาหารที่คุณได้รับในแต่ละวันจะต้องเป๊ะ ซึ่งแบ่งออกเป็น:…

ไขความลับ Intermittent Fasting (IF) ลดน้ำหนักฉบับมือใหม่ ทำยังไงให้หุ่นปังแบบไม่ต้องอดของอร่อย

intermittent fasting ช่วยลดน้ำหนักได้ยังไง.jpg

หลายคนคงเคยได้ยินคำว่า IF หรือ Intermittent Fasting กันใช่ไหมครับ? บางคนอาจจะคิดว่ามันคือการอดอาหารทรมานร่างกาย แต่จริง ๆ แล้ว IF ไม่ใช่ไดเอทที่บอกว่าห้ามกินนู่นห้ามนี่ แต่มันคือการกำหนดช่วงเวลากินและหยุดกินต่างหาก! พูดง่าย ๆ คือการแบ่งเวลาใน 24 ชั่วโมงของคุณออกเป็น 2 ช่วงหลัก ๆ ได้แก่ ช่วงกิน (Feeding) ที่เราทานอาหารตามปกติ และช่วงอด (Fasting) ที่เราต้องงดอาหารที่ให้พลังงานอย่างเด็ดขาดครับ กติกาเหล็กของการทำ IF ที่มือใหม่ต้องรู้ ก่อนจะไปเริ่มทำ เรามาทำความเข้าใจกฎง่าย ๆ เพื่อไม่ให้การทำ IF ของเราสูญเปล่ากันก่อนครับ เลเวลไหนที่ใช่คุณ? ส่อง 3 ระดับการทำ IF สำหรับทุกไลฟ์สไตล์ การเริ่มทำ IF ไม่จำเป็นต้องหักโหมครับ เราสามารถเลือกเลเวลที่เหมาะกับสภาพร่างกายและไลฟ์สไตล์ของเราได้เลย โดยแบ่งออกเป็น 3 ระดับ ดังนี้ ระดับเริ่มต้น (Level 1: สูตร…

น้องชายส่งสัญญาณเตือน! 4 อาการผิดปกติที่หนุ่ม ๆ ห้ามมองข้าม

ปัญหาของอวัยะเพศชายที่ไม่ควรนิ่งดูดาย.jpg

เรื่องสุขภาพของน้องชาย ถือเป็นเรื่องสุดบอบบาง ที่ผู้ชายหลายคนมักเขินอายที่จะพูดถึง หรือบางครั้งเมื่อเกิดอาการผิดปกติเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็มักจะเลือกนิ่งดูดาย ปล่อยทิ้งไว้เพราะคิดว่าจะหายไปเอง แต่รู้หรือไม่ครับว่า อาการเตือนเพียงเล็กน้อยอาจลุกลามกลายเป็นปัญหาใหญ่ ที่ส่งผลต่อความมั่นใจและสมรรถภาพทางเพศในระยะยาวได้! วันนี้ลุงจะพาทุกคนมาเช็กสุขภาพน้องชายกับ 4 อาการผิดปกติที่คุณห้ามละเลย พร้อมวิธีดูแลรักษาอย่างถูกต้อง เพื่อให้น้องชายของคุณกลับมาแข็งแรงและปลอดภัยครับ 1. น้องชายมีอาการคัน และแดง อาการคันและมีรอยแดงบริเวณส่วนปลายของน้องชาย เป็นหนึ่งในอาการเริ่มต้นที่พบได้บ่อยที่สุด ซึ่งมักสร้างความรำคาญใจให้หนุ่ม ๆ ไม่น้อยในระหว่างวัน สาเหตุที่พบได้บ่อย: ส่วนใหญ่มักเกิดจากผิวหนังอักเสบ (Balanitis) ซึ่งมีสาเหตุหลักมาจากการทำความสะอาดที่ไม่ดีพอ ทำให้มีคราบสกปรกหรือขี้เปียก หมักหมมอยู่ใต้หนังหุ้มปลาย หรืออาจเกิดจากการแพ้สารเคมี เช่น สบู่ที่มีน้ำหอมแรง น้ำยาปรับผ้านุ่มที่ตกค้างในกางเกงใน หรือสารเคมีในเจลหล่อลื่นและถุงยางอนามัย ข้อแนะนำในการดูแลรักษา: 2. คันยิบ ๆ มีผื่นแดง และผิวลอกเป็นขุย หากอาการคันเริ่มทวีความรุนแรงขึ้น พร้อมกับมีผื่นแดงขยายวงกว้างตามขาหนีบ และบางครั้งมีผิวลอกเป็นขุยขาว ๆ นี่คือสัญญาณเตือนว่าน้องชายของคุณกำลังโดนคุกคามแล้ว สาเหตุที่พบได้บ่อย: อาการนี้มักเกิดจากโรคผิวหนังที่เรียกว่าสังคัง หรือการติดเชื้อราในร่มผ้า ซึ่งมีสาเหตุหลักมาจากการที่น้องชายเผชิญกับสภาวะอับชื้นบ่อย ๆ เช่น การสวมกางเกงในที่รัดแน่นเกินไป การใส่เสื้อผ้าซ้ำ…

บีบแตรบ้านเขาไม่เหมือนบ้านเรา เปิดวัฒนธรรมการบีบแตร 4 ประเทศ ที่คนขับรถต้องรู้

บีบแตร แต่ละที่ไม่เหมือนกัน.jpg

สังเกตไหมเวลาเดินทางไปต่างประเทศ เสียงแตรรถยนต์ที่ได้ยินบนถนนมีโทนเสียง จังหวะ และความถี่ที่ต่างกัน บางประเทศบีบกันจนเป็นเรื่องปกติ บางประเทศแค่บีบแตรเบา ๆ ก็อาจทำให้คนหันมามองทั้งถนน บางประเทศบีบแตรแล้วอาจติดคุก วันนี้ลุงจะพาไปเจาะลึกวัฒนธรรมการบีบแตรสุดแปลกจาก 4 ประเทศ ได้แก่ อินเดีย ญี่ปุ่น เวียดนาม และไทย มาดูกันว่าเสียงแตรรรรร ของแต่ละที่เขาสื่อสารอะไรกัน อินเดีย: สวรรค์แห่งเสียงแตร บีบฉ่ำ เฉลี่ยทุก 2.5 วิ หากมีโอกาสได้ไปเที่ยวอินเดีย สิ่งแรกที่รอต้อนรับคือเสียงแตรที่ดังระงมอยู่ตลอดเวลา สำหรับคนอินเดียแล้ว เสียงแตรไม่ได้หมายถึงความโกรธ หรือการหาเรื่อง แต่มันคือส่วนหนึ่งของชีวิตธรรมดาบนท้องถนน ผลสำรวจเผยว่า คนอินเดีย 91% มองว่าการบีบแตรเป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่งในการขับขี่ ที่นี่ใช้การบีบแตรเพื่อเตือน บอกตำแหน่ง สื่อสารระหว่างคัน หรือแม้กระทั่งใช้ทักทายกัน บนถนนอินเดียมีการบีบแตรเฉลี่ยสูงถึง 2.5 วินาทีต่อครั้งเลยทีเดียว เรียกได้ว่าถ้าใครไม่บีบแตร จะดูเป็นคนแปลกแยกไปเลย 2. ญี่ปุ่น: แดนแห่งความสงบ บีบมั่วซั่วมีสิทธิ์ติดคุก 5 ปี ประเทศญี่ปุ่นขึ้นชื่อเรื่องความเป็นระเบียบวินัยและความเกรงใจขั้นสุด วัฒนธรรมการใช้แตรของที่นี่แตกต่างจากอินเดียแบบคนละขั้วโลกเลย คนญี่ปุ่นจะบีบแตรเฉพาะในจุดที่กฎหมายกำหนดไว้เท่านั้น เช่น ทางโค้งอับสายตาที่มีป้ายเตือนให้บีบแตร…

สมัยก่อนดีกว่าตอนนี้จริงหรือ? ย้อนประวัติศาสตร์ พิสูจน์ความจริงที่โลกเคยเผชิญ

ชีวิตของสมัยก่อน ดีกว่าคนสมัยนี้จริงไหม.jpg

เรามักได้ยินคนบ่นว่า “เมื่อก่อนโลกน่าอยู่กว่านี้ ไม่มีโรคภัย ไม่มีมลพิษ ผู้คนก็มีน้ำใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่” ความรู้สึกโหยหาอดีต หรือ Nostalgia เป็นเรื่องธรรมชาติของมนุษย์ครับ แต่หากเราลองกลับไปมองประวัติศาสตร์ และตัวเลขสถิติที่เกิดขึ้นจริง เราอาจจะเปลี่ยนความคิดใหม่ เพราะในอดีตอาจไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบอย่างที่เราเข้าใจเลย วันนี้ลุงจะพาทุกคนย้อนเวลากลับไปพิสูจน์ว่าสมัยก่อนกับสมัยนี้ สมัยไหนที่แย่กว่ากัน ผ่าน 4 เรื่องราวที่จะทำให้คุณรักชีวิตในปัจจุบันมากขึ้นเป็นกอง ยุคนี้มีโควิด แต่ยุคก่อนเจอ “กาฬโรค” ล้างโลก เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา มนุษยชาติเผชิญกับการระบาดของโควิด-19 ที่สร้างความลำบากไปทั่วโลก หลายคนมองว่ายุคเก่าช่างโชคดีที่ไม่ต้องเจอกับโรคนี้ แต่ความจริงในอดีตน่ากลัวกว่ามาก โดยเฉพาะเหตุการณ์ระบาดครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์อย่าง กาฬโรค (Black Death) ในศตวรรษที่ 14 กาฬโรคระบาด คร่าชีวิตคนในทวีปยุโรปไปครึ่งหนึ่งของประชากรทั้งหมด คิดเป็นจำนวนราว 25-50 ล้านคน ยุคนั้นมนุษย์ยังไม่มีความรู้เรื่องเชื้อโรค ไม่มีวัคซีน ไม่มียาปฏิชีวนะ การเจ็บป่วยจึงเท่ากับความตาย ต่างจากปัจจุบันที่เรามีระบบสาธารณสุขและเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่พัฒนาไปไกลมาก สมัยก่อนไม่มี PM 2.5 แต่มี “หมอกพิษถล่มลอนดอน” ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กหรือ PM 2.5 กลายเป็นปัญหาระดับโลกในปัจจุบัน จนหลายคนคิดว่าในอดีตคงมีแต่อากาศบริสุทธิ์ แต่ความจริงมลพิษทางอากาศในอดีตเคยรุนแรงกว่าปัจจุบันหลายเท่าตัว ตัวอย่างที่ชัดที่สุดคือ…

เครียดแค่ไหนต้องไปหาหมอ? เช็ก 3 ระดับความเครียดและสัญญาณเตือนที่ใจบอกว่าไม่ไหวแล้ว

เครียดแค่ไหน ต้องไปหาหมอ.jpg

ปัจจุบันที่ทุกอย่างหมุนอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงาน เงิน ความสัมพันธ์ หรือแม้แต่ข่าวสารในโซเชียลมีเดีย ปฏิเสธไม่ได้ว่าความเครียดกลายมาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของพวกเราไปแล้ว หลายคนมองว่าความเครียดเป็นเรื่องธรรมดา เดี๋ยวก็หาย แต่รู้ไหมว่าข้อมูลสถิติในปี 2567 พบว่า… คนไทยมีความเครียดสูงขึ้นถึง 15.48% ส่งผลให้เสี่ยงต่อการเจ็บป่วยเพิ่มขึ้น 17.20% และที่น่ากังวลที่สุดคือ มีอัตราเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตายสูงถึง 10.63% เลยทีเดียว เราจะรู้ได้ยังไงว่าความเครียดที่เจออยู่เป็นเรื่องปกติ หรือมันสะสมจนถึงขั้นวิกฤตที่ต้องหันมาดูแลตัวเองอย่างจริงจัง? วันนี้ลุงจะพาไปทำความเข้าใจเกี่ยวกับระดับความเครียด และเช็กสัญญาณเตือนจากร่างกายและจิตใจกันครับ ความเครียด 3 ประเภท: คุณกำลังเจอกับความเครียดแบบไหน? นักจิตวิทยาชาวอเมริกันได้แบ่งความเครียดออกเป็น 3 ระดับ ตามลักษณะและความรุนแรง เพื่อให้เราสามารถสังเกตและรับมือได้อย่างถูกต้อง ดังนี้ครับ 1. ความเครียดฉับพลัน (Acute Stress) ความเครียดประเภทนี้เกิดขึ้นในระยะเวลาสั้น ๆ มีสาเหตุเฉพาะเจาะจง และเมื่อเหตุการณ์นั้นผ่านไป ความเครียดก็จะค่อย ๆ ลดและหายไปเอง เช่น 2. ความเครียดฉับพลันแบบต่อเนื่อง (Episodic Acute Stress) ความเครียดฉับพลันที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ ติดต่อกันหลายครั้ง ในช่วงเวลาห่างกันไม่นาน เหมือนมรสุมชีวิตที่พัดเข้ามาลูกแล้วลูกเล่า…

ตำนาน 4 ยารักษาระดับโลก ที่ค้นพบจากความผิดพลาดแบบไม่ตั้งใจ

ยาที่พบโดยบังเอิญ.jpg

เคยไหม? เวลาทำอะไรผิดพลาดแล้วรู้สึกเฟล… แต่รู้ไหมว่าในโลกของวิทยาศาสตร์และการแพทย์ ความผิดพลาดหรือความบังเอิญ บางครั้งกลับสร้างปาฏิหาริย์ที่เปลี่ยนโลกไปตลอดกาล ยาและนวัตกรรมยอดฮิตหลายชนิดที่เราคุ้นเคยในปัจจุบัน บางอย่างไม่ได้เกิดจากการวางแผนสมบูรณ์แบบในห้องทดลอง แต่เกิดจากความบังเอิญที่ผู้ค้นพบเองก็คาดไม่ถึง วันนี้ลุงจะพาไปดู 4 ยารักษาโรคระดับตำนานที่ถูกค้นพบโดยบังเอิญ อ่านแล้วว้าวแน่นอลลลล เพราะถ้าไม่มีความบังเอิญในวันนั้น มนุษยชาติอาจไม่มีนวัตกรรมเปลี่ยนโลกที่ช่วยชีวิตคนนับล้านในวันนี้ เพนิซิลลิน (Penicillin): ยาปฏิชีวนะจากจานเพาะเชื้อที่ถูกลืม ย้อนไปในยุคที่ยังไม่มีสารฆ่าเชื้อ แค่แผลถลอกเล็กๆ หรือโรคปอดบวมธรรมดาก็สามารถคร่าชีวิตคนได้ จนปี ค.ศ. 1928 อเล็กซานเดอร์ เฟลมมิ่ง (Alexander Fleming) นักวิจัยชาวสก็อตแลนด์ เผลอวางจานเพาะเชื้อแบคทีเรียทิ้งไว้บนโต๊ะทำงาน แล้วออกไปพักร้อนนานหลายวัน เมื่อกลับมาเขาพบว่ามีเชื้อราสีเขียวชนิดหนึ่ง เติบโตขึ้นในจานเพาะเชื้อ และที่น่าทึ่งคือ แบคทีเรียที่อยู่รอบ ๆ เชื้อรานั้น ไม่สามารถเจริญเติบโตได้เลย เชื้อราสีเขียวนั้นสร้างสารพิเศษขึ้นมา เพื่อขัดขวางและทำลายการเติบโตของแบคทีเรีย เฟลมมิ่งจึงนำไปสกัดเป็นยาเพนิซิลลิน ซึ่งเป็นยาปฏิชีวนะตัวแรกของโลกที่ช่วยชีวิตทหารในสงครามโลกและผู้ป่วยติดเชื้อนับล้านคน ไวอากร้า (Viagra): ยาโรคหัวใจที่ให้ผลลัพธ์ “แข็ง” ผิดคาด ยาสีฟ้าเม็ดเล็ก ๆ ที่ช่วยคืนความปึ๋งปั๋ง ให้ผู้ชายทั่วโลกกลับมามีความมั่นใจ ที่จริงแล้วไวอากร้า (Viagra) ไม่ได้ถูกคิดค้นขึ้นมา เพื่อรักษาสมรรถภาพทางเพศตั้งแต่แรก ในช่วงเริ่มต้น…

เบื้องหลังศัพท์แพทย์สุดพิลึก ใครจะคิดว่าวัคซีนมาจากแม่วัว และกล้ามเนื้อคือหนูวิ่งใต้ผิวหนัง

ที่มาสุดแปลก ของศัพท์แพทย์.jpg

เคยสงสัยไหมว่า คำศัพท์ทางการแพทย์ภาษาอังกฤษที่เราคุ้นหูในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นคำว่า มะเร็ง วัคซีน หรือกล้ามเนื้อ มีที่มาจากไหน? หลายคนอาจจะคิดว่ามันต้องมาจากชื่อนักวิทยาศาสตร์ผู้ค้นพบ หรือเป็นคำศัพท์หรูหราที่ตั้งขึ้นมาเพื่อความน่าเชื่อถือแน่ ๆ แต่บอกเลยว่าคุณคิดผิด เพราะที่จริงแล้ว รากศัพท์ทางการแพทย์เหล่านี้มีเบื้องหลังที่พิลึก น่ารัก และเต็มไปด้วยจินตนาการของคนโบราณที่เราคาดไม่ถึง วันนี้ลุงจะพาไปเจาะลึก 4 ศัพท์แพทย์สุดแปลก ที่จะทำให้คุณต้องร้องว้าว และมองคำเหล่านี้เปลี่ยนไปตลอดกาล 1. Cancer (มะเร็ง): ทำไมโรคร้ายถึงกลายเป็น “ปู”? เมื่อพูดถึงโรคมะเร็ง (Cancer) ทุกคนคงรู้สึกกลัวและนึกถึงโรคร้ายแรงที่รักษายาก แต่รู้ป่าวว่าในภาษากรีกโบราณ คำว่า Cancer มีรากศัพท์มาจากคำว่า CARCINOS ซึ่งแปลตรงตัวว่า ปู (Crab) สัตว์ทะเลที่มีก้ามหนีบ งับ ๆ นั่นเอง สาเหตุที่คนโบราณ (โดยเฉพาะบิดาแห่งการแพทย์อย่างฮิปโปเครตีส) เปรียบเทียบโรคมะเร็งกับปูนั้น เพราะแพทย์ยุคโบราณสังเกตเห็นว่าก้อนเนื้อร้ายของมะเร็งบางชนิด จะมีเส้นเลือดฝอยแผ่ขยายออกมารอบ ๆ ดูเหมือนขาปูที่กำลังกางออก ดังนั้นคำว่าปูก็เลยถูกเอามาใช้เรียกเนื้อร้ายนี้ และกลายมาเป็นคำว่า Cancer ที่เราใช้กันในปัจจุบัน 2. Vaccine (วัคซีน): ฮีโร่ที่มีต้นกำเนิดจาก…

เปลี่ยนวิกฤตฝุ่นม่วง เผยผลทดสอบ หน้ากากอนามัยธรรมดาก็กรอง PM2.5 ได้ดีกว่าที่คิด

อยู่โซนฝุ่นม่วงก็หายใจแบบฝุ่นเหลืองได้ แค่ใส่หน้ากากอนามัย.jpg

ตื่นเช้ามาลืมตาดูแอปวัดค่าอากาศทีไร หัวใจแทบวาย! ท้องฟ้าที่เคยสดใสกลับกลายเป็นสีม่วง (Purple Zone) สะท้อนถึงวิกฤตฝุ่นพิษ PM2.5 ที่อยู่ในขั้นอันตราย หลายคนอาจกำลังวิตกกังวลว่า ถ้าไม่มีหน้ากาก N95 ราคาแพง หรือไม่มีเครื่องฟอกอากาศล้ำ ๆ เราจะเอาชีวิตรอดจากฝุ่นร้ายนี้อย่างไร? วันนี้ลุงมีข้อมูลดี ๆ จากผลการทดสอบเชิงวิทยาศาสตร์ที่จะทำให้คุณอุ่นใจขึ้น เพราะแค่หน้ากากอนามัยทั่วไป (Surgical Mask) ที่เราหาซื้อได้ง่าย ๆ ก็มีพลังวิเศษที่ช่วยให้คุณกลับมาหายใจได้โล่งปอดขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ ผลทดสอบชี้ หน้ากากอนามัยธรรมดา เปลี่ยนฝุ่นโซนสีม่วง สู่โซนสีเหลือง เชื่อว่าหลายคนอาจเคยตั้งข้อสงสัยว่า หน้ากากอนามัยสีฟ้าหรือสีเขียวธรรมดาที่เราใช้กัน สามารถกันฝุ่นจิ๋ว PM2.5 ได้จริงไหม? ล่าสุดทีมวิจัยได้ทำการทดสอบประสิทธิภาพการใส่หน้ากากอนามัยที่ได้มาตรฐาน เพื่อหาคำตอบในเรื่องนี้ ผลลัพธ์คือมันสามารถกรองฝุ่น PM2.5 จากระดับสีม่วงเข้มที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ให้ลดลงมาเหลือเพียงระดับสีเหลืองซึ่งเป็นระดับปานกลางได้อย่างมีประสิทธิภาพ เค้าพิสูจน์กันยังไง? เพื่อความโปร่งใสและแม่นยำ ทีมวิจัยได้ออกแบบชุดทดสอบระบบระบายอากาศและวัดปริมาณฝุ่นอย่างเป็นระบบ โดยมีส่วนประกอบและการทำงานหลัก ๆ 3 ส่วน ดังนี้ จากตัวเลขข้างต้น คิดเป็นประสิทธิภาพในการกรองฝุ่นละอองได้สูงถึงประมาณ 83% เลยทีเดียว จากระดับสีม่วงที่สูดเข้าไปแล้วแสบคอ กลายมาเป็นระดับสีเหลืองที่ปลอดภัยต่อระบบทางเดินหายใจของเรามากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แต่ไม่ใช่หน้ากากทุกชิ้นจะกันฝุ่นได้เท่ากัน แม้ผลการทดสอบจะออกมาน่าประทับใจ…

สุขภาพดีง่าย ๆ สไตล์ชีวิตแนวตั้ง เบิร์นแคลอรีสุดปัง แถมกระชับมิตรเพื่อนบ้าน

สุขภาพดีแบบง่าย ๆ ตามสไตล์ชีวิตแนวตั้ง.jpg

ในยุคปัจจุบันวิถีชีวิตของคนเมืองเปลี่ยนไป หลายคนเลือกที่จะอยู่อาศัยในคอนโดมิเนียม แฟลต หรืออพาร์ตเมนต์ตึกสูง ซึ่งเรามักจะเรียกกันขำ ๆ ว่าเป็นชีวิตแนวตั้ง แม้พื้นที่อาจจะไม่ได้กว้างขวางเหมือนบ้านเดี่ยวที่มีสนามหญ้า แต่รู้หรือไม่ว่า Lifestyle แบบนี้ก็สามารถสร้างสุขภาพที่ดี ร่างกายที่ฟิตแอนด์เฟิร์ม และจิตใจที่เบิกบานได้ง่าย ๆ โดยไม่จำเป็นต้องเสียเงินเข้ายิมราคาแพงเลยสักนิด วันนี้ลุงจะพาทุกคนไปส่องไอเดียการออกกำลังกาย และทำกิจกรรมฉบับคนเมืองแนวตั้ง ที่ทั้งสนุก เบิร์นแคลอรีได้ยอดเยี่ยม และยังช่วยสร้างมิตรภาพดี ๆ กับคนรอบข้างในตึกเดียวกันอีกด้วย จะมีอะไรบ้างนั้น ไปดูกันเลย 3 กิจกรรมขยับกายเบิร์นแคลฯ ดีไซน์เพื่อคนรักสุขภาพ การมีสุขภาพดีไม่ได้เริ่มต้นที่ฟิตเนสเสมอไป แต่อยู่ที่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน (Active Lifestyle) และนี่คือ 3 กิจกรรมใกล้ตัวที่ช่วยให้คุณเบิร์นไขมันได้อย่างมีประสิทธิภาพ 1. วิ่งขึ้นบันได: คาร์ดิโอสุดโหด เบิร์นไวในนาทีเร่งด่วน สำหรับใครที่ตื่นสายหรือไม่มีเวลาไปวิ่งที่สวนสาธารณะ ลองเปลี่ยนมาใช้บันไดหนีไฟ หรือบันไดในตึกของคุณให้เป็นลู่วิ่งส่วนตัวดู จากผลการศึกษาพบว่า 2. ตีแบดมินตัน: ขยับร่างกายแบบ Non-Stop สนุกแถมเฟิร์ม หากตึกหรือคอนโดของคุณมีพื้นที่ส่วนกลาง ลองชวนเพื่อนหรือคนในครอบครัวมาจับไม้แบดแล้วลงไปดวลกันสักตั้ง การเล่นแบดมินตันแบบโต้กันไปมาอย่างสนุกสนานเพียง 30 นาที สามารถ… 3. รีดผ้า:…