ช่วงหน้าฝนหรือเวลาที่บ้านมีความชื้นสูง ๆ หลายคนมักจะเจอกับเหล่าสมาชิกแก๊งร้อยขา ที่ชอบคลานยั้วเยี้ยตามพื้นห้องน้ำ สวนหลังบ้าน หรือซอกมุมอับต่าง ๆ จนชวนขนลุก
แต่รู้หรือไม่ว่าเจ้าสัตว์ตัวยาว ๆ มีขาเยอะ ๆ ที่เราเห็นบ่อย ๆ นั้น มีหน้าตาและพฤติกรรมที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง บางตัวเป็นมิตรเงียบ ๆ ที่ช่วยพรวนดิน แต่บางตัวก็พกพิษสงมาเต็มเปี่ยมจนน่ากลัว
วันนี้ลุงจะพาทุกคนมาสวมบทบาทนักสืบธรรมชาติ แยกแยะให้ออกระหว่าง กิ้งกือ, ตะเข็บ และ ตะขาบ ว่าพวกมันมีความแตกต่างกันอย่างไร ไลฟ์สไตล์แบบไหน และถ้าโชคร้ายโดนกัดขึ้นมาจะต้องรับมืออย่างไรบ้าง มาดูกันเลยครับ
1. กิ้งกือ (Millipede): พี่ใหญ่สายหวาน ผู้รักสันโดษ
เริ่มต้นกันที่พี่ใหญ่ที่เราคุ้นหน้าคุ้นตากันดีอย่างกิ้งกือ สัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังที่หลายคนกลัว แต่จริง ๆ แล้วน้องไม่มีพิษมีภัยและรักสงบมากครับ
ลักษณะเด่น: ร่างกลมยาว ไม่มีกระดูกสันหลัง ใน 1 ปล้องของลำตัวจะมีขาถึง 2 คู่ (ยกเว้นปล้องแรกที่ไม่มีขา) และทีเด็ดคือ เวลาตกใจหรือโดนสัมผัส น้องจะขดตัวเป็นวงกลมทันทีเพื่อป้องกันตัว
ไลฟ์สไตล์: ชอบอาศัยอยู่ตามที่ชื้น ๆ ใต้กองใบไม้หรือในดิน เมนูโปรดคือซากพืชและเศษใบไม้ผุเปื่อย ถือเป็นนักย่อยสลายชั้นยอดที่ช่วยให้ดินร่วนซุย
ความอันตราย: ไม่มีพิษและกัดคนไม่เข้า แต่ต้องระวังเล็กน้อยเพราะกิ้งกือบางชนิดสามารถปล่อยสารเคมีจำพวกไฮโดรเจนไซยาไนด์เพื่อป้องกันตัว ซึ่งอาจทำให้ผิวหนังระคายเคือง แสบแดง หรือเกิดอาการแพ้ได้ในบางคน
2. ตะเข็บ (Flat-backed Millipede): น้องเล็กตัวจิ๋ว สายปีนป่าย
หลายคนมักสับสนระหว่างตะเข็บกับตะขาบเพราะชื่อคล้ายกัน แต่น้องตะเข็บนั้นแท้จริงแล้วอยู่ตระกูลเดียวกับกิ้งกือ และไม่มีอันตรายเลยครับ
ลักษณะเด่น: ตัวเล็กกว่ากิ้งกือและตะขาบอย่างเห็นได้ชัด ลำตัวค่อนข้างแบน ใน 1 ปล้องมีขา 2 คู่เหมือนกิ้งกือ แต่จุดเด่นคือปีนป่ายที่สูงเก่งกว่ากิ้งกือมาก มักพบไต่ตามผนังกำแพงบ้าน
ไลฟ์สไตล์: แปลกกว่าเพื่อนตรงที่ชอบอาศัยอยู่ในที่แห้ง ๆ อาหารโปรดคือซากพืชและเศษอินทรียวัตถุขนาดเล็ก
ความอันตราย: ไม่อันตรายเลย มักไม่กัดคน และไม่มีพิษภัยใด ๆ ถือเป็นสิ่งมีชีวิตที่ช่วยกำจัดเศษซากพืชในสวนได้เป็นอย่างดี
3. ตะขาบ (Centipede): พี่เบิ้มสายซิ่ง พิษสงรอบตัว
นี่คือตัวจริงเสียงจริงที่ทุกคนต้องระวัง! ตะขาบเป็นสัตว์นักล่าที่มีนิสัยดุร้ายและเคลื่อนที่ได้รวดเร็วมาก\n
ลักษณะเด่น: ลำตัวแบนและยาว มีขนาดตัวใหญ่ ใน 1 ปล้องจะมีขาเพียง 1 คู่เท่านั้น (ทำให้วิ่งได้เร็วกว่ากิ้งกือและตะเข็บมาก) มีเขี้ยวพิษขนาดใหญ่ 1 คู่ที่บริเวณหัว
ไลฟ์สไตล์: ชอบหลบซ่อนตัวในที่อับชื้น เช่น ใต้กระถางต้นไม้ ในรองเท้า หรือท่อน้ำ ทรงโปรดคือการไล่ล่ากินแมลงและสัตว์ตัวเล็ก ๆ เป็นอาหาร
ความอันตราย: มีพิษร้ายแรง! สามารถกัดคนได้หากรู้สึกถูกคุกคาม พิษของตะขาบจะทำให้แผลอักเสบ บวมแดง และปวดแสบปวดร้อนอย่างรุนแรง
วิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้นเมื่อโดนตะขาบกัด
หากโชคร้ายถูกตะขาบกัด อย่าเพิ่งตื่นตระหนก ให้รีบทำตามขั้นตอนปฐมพยาบาล 3 ข้อง่าย ๆ ดังนี้ครับ
- ล้างน้ำให้สะอาด: รีบล้างแผลด้วยน้ำสะอาดและสบู่ทันทีเพื่อลดการสะสมของเชื้อโรคที่อาจปนเปื้อนมากับเขี้ยวตะขาบ
- ประคบอุ่นที่แผล: นำผ้าชุบน้ำอุ่นมาประคบบริเวณแผลประมาณ 15-20 นาที ความร้อนจะช่วยบรรเทาอาการปวดและช่วยสลายพิษบางส่วนได้ (หลีกเลี่ยงการประคบเย็นเพราะอาจทำให้ปวดมากขึ้น)
- ทานยาแก้ปวด: หากมีอาการปวดมาก สามารถทานยาแก้ปวดกลุ่มพาราเซตามอลเพื่อบรรเทาอาการได้
*ข้อควรระวัง: หากมีอาการแพ้รุนแรง เช่น หายใจติดขัด หน้าบวม คลื่นไส้อาเจียน หรือแผลมีอาการติดเชื้อรุนแรง ให้รีบไปพบแพทย์โดยด่วนที่สุดครับ
เปรียบเทียบความต่าง
เพื่อให้จำง่าย ลองดูความแตกต่างของทั้ง 3 ตัวนี้แบบสรุปสั้น ๆ กันครับ
- กิ้งกือ: 1 ปล้องมีขา 2 คู่ | ชอบที่ชื้น | กินซากพืช | ไม่มีพิษ กัดไม่เข้า
- ตะเข็บ: 1 ปล้องมีขา 2 คู่ | ชอบที่แห้ง | กินซากพืช | ไม่อันตราย ไม่กัดคน
- ตะขาบ: 1 ปล้องมีขา 1 คู่ | ชอบที่ชื้น | กินแมลง (นักล่า) | มีพิษ กัดเจ็บปวดแสบร้อน
เมื่อรู้แบบนี้แล้ว ครั้งต่อไปที่เจอสิ่งมีชีวิตร้อยขาในบ้าน ก็จะสามารถแยกแยะได้ทันทีว่าตัวไหนควรปล่อยไปตามธรรมชาติทำหน้าที่พรวนดิน และตัวไหนที่ต้องรีบกำจัดหรือหลีกเลี่ยงเพื่อความปลอดภัยของคนในบ้านนะครับ

