Category Archives: Lifestyle

กู้ชีพเสื้อขาวตัวโปรด! วิธีขจัดคราบเหลืองกวนใจจากเหงื่อและโรลออน ให้กลับมาขาวจั๊วะเหมือนใหม่

ดูแลผ้าขาวไม่ให้เป็นคราบเหลือง.jpg

เคยไหมที่หยิบเสื้อยืดสีขาวหรือเสื้อเชิ้ตตัวเก่งออกมาจากตู้เสื้อผ้า แต่กลับต้องชะงักเมื่อพบกับคราบเหลืองอ๋อยตรงบริเวณรักแร้ คอเสื้อ หรือหน้าอก ปัญหานี้ทำเอาหลายคนเสียความมั่นใจจนต้องตัดใจทิ้งเสื้อตัวโปรดไปอย่างน่าเสียดาย แต่ช้าก่อน วันนี้ลุงจะพาทุกคนมาเจาะลึกถึงสาเหตุที่แท้จริงของคราบเหลืองเหล่านั้น พร้อมแจกสูตรลับขจัดคราบด้วยของใช้ใกล้ตัวในบ้าน ที่จะช่วยชุบชีวิตเสื้อขาวของคุณให้กลับมาสะอาดวิ้งค์เหมือนเพิ่งซื้อมาใหม่กัน 3 สาเหตุยอดฮิตที่ทำให้เกิดคราบเหลืองบนเสื้อขาว หลายคนอาจจะคิดว่าคราบเหลืองเกิดจากความสกปรกของเราเพียงอย่างเดียว แต่จริงๆ แล้ว คราบเหลืองบนเสื้อขาวเกิดจากปฏิกิริยาเคมีรอบตัวที่เราคาดไม่ถึง โดยมี 3 สาเหตุหลักๆ ดังนี้ 1. เหงื่อและขี้ไคลสะสม ในแต่ละวันร่างกายของเราจะขับเหงื่อและเซลล์ผิวที่ตายแล้ว (ขี้ไคล) ออกมาตลอดเวลา หากเราสวมเสื้อผ้าและปล่อยให้เหงื่อหมักหมมเป็นเวลานาน หรือซักเสื้อผ้าไม่สะอาดพอ คราบเหงื่อและขี้ไคลเหล่านี้จะค่อยๆ แทรกซึมลึกเข้าไปสะสมในเส้นใยผ้า จนกลายเป็นคราบเหลืองฝังแน่นที่ซักออกยากในที่สุด 2. โรลออนระงับกลิ่นกาย โรลออนบางชนิดมีส่วนผสมของสารอลูมิเนียม (Aluminum) ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยลดการหลั่งของเหงื่อ แต่เมื่อสารอลูมิเนียมนี้เดินทางมาเจอกับเหงื่อธรรมชาติของเรา มันจะเกิดปฏิกิริยาทางเคมีที่ทำให้เกิดคราบแข็งๆ และเปลี่ยนเป็นสีเหลืองติดอยู่ใต้ วงแขนเสื้อ ทำให้เนื้อผ้าบริเวณนั้นทั้งแข็งและเปลี่ยนสี 3. ครีมกันแดด ไอเทมสำคัญที่เราต้องทาทุกวันอย่างครีมกันแดด ก็เป็นตัวการร้ายเงียบๆ เช่นกัน เพราะในครีมกันแดดมีสารกันรังสี UV ที่เมื่อสัมผัสกับเหงื่อและเกาะติดบนเส้นใยผ้าขาว จะเกิดการเปลี่ยนสีทำให้ผ้าบริเวณที่โดนครีมกันแดด (เช่น ปกคอเสื้อ หรือปลายแขนเสื้อ) กลายเป็นคราบเหลืองหรือคราบส้มสว่างที่ซักด้วยผงซักฟอกธรรมดาไม่ออก วิธีขจัดคราบเหลืองให้หลุดออกง่ายๆ เมื่อรู้สาเหตุแล้ว เรามาดูวิธีจัดการกับคราบเหล่านี้กันดีกว่า…

นั่งยอง VS นั่งราบ ท่าไหนดีต่อสุขภาพและขับถ่ายคล่องกว่ากัน

ว่าด้วยเรื่องท่านั่งตอนที่กำลังขับถ่าย.jpg

เคยสงสัยกันไหมว่า ในแต่ละวันที่เราเดินเข้าห้องสุขาเพื่อไป “ปลดทุกข์” ท่าทางที่เราใช้นั้นส่งผลต่อสุขภาพร่างกายของเราอย่างไรบ้าง? เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องขี้ผง และไม่ใช่เรื่องที่จะมองข้ามได้เลย เพราะสุขอนามัยในการขับถ่ายคือจุดเริ่มต้นของสุขภาพที่ดี วันนี้ลุงจะพาทุกคนมาเปิดศึกประชันระหว่างสองท่าไม้ตายระดับโลกอย่าง “ท่านั่งยอง” และ“ท่านั่งราบ” มาดูกันว่าท่าไหนจะตอบโจทย์ทั้งความฟิน ความสบาย และความปลอดภัยต่อร่างกายได้ดีกว่ากัน ทำความรู้จักท่านั่งยอง ท่าเบสิกที่คน 2 ใน 3 ของโลกใช้ รู้หรือไม่? แม้ว่าโถสุขภัณฑ์แบบนั่งราบจะดูทันสมัยและแพร่หลายในปัจจุบัน แต่จริงๆ แล้ว คนถึง 2 ใน 3 ของโลกยังนิยมนั่งยองในการขับถ่าย เพราะนี่คือท่าทางตามธรรมชาติของมนุษย์ที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน และมีประโยชน์ต่อระบบขับถ่ายอย่างคาดไม่ถึง ข้อดีของการนั่งยอง (ที่สายรีบต้องเลิฟ) ทำความรู้จักท่านั่งราบ ความสบายระดับราชวงศ์ในอดีต ขยับมาที่ “ท่านั่งราบ” หรือโถสุขภัณฑ์แบบชักโครกที่เราคุ้นเคยกันดีในปัจจุบัน รู้หรือไม่ว่าในอดีตนั้น ส้วมแบบนั่งราบไม่ได้มีให้ใช้กันทั่วไปนะจ๊ะ! เพราะมันถูกออกแบบมาเพื่อใช้เฉพาะในราชวงศ์และชนชั้นสูงเท่านั้น โดยถือเป็นสัญลักษณ์ของการมีอำนาจและความสะดวกสบายเลยทีเดียว ข้อดีของการนั่งราบ (สายชิลถูกใจสิ่งนี้) รู้หรือไม่? เวลาที่ใช้ต่างกันลิบลับ หากวัดกันที่ความเร็วในการทำภารกิจ ผลลัพธ์ที่ได้อาจทำให้คุณต้องประหลาดใจ เพราะการนั่งยองใช้เวลาเฉลี่ยเพียง 1 นาทีเท่านั้น ในขณะที่ การนั่งราบใช้เวลานานถึง 4 – 15…

5 สิ่งห้ามลืมทิ้งไว้ในรถ เพราะอาจร้อนจนระเบิด แถมเสี่ยงบ้านแตกไม่รู้ตัว

สิ่งของอะไรบ้างที่ไม่ควรทิ้งเอาไว้ในรถ.jpg

แดดเมืองไทยร้อนแรงขนาดนี้ เคยสงสัยไหมครับว่า ถ้าเราจอดรถทิ้งไว้กลางแดด อุณหภูมิภายในรถจะพุ่งสูงไปถึงไหน? ข้อมูลระบุว่าเมื่อจอดรถตากแดดจัด ๆ อุณหภูมิภายในห้องโดยสารสามารถพุ่งทะยานไปได้สูงถึง 50-60 องศาเซลเซียส หรืออาจมากกว่านั้นเลยทีเดียว สภาพในรถจะกลายสภาพไม่ต่างจากเตาอบเคลื่อนที่ และความร้อนสะสมระดับนี้แหละครับที่เป็นตัวการทำลายล้างสิ่งของต่าง ๆ ที่เราเผลอวางทิ้งไว้ วันนี้ลุงจะพาทุกคนมาเช็กกันว่าไอเทมอันตรายอะไรบ้างที่ไม่ควรลืมทิ้งไว้ในรถเด็ดขาด เพราะบางชิ้นนอกจากจะทำให้รถเสียหายแล้ว บางชิ้นยังอาจทำให้ครอบครัวร้าวฉานได้อีกด้วย 1. ไฟแช็ค สำหรับสิงห์อมควัน หรือสายแคมป์ปิ้งที่มักจะมีไฟแช็คติดตัวและเผลอวางทิ้งไว้ตรงคอนโซลหน้ารถ ต้องระวังให้ดีเลยครับ เพราะในไฟแช็คมีแก๊สเหลวบรรจุอยู่ใต้แรงดันสูง เมื่อรถยนต์จอดตากแดดจนอุณหภูมิร้อนจัด แก๊สข้างในจะขยายตัวอย่างรวดเร็วจนเปลือกพลาสติกทนแรงดันไม่ไหวและเกิดการระเบิดขึ้น แรงระเบิดอาจทำให้กระจกหน้ารถร้าว หรือหากมีประกายไฟไปโดนเบาะหรือวัสดุไวไฟในรถ ก็อาจกลายเป็นอัคคีภัยครั้งใหญ่เผารถคุณทั้งคันได้ง่าย ๆ เลยครับ 2. อุปกรณ์ที่มีแบตเตอรี่ ยุคนี้ใคร ๆ ก็มีอุปกรณ์ไอที ไม่ว่าจะเป็นพาวเวอร์แบงก์ (Power Bank), โทรศัพท์มือถือสำรอง, แท็บเล็ต หรือแม้แต่บุหรี่ไฟฟ้า สิ่งเหล่านี้ขับเคลื่อนด้วยแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน (Lithium-ion) ซึ่งเกลียดความร้อนเป็นที่สุด 3. เจลล้างมือแอลกอฮอล์ ไอเทมยอดฮิตติดรถของทุกคนตั้งแต่ยุคโควิด-19 หลายคนมักจะวางขวดเจลแอลกอฮอล์ไว้ตรงที่วางแก้วกลางรถเพื่อให้หยิบใช้ง่าย แต่รู้หรือไม่ว่า แอลกอฮอล์มีจุดเดือดที่ต่ำมาก เมื่อเจอความร้อนอบอ้าวในรถ แอลกอฮอล์จะค่อย ๆ ระเหยกลายเป็นไอออกไปเรื่อย ๆ…

เปียกปอนแต่ต้องรอด รวม 4 โรคฮิตหน้าฝน พร้อมไอเทมกู้ชีพที่ต้องพกติดกระเป๋า

โรคที่มากับฝน.jpg

พอฝนเทลงมาทีไร คนเมืองอย่างเราเป็นอันต้องถอนหายใจยาว ๆ ทุกที เพราะสิ่งที่ตามมาพร้อมกับสายฝนไม่ใช่แค่ความเย็นฉ่ำชื่นใจ แต่คือคอมโบเซ็ตสุดคลาสสิกอย่าง “น้ำท่วม รถติด และสารพัดโรค” ที่พร้อมจะบุกจู่โจมร่างกายเราแบบไม่ทันตั้งตัว ยิ่งในช่วงหน้าฝนที่มีความชื้นสูงและอุณหภูมิแปรปรวนแบบนี้ ร่างกายของเราจะปรับตัวไม่ทัน ทำให้ภูมิคุ้มกันตกและเอื้อต่อการเติบโตของเชื้อโรคต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี เพื่อไม่ให้หน้าฝนนี้กลายเป็นฝันร้ายและทริปโรงพยาบาล วันนี้ลุงจะพาทุกคนมาเจาะลึก 4 โรคฮิตใกล้ตัวที่มากับหน้าฝน สาเหตุที่คาดไม่ถึง พร้อมแนะไอเทมกู้ชีพที่จะช่วยให้คุณรอดพ้นจากสมรภูมิหน้าฝนนี้ไปได้อย่างปลอดภัยและสตรองที่สุด ทำความรู้จัก 4 โรคฮิตหน้าฝนที่ห้ามละเลย หน้าฝนไม่ได้นำมาแค่ความเฉอะแฉะ แต่ยังพัดพาเอาเชื้อโรค แบคทีเรีย และไวรัสสารพัดชนิดมาสู่ตัวเรา และนี่คือ 4 โรคใกล้ตัวที่เรามักจะเจอกันบ่อยที่สุดในช่วงนี้ 1. โรคน้ำกัดเท้าจากเชื้อรา (Athlete’s Foot) หลีกเลี่ยงไม่ได้เลยสำหรับคนเดินถนนที่ต้องเผชิญกับน้ำท่วมขังรอการระบาย การเดินลุยน้ำสกปรกสะสมเป็นเวลานาน แล้วละเลยไม่รีบทำความสะอาดและเช็ดเท้าให้แห้งสนิท ความอับชื้นนี้เองที่เป็นสวรรค์ชั้นยอดของเชื้อรา ทำให้ผิวหนังตามซอกนิ้วเท้าแดง ลอก คันคะเยอ และอาจเกิดการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อนจนอักเสบรุนแรงได้ ไอเทมป้องกัน: “ถุงก๊อบแก๊บ” ในตำนาน (ไอเทมสุดคลาสสิกที่ใช้สวมทับถุงเท้าหรือรองเท้าในยามฉุกเฉิน) หรือ “รองเท้าบู๊ทกันน้ำ” ที่จะช่วยปกป้องเท้าของคุณจากการสัมผัสสิ่งสกปรกโดยตรง 2. โรคไข้หวัดใหญ่ (Influenza) เมื่อฝนตก อากาศจะเย็นลงพร้อมกับความชื้นในอากาศที่พุ่งสูง…

ข้าศึกบุกแต่ไม่มีห้องน้ำ เผยเทคนิคอั้นอึขั้นเทพ เอาตัวรอดยังไงในนาทีวิกฤต

เทคนิคอั้นอึ เมื่ออยู่ในที่ที่อึไม่ได้.jpg

เคยไหม? กำลังเดินทางอยู่บนรถไฟฟ้า ยืนเบียดเสียดในรถเมล์ หรือกำลังนั่งพรีเซนต์งานสำคัญในห้องประชุม แล้วจู่ๆ ท้องก็ร้องครวญคราง พร้อมกับความรู้สึกอุ่นๆ ที่ปลายลำไส้ใหญ่ ใช่แล้วครับ ข้าศึกกำลังบุก และที่แย่กว่านั้นคือในรัศมีรอบตัวไม่มีห้องน้ำเลยสักห้อง สถานการณ์วิกฤตระดับชาติเช่นนี้สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน และการหาสถานที่ระบายไม่ได้ในทันทีคือฝันร้ายอย่างแท้จริง แต่ไม่ต้องกังวลไป เพราะวันนี้เรามีเคล็ดลับดีๆ จากการวิเคราะห์กลไกทางร่างกาย ที่จะช่วยให้คุณอั้นอึ ได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยในสถานการณ์ฉุกเฉิน มาดูกันว่าเราจะเอาตัวรอดจากนาทีชีวิตนี้ได้อย่างมือโปรได้อย่างไร เข้าใจกลไกข้าศึกบุก ก่อนจะไปดูเทคนิคเอาตัวรอด เรามาทำความเข้าใจธรรมชาติของร่างกายกันก่อน เมื่อกากอาหารเดินทางมาถึงปลายลำไส้ใหญ่ ความดันในบริเวณนั้นจะเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งกระบวนการนี้จะไปกระตุ้นให้ลำไส้เกิดการบีบตัวอย่างรุนแรง จากนั้นหูรูดจะเริ่มทำงานทันที โดยมีตัวเราเองนี่แหละที่เป็นผู้คุมเกมยื้อเวลานี้ไว้ ดังนั้น ตราบใดที่เรายังสามารถควบคุมการหดและเกร็งของหูรูดทวารหนักไว้ได้ ข้าศึกก็ยังไม่มีสิทธิ์ผ่านด่านออกมาสร้างความเสียหายภายนอกเด็ดขาด! อั้นได้เมื่อฉุกเฉิน แต่อย่าทำบ่อย! แม้ว่าเราจะมีเทคนิคการอั้นที่ดีแค่ไหน แต่ขอเตือนไว้ก่อนว่าการอั้นอุจจาระควรทำเฉพาะยามจำเป็นและฉุกเฉินเท่านั้น ไม่แนะนำให้อั้นบ่อยๆ เป็นนิสัย เพราะการกักเก็บอุจจาระไว้ในลำไส้ใหญ่นานเกินไป จะทำให้ร่างกายดูดซึมน้ำกลับเข้าไปเรื่อยๆ ส่งผลให้อุจจาระแห้ง แข็ง ตัวแน่น และนำไปสู่อาการท้องผูกเรื้อรัง รวมถึงเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคริดสีดวงทวารอีกด้วยครับ 4 เทคนิคอั้นอึขั้นเทพ หากตกอยู่ในสถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออกจริงๆ ให้รีบขุด 4 เทคนิคนี้ขึ้นมาใช้ประคองสถานการณ์ทันที 1. ขมิบก้นสู้ตาย วิธีที่เบสิกแต่ได้ผลดีที่สุดคือการตั้งสติแล้วขมิบเกร็งไปที่รูก้นอย่างสม่ำเสมอ การเกร็งหูรูดอย่างเป็นจังหวะและหนักแน่น จะช่วยส่งแรงดันดันให้อุจจาระเคลื่อนตัวย้อนกลับเข้าไปข้างในลำไส้ใหญ่อีกนิด ซึ่งกระบวนการนี้จะช่วยลดความดันที่ปลายลำไส้…

เคล็ดลับสยบน้ำมันกระเด็น ทอดได้เหมือนเชฟมือโปร

ทอดปลาแล้วน้ำมันกระเด็น แก้ไขยังไงดี.jpg

เชื่อว่าเมนูของทอดอย่าง หมูกรอบ ไก่ทอด หรือปลาทอดกรอบๆ น่าจะเป็นของโปรดของใครหลายคน แต่เบื้องหลังความอร่อยนั้นกลับต้องแลกมาด้วยความหวาดเสียวทุกครั้งที่ยืนหน้าเตา! บางคนถึงกับต้องใส่หมวกกันน็อก ถือฝาหม้อเป็นโล่กำบัง ราวกับกำลังออกรบในสมรภูมิเดือด แล้วเคยสงสัยไหมครับว่าทำไมน้ำมันถึงชอบกระเด็นใส่เรานัก? จริงๆ แล้วมันมีสูตรสมการความน่ากลัวอยู่ครับ นั่นก็คือ น้ำมัน + ความร้อน + น้ำหรือความชื้น เมื่อความชื้นหรือน้ำสัมผัสกับน้ำมันที่ร้อนจัด น้ำที่มีความหนาแน่นน้อยกว่าจะเดือดและกลายเป็นไออย่างรวดเร็วภายใต้ชั้นน้ำมัน เมื่อไอน้ำพยายามจะขยายตัวและแทรกตัวขึ้นมาด้านบนอย่างรวดเร็ว มันจึงระเบิดปะทุออกพาน้ำมันร้อนๆ กระเด็นมาโดนผิวเราจนแสบๆ คันๆ นั่นเอง วันนี้ลุงมีเคล็ดลับดีๆ ที่จะช่วยเปลี่ยนสมรภูมิรบในครัวให้กลายเป็นพื้นที่แสนปลอดภัย ด้วยวิธีสยบน้ำมันกระเด็นง่ายๆ ที่ใครก็ทำตามได้ครับ 5 วิธีเด็ด สยบน้ำมันกระเด็นให้ราบคาบ เมื่อเราเข้าใจแล้วว่าตัวการหลักคือความชื้นและความร้อน วิธีรับมือจึงต้องมุ่งเป้าไปที่การจัดการสองสิ่งนี้ให้อยู่หมัด ดังนี้ครับ 1. กำจัดศัตรูตัวฉกาจด้วยการทำให้แห้ง และลดความชื้น นี่คือหัวใจสำคัญที่สุดของการทอดอาหาร ยิ่งวัตถุดิบแห้งเท่าไหร่ น้ำมันก็ยิ่งนิ่งสนิทเท่านั้น ใช้กระดาษทิชชู่อเนกประสงค์ซับ: ก่อนนำเนื้อสัตว์ลงทอด ไม่ว่าจะเป็นหมู ไก่ หรือปลา ให้ใช้ทิชชู่สำหรับงานครัวค่อยๆ ซับน้ำและน้ำมันส่วนเกินบนผิวของเนื้อสัตว์ให้แห้งสนิทที่สุดเท่าที่จะทำได้ ชุบเกล็ดขนมปัง: การนำวัตถุดิบไปชุบแป้งสาลี ไข่ และตบท้ายด้วยเกล็ดขนมปัง จะช่วยให้เกล็ดขนมปังทำหน้าที่เหมือนฟองน้ำธรรมชาติ คอยดูดซับความชื้นจากเนื้อสัตว์ไว้ด้านใน ไม่ให้ออกมาทำปฏิกิริยากับน้ำมันร้อนๆ…

บอกลาเข่าเสื่อมก่อนวัย เจาะพฤติกรรมทำร้ายข้อ และท่าบริหารง่ายๆ ทวงคืนความฟิตให้หัวเข่า

ท่าบริหารชะลออาการเข่าเสื่อม.jpg

เคยสังเกตไหมว่าทำไมพักนี้ลุกก็โอย นั่งก็โอย? หลายคนมักเข้าใจผิดว่าโรคข้อเข่าเสื่อม เป็นเรื่องเฉพาะของผู้สูงอายุเท่านั้น แต่ในความเป็นจริงแล้ว พฤติกรรมการใช้ชีวิตในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นการนั่งทำงานนาน ๆ การแต่งตัว หรือแม้แต่น้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้น ล้วนเป็นตัวเร่งให้ข้อเข่าของเราเสื่อมสภาพลงก่อนวัยอันควรอย่างน่าตกใจ ข่าวดีก็คือ เราไม่จำเป็นต้องรอให้เกิดอาการปวดจนเดินไม่ไหว เพราะเราสามารถชะลอความเสื่อมของข้อเข่าให้ช้าลงได้ง่าย ๆ เพียงแค่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเสี่ยง และหันมาสร้างกล้ามเนื้อรอบเข่าให้แข็งแรง วันนี้ลุงจะพาทุกคนไปเจาะลึกพฤติกรรมอันตรายที่ต้องเลี่ยง พร้อมแจก 4 ท่าบริหารข้อเข่าที่ทำตามได้ง่าย ๆ ที่บ้านครับ 3 พฤติกรรมเสี่ยงภัย เร่งให้เข่าเสื่อมเร็วขึ้นโดยไม่รู้ตัว ในชีวิตประจำวันของเรามีหลายพฤติกรรมที่ส่งผลเสียต่อข้อเข่าโดยตรง หากคุณอยากให้เข่าอยู่กับเราไปนาน ๆ ควรหลีกเลี่ยง 3 พฤติกรรมนี้โดยด่วน 1. ปล่อยให้อ้วน (น้ำหนักตัวเกินมาตรฐาน) หัวเข่าคือข้อต่อที่ทำหน้าที่รับน้ำหนักตัวเกือบทั้งหมดของเรา ยิ่งน้ำหนักตัวมากเท่าไหร่ เข่าก็ยิ่งต้องแบกรับแรงกดทับที่มหาศาลตลอดเวลา การลดน้ำหนักเพียงไม่กี่กิโลกรัมจึงช่วยยืดอายุการใช้งานของข้อเข่าได้อย่างมหัศจรรย์ 2. นั่งในท่างอเข่านาน ๆ ไม่ว่าจะเป็นการนั่งพับเพียบ นั่งขัดสมาธิ นั่งยอง ๆ หรือแม้แต่การนั่งทำงานที่เก้าอี้แล้วงอขาเข้าหาตัวเป็นเวลานาน ๆ การงอเข่าในลักษณะนี้จะเพิ่มแรงอัดและแรงเสียดสีสะสมลงไปที่กระดูกอ่อนผิวข้อเข่าโดยตรง ทำให้เข่าเสื่อมเร็วขึ้นอย่างรวดเร็ว 3. ใส่ส้นสูงเป็นประจำ สำหรับสาว ๆ ที่ต้องใส่รองเท้าส้นสูงทำงาน…

คุณอาบน้ำนานแค่ไหน? เช็กเวลาอาบน้ำที่ใช่ ดีต่อผิว และไม่โดนคนข้างนอกเคาะประตู

คุณอาบน้ำนานแค่ไหน.jpg

เคยสังเกตตัวเองกันไหมว่า ในแต่ละวันคุณใช้เวลาอยู่ในห้องน้ำนานแค่ไหน? บางคนเข้าไปแวบเดียววิ่งผ่านน้ำเสร็จแล้วปานสายฟ้าแลบ ขณะที่บางคนเข้าไปทีไรก็เหมือนหลุดเข้าไปในอีกมิติหนึ่ง จัดคอนเสิร์ตเดี่ยวไมโครโฟน ร้องเพลงไปแล้ว 3 อัลบั้ม ขัดผิวจนตัวแดงก็ยังไม่ยอมออกมาเสียที รู้หรือไม่ว่าระยะเวลาในการอาบน้ำ ไม่ใช่แค่เรื่องของความสะอาดหรือความบันเทิงส่วนตัวเท่านั้น แต่มันส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพผิวพรรณของคุณอย่างที่คุณคาดไม่ถึง วันนี้ลุงจะพาทุกคนไปเจาะลึกกันว่า ระยะเวลาอาบน้ำแบบไหนที่เรียกว่าเวลาทอง ดีต่อผิวที่สุด และแบบไหนที่ต้องรีบปรับเปลี่ยนด่วน ๆ ก่อนที่ผิวจะพัง หรือก่อนที่คนร่วมบ้านจะทนไม่ไหวทุบประตูห้องน้ำพังเสียก่อน คุณใช้เวลาอาบน้ำนานแค่ไหน? มาดูกันว่าพฤติกรรมการอาบน้ำของคุณจัดอยู่ในกลุ่มไหน และเวลาที่คุณใช้นั้นส่งผลอย่างไรกับร่างกายและผิวพรรณของคุณบ้าง 1. สายสปีด รวดเร็วปานสายฟ้าแลบ (น้อยกว่า 5 นาที) กลุ่มนี้มักจะเน้นความรวดเร็วฉับไวเป็นหลัก เข้าห้องน้ำปุ๊บ ราดน้ำ ถูสบู่แบบผ่าน ๆ แล้วเช็ดตัวเลยทันที มักพบในเช้าวันที่ตื่นสาย หรือในช่วงที่อากาศหนาวจัดจนไม่อยากเอาตัวสัมผัสน้ำ แต่รู้ไหมว่าการอาบน้ำเร็วเกินไปก็ส่งผลเสียต่อผิวได้เช่นกัน ทำความสะอาดไม่ทั่วถึง: คราบเหงื่อไคล ฝุ่นละออง PM 2.5 และสิ่งสกปรกที่สะสมมาตลอดทั้งวันอาจจะยังหลุดออกไปไม่หมด โดยเฉพาะบริเวณจุดอับต่าง ๆ เพิ่มความเสี่ยงติดเชื้อที่ผิวหนังและกลิ่นตัว: เมื่อสิ่งสกปรกและแบคทีเรียถูกล้างออกไม่หมด ก็จะเกิดการสะสมตัวตามข้อพับ ส่งผลให้เกิดกลิ่นตัวตามมา และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคผิวหนัง เช่น กลาก เกลื้อน หรือสิวอุดตันตามร่างกาย 2….

เช็ก 4 สถานะ ทาสยอดฮิตของคนยุคใหม่ พร้อมวิธีแก้

ถ้าไม่สู้ก็อยู่อย่างทาส.jpg

เคยรู้สึกไหมว่าในแต่ละวันเราไม่ได้ใช้ชีวิตตามใจตัวเองเลย? ตื่นเช้ามาก็ต้องยอมสยบให้สิ่งนี้ เลิกงานมาก็ต้องยอมสยบให้สิ่งนั้น ประหนึ่งว่าเรากำลังตกเป็นทาสของบางอย่างโดยไม่รู้ตัว วันนี้ลุงจะพาผู้อ่านทุกท่านไปสำรวจตัวเองกับ 4 สถานะทาสสุดฮิตที่คนยุคนี้เป็นกันเพียบ ตามคอนเซปต์สุดฮึกเหิมที่ว่า ถ้าไม่สู้ ก็อยู่อย่างทาส มาดูกันดีกว่าว่าคุณกำลังติดกับดักอะไรอยู่ และจะมีวิธีไถ่ตัวเองให้เป็นอิสระได้อย่างไรบ้าง 1. ทาสน้ำตาล: หวานเจี๊ยบชื่นใจ แต่ข้างในร้องกรี๊ด บ่ายทีไร ร่างกายเรียกร้องชานมไข่มุกหรือเค้กนุ่ม ๆ ทุกที ใครที่มีอาการแบบนี้ ยินดีด้วยครับ คุณได้เข้าสู่สมาคมทาสน้ำตาลเรียบร้อยแล้ว ทำไมถึงติด? วิธีแก้เพื่อไถ่ตัว: 2. ทาสแอลกอฮอล์: สายตี้ตัวพ่อ ตัวแม่ผู้ไม่แพ้พ่าย ตกเย็นทีไร เสียงเปิดขวดมันช่างเย้ายวนใจเหลือเกิน ไม่ว่าจะฉลอง อกหัก เครียดจากงาน หรือแค่เบียร์เยียวยาทุกสิ่ง สุราเมรัยคือทางออกเสมอ ทำไมถึงติด? วิธีแก้เพื่อไถ่ตัว: 3. ทาสคาเฟอีน: ถ้าไม่ได้แก้วนี้ พี่ทำงานไม่ได้ เช้ามาตาปรือ สมองตื้อ คิดอะไรไม่ออก แต่พอได้ยินเสียงเครื่องชงกาแฟและได้จิบอเมริกาโน่ร้อน ๆ พลังงานก็กลับมาเต็มเปี่ยม นี่คือวิถีชีวิตของมนุษย์ออฟฟิศที่เป็นทาสคาเฟอีนระดับพรีเมียม ทำไมถึงติด? วิธีแก้เพื่อไถ่ตัว: 4. ทาสแมว: ความน่ารักที่ไร้ทางสู้ (ตกเป็นทาสจนวันตาย)…

ทำไมกินกาแฟแล้วยังง่วง ?

เมื่อเรากินกาแฟร่างกายจะได้รับ สรตัวนึงที่ชื่อว่าคาเฟอีน ซึ่งคาเฟอีนนี้จะมีหน้าที่ทำให้เราตื่นตัว