เบื่อไหมกับปัญหาขนกวนใจ? ไม่ว่าจะเป็นขนรักแร้ ขนแขน ขนขา หรือขนส่วนไหน ๆ ที่มักจะโผล่มาทักทายจนทำให้เราหมดความมั่นใจในการแต่งตัว จะสวมเสื้อแขนกุดหรือกางเกงขาสั้นโชว์ผิวสวย ๆ ทั้งทีก็ต้องคอยกังวลใจอยู่ตลอด
เวลาคิดจะกำจัดขนทิ้ง หลายคนก็มักจะเกิดคำถามในหัวว่า “แล้วเราควรกำจัดขนด้วยวิธีไหนดีที่สุด?” เพราะหันไปทางไหนก็มีตัวเลือกเต็มไปหมด ทั้งโกน ถอน แวกซ์ ทาครีม หรือแม้กระทั่งการเลเซอร์
วันนี้ลุงจะพาทุกคนไปเจาะลึก 5 วิธีกำจัดขนยอดฮิต โดยรวบรวมข้อมูลแบบละเอียดยิบ ทั้งข้อดี ข้อแนะนำ และระยะเวลาความเนียนหลังทำ เพื่อช่วยให้คุณเลือกวิธีที่ใช่และตอบโจทย์สภาพผิวของคุณมากที่สุดกันครับ
5 วิธีกำจัดขนยอดฮิต
1. การโกน (Shaving) ง่าย รวดเร็ว ทันใจในชั่วโมงเร่งด่วน
วิธียอดนิยมอันดับหนึ่ง เพราะสะดวกและรวดเร็วที่สุดในเวลาที่ต้องการความมั่นใจแบบเร่งด่วน
- ข้อดี: ทำง่ายมาก ใช้เวลาไม่กี่นาทีก็เสร็จ ที่สำคัญคือไม่เจ็บตัวเลย (ตราบใดที่ใบมีดโกนไม่บาดผิว)
- ข้อแนะนำ: การโกนบ่อย ๆ อาจทำให้เกิดอาการระคายเคือง โดยเฉพาะคนที่มีผิวแพ้ง่าย และมีโอกาสสูงมากที่จะเกิดปัญหารักแร้ดำรวมถึงขนคุดที่ทำให้ผิวดูไม่เรียบเนียน
- ระยะเวลาผลลัพธ์: อยู่ได้ประมาณ 2-3 วันเท่านั้น ขนใหม่ก็เริ่มขึ้นเป็นตอแข็ง ๆ ให้รู้สึกสากมือแล้ว
2. ครีมกำจัดขน (Hair Removal Cream) สลายขนแบบชิล ๆ เจ็บน้อยที่สุด
ทางเลือกสำหรับคนที่ไม่ชอบความเจ็บปวด และไม่อยากเสี่ยงโดนมีดโกนบาดผิว โดยใช้สารเคมีเข้าไปทำปฏิกิริยาให้เส้นขนอ่อนตัวลงและเช็ดออกได้ง่าย
- ข้อดี: ขึ้นชื่อว่าเป็นวิธีที่เจ็บน้อยที่สุด ผิวหลังทำจะรู้สึกเรียบเนียนกว่าการโกนเพราะขนไม่ได้ถูกตัดขาดเป็นหน้าตัดตรง
- ข้อแนะนำ: ครีมประเภทนี้มีส่วนผสมของสารเคมีที่ค่อนข้างเข้มข้น อาจทำให้เกิดอาการแสบหรือแพ้ระคายเคืองได้ แนะนำให้ลองทาปริมาณน้อย ๆ ที่บริเวณท้องแขนเพื่อทดสอบอาการแพ้ก่อนใช้จริง หากผิวเริ่มแดงหรือระคายเคืองให้รีบล้างออกทันที
- ระยะเวลาผลลัพธ์: ผิวเนียนนุ่มอยู่ได้ประมาณ 3-7 วัน
3. การแวกซ์ (Waxing) ถอนรากถอนโคน ขนขึ้นใหม่นุ่มนิ่ม
การกำจัดขนด้วยการใช้แผ่นแวกซ์ร้อนหรือแวกซ์เย็นแปะลงบนผิวแล้วดึงออกอย่างรวดเร็วเพื่อถอนขนออกมาพร้อมกันทีละมาก ๆ
- ข้อดี: ขนที่ขึ้นใหม่จะมีลักษณะบางเบา ไม่แข็งกระด้าง และช่วยให้ผิวเรียบเนียนได้ยาวนานกว่าการโกน
- ข้อแนะนำ: ตอนดึงแวกซ์อาจจะมีความรู้สึกเจ็บจี๊ดจนน้ำตาเล็ดได้ และหากสภาพผิวของคุณกำลังอ่อนแอ อักเสบ หรือมีรอยแดงอยู่ แนะนำว่ายังไม่ควรแวกซ์เด็ดขาดเพราะผิวอาจลอกและบาดเจ็บเพิ่มขึ้นได้
- ระยะเวลาผลลัพธ์: อยู่ได้นานสะใจถึง 3-6 สัปดาห์เลยทีเดียว
4. การถอน (Plucking) กิจกรรมยามว่าง ยอดฮิตสไตล์ครอบครัว
วิธีดั้งเดิมที่ใช้แหนบคู่ใจค่อย ๆ หนีบและดึงเส้นขนออกมาทีละเส้น เหมาะสำหรับบริเวณที่มีขนไม่มากนัก
- ข้อดี: ทำเองได้ง่าย อุปกรณ์ราคาประหยัด และที่สำคัญยังแฝงกิมมิกน่ารัก ๆ เพราะเป็นกิจกรรมสร้างรายได้เสริมให้เด็ก ๆ ยามว่าง (จ้างลูกหลานมาช่วยถอนขนรักแร้หรือผมหงอกนั่นเอง)
- ข้อแนะนำ: เหมาะกับบริเวณที่มีขนน้อย ๆ เท่านั้น หากฝืนถอนบริเวณกว้างจะใช้เวลานานมาก และการดึงกระชากเส้นขนบ่อย ๆ จะกระตุ้นให้เกิดปัญหาผิวหนังไก่ (Chicken Skin) และขนคุดตามมาได้ง่าย
- ระยะเวลาผลลัพธ์: อยู่ได้ยาวนานประมาณ 3-8 สัปดาห์
5. การเลเซอร์ (Laser) เจ็บแต่จบ ผิวเนียนกริบไร้ขนคุดระยะยาว
นวัตกรรมทางการแพทย์ที่ส่งพลังงานแสงลงลึกไปทำลายถึงรากขน ถือเป็นทางเลือกสุดท้ายสำหรับผู้ที่ต้องการกำจัดขนแบบถาวร
- ข้อดี: ช่วยให้ผิวเรียบเนียนละเอียดอย่างเห็นได้ชัด หมดห่วงเรื่องปัญหาขนคุดหรือหนังไก่กวนใจไปได้เลย
- ข้อแนะนำ: เป็นวิธีที่มีค่าใช้จ่ายสูงที่สุดในบรรดาทุกวิธี และจำเป็นต้องเข้ารับบริการอย่างต่อเนื่องหลายครั้ง (ขึ้นอยู่กับสภาพเส้นขนของแต่ละบุคคล) เพื่อผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพสูงสุด
- ระยะเวลาผลลัพธ์: ผิวเนียนใสไร้ขนกวนใจยาวนานตั้งแต่ 6 เดือน ไปจนถึง 1 ปีเต็มเลยทีเดียว!
เลือกวิธีไหนดีให้เหมาะกับคุณ?
หากยังลังเลใจว่าจะเลือกใช้วิธีไหนดี ลองพิจารณาตามความต้องการเหล่านี้ดูครับ
- สายรีบ เน้นสะดวก ไม่เจ็บตัว: แนะนำการโกน หรือครีมกำจัดขน
- สายอดทน เน้นประหยัด ขนขึ้นช้า: แนะนำการถอน (เหมาะกับพื้นที่เล็ก ๆ) หรือการแวกซ์ (เหมาะกับพื้นที่กว้าง)
- สายลงทุน เน้นผิวเนียนกริบระยะยาว เจ็บแต่จบ: แนะนำการทำเลเซอร์ดีที่สุดครับ
สุดท้ายนี้ ปัญหากำจัดขนไม่มีวิธีไหนที่ดีที่สุดแบบ 100% มีเพียงแค่วิธีที่เหมาะสมกับสภาพผิว งบประมาณ และเวลาของคุณที่สุดเท่านั้น ลองนำข้อมูลดี ๆ เหล่านี้ไปปรับใช้ เพื่อให้คุณมีผิวที่เรียบเนียน สะอาดตา และเพิ่มความมั่นใจในการใช้ชีวิตในทุก ๆ วันกันนะครับ

