คาร์ดิโอแบบไหนดี? เทียบชัด 4 ทางเลือกสุดฟิตที่เหนื่อยจนสลบใน 7 นาที

คาร์ดิโอกับอะไรดี.jpg

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่อยากเริ่มต้นดูแลสุขภาพ ลดน้ำหนัก หรือฟิตหุ่นให้เฟิร์มกระชับ การออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ (Cardio) คือคำตอบแรกที่ทุกคนนึกถึงอย่างแน่นอนครับ เพราะนี่คือวิธีที่ช่วยกระตุ้นระบบเผาผลาญและบริหารหัวใจได้ดีที่สุด

แต่ปัญหายอดฮิตที่ตามมาก็คือ แล้วเราจะเลือกคาร์ดิโอด้วยเครื่องเล่นหรือวิธีแบบไหนดีล่ะ? ที่จะเหมาะกับร่างกายและไลฟ์สไตล์ของเรามากที่สุด

วันนี้ลุงเลยขอพาทุกคนมาสแกนและเปรียบเทียบ 4 ตัวเลือกคาร์ดิโอยอดนิยม ตั้งแต่วิธีมาตรฐานสากลไปจนถึงวิธีสุดพีคที่ทำเอาหลายคนถึงกับปาดเหงื่อ มาดูกันเลยว่าวิธีไหนจะใช่สำหรับคุณ


1. คาร์ดิโอกับลู่วิ่ง: คลาสสิกยอดฮิต ยิ่งวิ่งยิ่งฟิต

เริ่มต้นกันด้วยอุปกรณ์สามัญประจำฟิตเนสที่ใครๆ ก็ต้องเคยใช้ นั่นคือลู่วิ่งไฟฟ้า เหมาะสำหรับคนที่ชอบความเรียบง่าย ไม่ต้องคิดเยอะ แค่กดปุ่มแล้วเริ่มวิ่งได้ทันที

  • ระดับความเหนื่อย: ทำง่าย ได้เหนื่อยเร็วสะใจ เป็นการออกกำลังกายที่ดึงอัตราการเต้นของหัวใจ (Heart Rate) ให้สูงขึ้นได้อย่างรวดเร็ว
  • แรงกระแทก: ค่อนข้างสูง (ระดับ D) เนื่องจากเป็นท่าวิ่งธรรมชาติที่ฝ่าเท้าต้องกระทบกับพื้นลู่วิ่งอย่างต่อเนื่อง จึงอาจไม่ค่อยเหมาะกับผู้ที่มีน้ำหนักตัวเยอะมากๆ หรือผู้ที่มีปัญหาข้อเข่าเสื่อม
  • การเผาผลาญ: เผาผลาญได้ดีเยี่ยม เหมาะกับคนที่ร่างกายมีความฟิตในระดับหนึ่งแล้ว

2. คาร์ดิโอกับเครื่องปั่นวงรี: เซฟข้อต่อ เผาผลาญดีไม่มีสะดุด

สำหรับใครที่อยากวิ่งแต่กลัวเจ็บเข่า เครื่องปั่นวงรีคือฮีโร่ที่จะช่วยตอบโจทย์นี้ได้เป็นอย่างดี เพราะมันถูกออกแบบมาเพื่อจำลองท่าทางการวิ่งโดยที่เท้าของเราไม่ต้องลอยพ้นจากแป้นเหยียบ

  • ระดับความเหนื่อย: เหนื่อยกำลังดี (ระดับ D) เหนื่อยแบบเรื่อยๆ แต่ได้เหงื่อท่วมตัว
  • แรงกระแทก: น้อยมาก! ช่วยลดแรงกระแทกที่เข่าและข้อเท้าได้อย่างยอดเยี่ยม ปลอดภัยต่อข้อต่อต่างๆ ในร่างกาย
  • การเผาผลาญ: เผาผลาญได้ดีมาก เพราะเราต้องออกแรงทั้งส่วนแขนที่คอยโยกโยง และขาที่ต้องคอยปั่นไปพร้อมกัน

3. คาร์ดิโอกับจักรยาน: สายชิลล์ ปั่นเพลิน ลมเย็นสบาย

หากคุณเกลียดความน่าเบื่อของการอยู่กับที่ หรืออยากได้ฟีลลิ่งออกกำลังกายแบบเพลินๆ การปั่นจักรยาน (ไม่ว่าจะปั่นในยิมหรือปั่นรับลมธรรมชาติข้างนอก) คือตัวเลือกที่น่าสนใจมากๆ

  • ระดับความเหนื่อย: เหนื่อยแบบเพลินๆ ลมเย็นๆ สบายตัว สามารถปั่นได้ยาวนานต่อเนื่องโดยไม่รู้สึกเบื่อเร็ว
  • แรงกระแทก: แรงกระแทกน้อยมาก เนื่องจากน้ำหนักตัวเกือบทั้งหมดถูกทิ้งลงบนอานจักรยาน ทำให้เข่าไม่ต้องรับภาระหนัก
  • การเผาผลาญ: อยู่ในระดับดี (ระดับ D) เหมาะสำหรับการทำคาร์ดิโอโซน 2 เพื่อเน้นการดึงไขมันสะสมมาใช้งาน

4. คาร์ดิโอกับเมีย: ดุเดือด เลือดพล่าน ไม่เกิน 7 นาทีสลบ

ปิดท้ายด้วยการคาร์ดิโอทางเลือกรูปแบบพิเศษสำหรับคนมีคู่ (หรือจะเรียกว่ากิจกรรมกระชับความสัมพันธ์ก็ได้นะ!) บอกเลยว่าวิธีนี้มีความเฉพาะตัวสูงมาก และต้องเตรียมใจไว้ให้ดี\n

  • ระดับความเหนื่อย: เหนื่อยจัดจนใจสั่น (ระดับ D) เหนื่อยเหมือนวิ่งสปรินต์ร้อยเมตร
  • แรงกระแทก: ใช้แรงกระแทกเยอะมากในเวลาอันสั้น แต่ส่วนมากทำได้ไม่เกิน 7 นาทีก็สลบคาเตียง เอ้ย! สลบคาที่แล้ว
  • การเผาผลาญ: เผาผลาญพลังงานได้ดีเยี่ยม แต่อาจจะมีข้อจำกัดเรื่องระยะเวลาที่ค่อนข้างสั้นไปสักนิด!

ไม่ว่าคุณจะเลือกคาร์ดิโอด้วยวิธีไหน จะวิ่ง ปั่นจักรยาน ปั่นวงรี หรือทำกิจกรรมกับคนรัก สิ่งสำคัญที่สุดคือ ความสม่ำเสมอ โดยมีคำแนะนำด้านสุขภาพดังนี้ครับ

  • แนะนำให้ทำคาร์ดิโอให้ได้รวมกันอย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ (เฉลี่ยวันละ 30 นาที 5 วันต่อสัปดาห์)
  • การคาร์ดิโออย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันแข็งแรง ร่างกายต้านทานโรคได้ดีขึ้น
  • ช่วยลดความเครียดสะสมจากการทำงาน เพราะร่างกายจะหลั่งสารเอ็นดอร์ฟิน (สารแห่งความสุข) ออกมา
  • ช่วยให้กล้ามเนื้อหัวใจแข็งแรง สูบฉีดเลือดไปเลี้ยงร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

รู้อย่างนี้แล้ว เย็นนี้ลองเลือกวิธีคาร์ดิโอที่ใช่ แล้วไปเริ่มขยับร่างกายกันเลยดีกว่าครับ! เพื่อสุขภาพที่ดีและร่างกายที่ฟิตแอนด์เฟิร์มในระยะยาว