Tag Archives: ความงาม

พิษสงมดแต่ละชนิด เจ็บแสบแค่ไหน? พร้อมเคล็ดลับดูแลผิวไม่ให้ทิ้งรอยดำ

พิษสงของมดแต่ละชนิด.jpg

มด สิ่งมีชีวิตเล็ก ๆ ที่เราเจอได้ทุกหนทุกแห่ง ไม่ว่าจะเป็นในบ้าน สวนหลังบ้าน หรือแม้แต่บนโต๊ะทำงาน แม้พวกมันจะมีขนาดเล็กจิ๋ว แต่บอกเลยว่าพิษสงของมดบางชนิดไม่ได้เล็กตามตัวเลย หลายคนคงเคยมีประสบการณ์โดนมดกัดจนผิวบวมแดง หรือคันยิบ ๆ ไปหลายวัน วันนี้ลุงจะพาทุกคนไปเจาะลึก และทำความรู้จักกับพิษสงของมดแต่ละชนิด พร้อมวิธีปฐมพยาบาลกู้ผิวสวยไม่ให้เหลือรอยดำกันครับ ความร้ายกาจของมด 4 สายพันธุ์ มดแต่ละชนิดมีอาวุธและวิธีโจมตีที่แตกต่างกันออกไป บางชนิดใช้การต่อย บางชนิดใช้การกัดแล้วพ่นกรด เรามาดูกันว่ามดรอบตัวเรามีพิษสงอย่างไรบ้าง มดตะนอย: พิษแรงพอ ๆ กับผึ้ง มดตะนอยเป็นหนึ่งในมดที่ขึ้นชื่อเรื่องความดุร้ายและพิษที่รุนแรง ตัวของมันมักมีสีดำสลับส้มหรือน้ำตาล อาวุธลับของมดตะนอยคือการต่อยโดยใช้เหล็กใน ซึ่งเหล็กในของมันจะเชื่อมกับต่อมน้ำพิษ เมื่อโดนต่อยจะรู้สึกปวดแปลบขึ้นมาทันที คล้ายกับการโดนผึ้งต่อยเลยทีเดียว หลังจากนั้นบริเวณที่โดนต่อยจะมีอาการบวมแดงและคันมาก สำหรับคนที่มีอาการแพ้รุนแรง อาจถึงขั้นหายใจติดขัดหรือช็อกได้ ดังนั้นหากเจอรังมดตะนอยตามต้นไม้แห้ง ควรหลีกเลี่ยงให้ไกลจะดีที่สุด มดคันไฟ: เจ็บแสบเหมือนไฟลวก มดคันไฟเป็นมดที่พบได้บ่อยตามพื้นดินหรือสนามหญ้า พวกมันทำงานกันเป็นทีม และพร้อมใจกันโจมตีเมื่อรังถูกรบกวน มดคันไฟจะต่อยโดยใช้เหล็กในที่มีพิษ สารพิษในเหล็กในของมันจะออกฤทธิ์ ทำให้เราแสบร้อนอย่างรุนแรงบริเวณผิวหนัง คล้ายกับการถูกไฟลวกหรือน้ำร้อนลวก จากนั้นผิวจะเริ่มบวมแดงเป็นตุ่มหนอง ข้อควรระวังที่สุดคือ หากเกาจะยิ่งลุกลาม เพราะการเกาจะทำให้ตุ่มหนองแตก และเกิดการติดเชื้อแบคทีเรียซ้ำซ้อน ทำให้แผลหายยากขึ้นไปอีก มดแดง: หน่วยจู่โจมสายพ่นกรด…

กู้ชีพผมเสียให้กลับมาเป็นผมสวย เคล็ดลับดูแลเส้นผมฉบับเข้าใจง่าย

วิธีดูแลเมื่อเส้นผมมีปัญหา.jpg

หลายคนตื่นเช้ามาส่องกระจกแล้วต้องถอนหายใจยาว เพราะสภาพเส้นผมของตัวเอง ไม่ว่าจะปัญหาผมมันจนคันยิบ ๆ ผมร่วงจนกวาดเท่าไหร่ก็ไม่หมด ปลายผมแห้งแตกปลายเหมือนไม้กวาด หรือวันไหนรีบ ๆ ผมก็ดันยุ่งจนจัดทรงไม่ได้ดั่งใจ เส้นผมคือหนึ่งในส่วนสำคัญที่ช่วยเสริมบุคลิกภาพ และความมั่นใจของเรา แต่ขณะเดียวกันมันก็เป็นส่วนที่เซนซิทีฟและต้องการการดูแลอย่างถูกวิธีเช่นกัน วันนี้ลุงรวบรวมเคล็ดลับดี ๆ ในการดูแลเส้นผม เมื่อเจอกับปัญหายอดฮิตต่าง ๆ มาฝากกันแบบเข้าใจง่าย นำไปปรับใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน รับรองว่าทำตามแล้ว สุขภาพผมจะกลับมานุ่มสลวย เงางาม มีน้ำหนัก และแข็งแรงขึ้นอย่างแน่นอนครับ 4 ปัญหาผมกวนใจ พร้อมวิธีแก้ไขให้กลับมาสลวยสวยเก๋ 1. ปัญหาผมมัน คันหนังศีรษะ ใครที่เจอปัญหานี้มักจะรู้สึกไม่สบายตัวตลอดทั้งวัน แถมยังเสียบุคลิก เพราะเผลอเกาหัวบ่อย ๆ หลายคนคิดว่ายิ่งผมมันก็ต้องยิ่งสระผมบ่อย ๆ แต่จริง ๆ แล้วนั่นอาจเป็นการทำร้ายหนังศีรษะโดยไม่รู้ตัวครับ วิธีการดูแลที่ถูกต้องคือ… 2. ปัญหาผมร่วง กวาดเท่าไหร่ก็ไม่หมดสักที มองไปที่พื้นทีไรใจหายแวบ เพราะมีแต่เส้นผมร่วงเต็มไปหมด ปัญหานี้มักเกิดจากรากผมที่ไม่แข็งแรง หรือหนังศีรษะได้รับสารเคมีที่รุนแรงเกินไป แก้ไขได้ด้วยการบำรุงอย่างอ่อนโยนครับ 3. ปัญหาผมเสีย แตกปลาย สำหรับสาว ๆ หนุ่ม ๆ…

เช็กด่วน ของใกล้ตัว 6 อย่างนี้กี่วันต้องล้าง? ให้สะอาดชัวร์ และดีต่อสุขภาพ

สิ่งเหล่านี้กี่วันควรล้าดีนะ.jpg

ในแต่ละวันเราต้องหยิบจับและใช้งานสิ่งของต่าง ๆ มากมาย ของบางอย่างเราล้างทำความสะอาดเป็นประจำทุกวันจนเป็นนิสัย แต่รู้ไหมว่ามีของใช้ใกล้ตัวอีกหลายชิ้นที่เราอาจละเลย หรือบางทีก็ล้างบ่อยเกินไป หรือปล่อยไว้นานเกินไป จนกลายเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรคและแบคทีเรียโดยที่เราไม่รู้ตัว วันนี้ลุงจะพาทุกคนมาเช็กคู่มือทำความสะอาดของใช้ใกล้ตัวแบบเข้าใจง่าย ที่จะช่วยยกระดับสุขอนามัยที่ดีให้กับคุณ จะมีอะไรบ้าง และแต่ละอย่างควรล้างบ่อยแค่ไหน มาดูกันเลยครับ หมวดที่ 1: ของใช้ในบ้าน อย่าปล่อยให้เป็นแหล่งเพาะเชื้อโรค เริ่มต้นกันในบ้านที่เราต้องใช้ร่วมกันทุกวัน หากปล่อยปละละเลย สุขอนามัยของคนในครอบครัวอาจจะย่ำแย่ได้ง่าย ๆ เลย 1. ซิงค์ล้างจาน: ควรล้างทุกวัน หลายคนคิดว่าการล้างจานก็คือการทำความสะอาดซิงค์ไปในตัว แต่ความจริงไม่ใช่เลย! ซิงค์ล้างจานคือแหล่งรวมเศษอาหาร คราบไขมัน และความชื้น ซึ่งเป็นสวรรค์ชั้นดีของแบคทีเรียและเชื้อรา หากไม่ล้างทำความสะอาดทุกวัน คราบสกปรกจะสะสมจนเกิดกลิ่นเหม็นอับโชยออกมา เคล็ดลับ: หลังจากล้างจานเสร็จในแต่ละวัน ให้ใช้ฟองน้ำชุบน้ำยาล้างจาน ขัดถูให้ทั่วซิงค์ล้างจาน รวมถึงบริเวณก๊อกน้ำ และตะแกรงดักเศษอาหาร แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด จากนั้นเช็ดให้แห้ง 2. ห้องน้ำ: ควรล้างอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ห้องน้ำเป็นพื้นที่ที่เปียกเกือบตลอดเวลา ทำให้เกิดคราบสบู่ คราบไคล และเชื้อราดำตามร่องยาแนวได้ง่ายมาก การปล่อยห้องน้ำทิ้งไว้นานกว่า 1 สัปดาห์โดยไม่ล้าง นอกจากจะดูไม่น่ามองแล้ว ยังเสี่ยงต่อการลื่นล้มจากคราบตะไคร่น้ำ…

สัญญาณเตือนจาก “สีดำ” บนร่างกาย จุดไหนบอกโรค จุดไหนธรรมชาติ

สีดำบนส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย บอกอะไรเราบ้าง.jpg

เคยสังเกตตัวเองในกระจกแล้วพบว่า ทำไมจุดนี้บนร่างกายมันดูคล้ำขึ้น หรือมีสีดำโผล่มาแบบไม่ทันตั้งตัวบ้างไหมครับ? ร่างกายมนุษย์เรามีความมหัศจรรย์อย่างหนึ่ง คือเมื่อระบบภายในเริ่มทำงานผิดปกติ หรือมีอะไรบางอย่างเปลี่ยนแปลง มันมักจะแสดงออกผ่านสีผิวหรือจุดต่างๆ บนร่างกาย วันนี้ลุงจะพาไปไขความลับของสีดำบนจุดต่างๆ บนร่างกาย ว่าจุดไหนเป็นสัญญาณเตือนของโรค จุดไหนเป็นเรื่องธรรมชาติ และจุดไหนที่อาจจะต้องรีบดูแลด่วน ฟันดำ สัญญาณร้ายของสุขภาพช่องปาก ถ้าสังเกตเห็นจุดดำหรือเส้นสีดำตามซอกฟันหรือบนผิวฟัน นั่นไม่ใช่คราบอาหารธรรมดา แต่อาจเป็นสัญญาณของฟันผุครับ สาเหตุหลัก เกิดจากกรดของแบคทีเรียไปทำลายผิวเคลือบฟัน (Enamel) จนผุพัง และกลายเป็นจุดดำ หากปล่อยทิ้งไว้ อาจลุกลามไปถึงโพรงประสาทฟัน ทำให้เกิดอาการปวดฟันอย่างรุนแรง จนต้องรักษารากฟันหรือถอนทิ้ง วิธีดูแล ควรแปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง ใช้ไหมขัดฟัน และพบทันตแพทย์ทุกๆ 6 เดือน เพื่อเช็กสุขภาพช่องปากเป็นประจำ ใต้ตาดำ ปัญหาของคนนอนน้อย และคนมีโรคประจำตัว รอยคล้ำใต้ตาหรือที่ใครหลายคนเรียกว่า ‘ตาแพนด้า’ เป็นปัญหาผิวพรรณที่พบได้บ่อยมาก ซึ่งหลายคนคิดว่าเกิดจากการนอนน้อยเพียงอย่างเดียว แต่จริงๆ แล้วมันมีสาเหตุมากกว่านั้น สาเหตุหลัก นอกจากการอดนอนหรือพักผ่อนไม่เพียงพอแล้ว อาการใต้ตาดำยังอาจเกิดจากโรคภูมิแพ้ (เนื่องจากเส้นเลือดดำรอบดวงตาขยายตัว) หรือเกิดจากเงาของถุงใต้ตาที่หย่อนคล้อยตามวัย รวมถึงปัจจัยทางพันธุกรรมด้วย วิธีดูแล นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำมากๆ หากเกิดจากภูมิแพ้ควรทานยาหรือหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้น…

นี่แดดเมืองไทยหรือนรก? เช็กระดับผิวไหม้แดด พร้อมวิธีกู้ผิวพังให้กลับมาปังใน 3 ขั้นตอน

ตากแดดจนผิวไหม้ ทำยังไงดี.jpg

แดดเมืองไทยร้อน จนเหมือนซ้อมตกนรก เดินไปข้างนอกไม่กี่นาที รู้ตัวอีกทีผิวก็เปลี่ยนสี แถมยังมีอาการผิวไหม้แดด (Sunburn) ยิ่งช่วงที่ค่า UV Index พุ่งสูงทะลุหลอด ก็แทบไม่มีใครรอดจากการโดนแดดทำร้าย วันนี้ลุงจะพาทุกคนมาเช็กอาการว่า ผิวที่โดนแดดแผดเผาของคุณตอนนี้ชำรุดอยู่เลเวลไหน พร้อมวิธีการกู้ผิวพังให้กลับมาสวยใส สุขภาพดีแบบเร่งด่วน เช็กด่วนว่าผิวของคุณไหม้แดดเลเวลไหน? มาประเมินก่อนว่าผิวของเราได้รับความเสียหายแค่ไหน เพื่อจะได้เลือกวิธีดูแลรักษาได้อย่างตรงจุด โดยสามารถแบ่งระดับความรุนแรงของผิวไหม้แดดออกเป็น 3 เลเวล ดังนี้ Lv. 1: ผิวแดงคล้ำ (แสบเบาๆ พอหยิกๆ) เลเวลนี้ถือเป็นระดับเริ่มต้นที่เป็นกันบ่อยสุด ผิวจะมีลักษณะแดงคล้ำขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากเม็ดสีเมลานินทำงานหนัก และอาจจะรู้สึกแสบผิวเล็กน้อยเวลาเสื้อผ้าเสียดสี ผิวเลเวลนี้จะใช้เวลาฟื้นตัวเพียงแค่ 3-5 วัน ก็จะค่อยๆ ดีขึ้น และกลับมาเป็นปกติได้เอง Lv. 2: ผิวบวมแดง (แตะทีมีสะดุ้ง!) ผิวเลเวลนี้ไม่ใช่แค่เปลี่ยนสีธรรมดา แต่จะเริ่มมีอาการบวมแดงร่วมด้วย และจะรู้สึกแสบจี๊ดๆ ทุกครั้งที่ไปสัมผัสโดน สำหรับใครที่อยู่เลเวลนี้ ต้องใจเย็น และให้เวลาร่างกายหน่อย เพราะผิวต้องใช้เวลาซ่อมแซมตัวเองประมาณ 1 สัปดาห์เต็มๆ อาการบวมแดงถึงจะค่อยๆ บรรเทาลง Lv. 3:…

กินหวานไประวังแก่ เผยตัวร้ายทำลายผิว พร้อมวิธีโกงอายุเซลล์ให้หน้าเด็กสวนทางวัย

กินหวานมากไป ระวังแก่.jpg

เคยสงสัยไหม ทำไมประโคมสกินแคร์ราคาแพง แต่ริ้วรอยก็ยังถามหา แถมหน้าดูหมองคล้ำไม่สดใส? คำตอบอาจไม่ได้อยู่ที่ครีมบำรุง แต่อยู่ในอาหารที่คุณกินต่างหาก โดยเฉพาะสายหวานที่ต้องมีชาไข่มุก บิงซู ขนมเค้ก หรือน้ำหวานตกถึงท้องทุกวัน บอกเลยว่าคุณกำลังรับยาเร่งแก่เข้าร่างกายแบบไม่รู้ตัว วันนี้ลุงจะพาทุกคนมาเจาะลึกว่า ทำไมการกินหวานถึงทำให้เราแก่เร็ว? พร้อมแจกสูตรการควบคุมน้ำตาลที่จะช่วยคืนความอ่อนเยาว์ให้ผิวกลับมาเด้งฟูอีกครั้ง ทำไมความหวานถึงเปลี่ยนหน้าใสให้กลายเป็นหน้าแก่? หลายคนทราบดีว่าการกินหวานทำให้อ้วน และเสี่ยงต่อโรคเบาหวาน แต่รู้หรือไม่ว่า น้ำตาลคือศัตรูตัวฉกาจอันดับหนึ่งของผิว เมื่อเรากินของหวานๆ กระบวนการทำร้ายผิวจะเริ่มทำงานเงียบๆ ภายในร่างกายของเราดังนี้ เคล็ดลับลดหวาน โกงอายุผิวที่ทำได้จริง หากไม่อยากให้หน้าล้ำอายุจริง การปรับพฤติกรรมการกินคือทางออกที่มีประสิทธิภาพและประหยัดที่สุด 1. คุมโควต้าน้ำตาลไม่เกิน 24 กรัมต่อวัน เพื่อผิวที่ดีและร่างกายที่แข็งแรง ควรจำกัดปริมาณการกินน้ำตาลให้ไม่เกินวันละ 24 กรัม (หรือประมาณ 6 ช้อนชา) การควบคุมน้ำตาลในปริมาณนี้จะช่วยลดการเสื่อมของเซลล์ผิวได้สูงถึง 25% เลยทีเดียว ยิ่งลดหวาน ผิวก็ยิ่งได้พักผ่อนและฟื้นฟูตัวเองได้ดียิ่งขึ้น 2. งดน้ำอัดลม ชะลอความเสื่อมของเซลล์ได้ถึง 4.6 ปี น้ำอัดลมและน้ำหวานคือตัวการใหญ่ที่ส่งน้ำตาลเข้าสู่ร่างกายแบบเต็มสูบ การงดดื่มน้ำอัดลมจะช่วยลดภาระของร่างกายและชะลอความเสื่อมของเซลล์ได้ถึง 4.6 ปี การลงทุนกับผิวพรรณที่ดีที่สุด ไม่ใช่การซื้อครีมราคาหลักหมื่น แต่อยู่ที่การเลือกตักอาหารเข้าปากในแต่ละวัน การลดความหวานอาจจะเป็นเรื่องยากและทรมานใจในช่วงแรก…

หน้าพังไม่รู้ตัว เปิดกรุเช็กวันหมดอายุเครื่องสำอาง ชิ้นไหนควรทิ้ง ชิ้นไหนยังไปต่อได้

เครื่องสำอางที่ใช้ หมดอายุแล้วหรือยัง.jpg

บนโต๊ะเครื่องแป้งของคุณมีเครื่องสำอางอยู่กี่ชิ้น? ทั้งลิปสติกสีโปรดที่ซื้อมาซ้ำๆ อายแชโดว์พาเลตต์สุดวิบวับที่นานๆ ทีจะได้แต่ง หรือมาสคาร่าแท่งเก่งที่หยิบใช้ทุกวัน สำหรับสายบิวตี้แล้ว การสะสมเครื่องสำอางถือเป็นความสุขอย่างหนึ่ง แต่รู้หรือไม่ว่าเครื่องสำอางที่เราใช้อยู่ทุกวันก็มีอายุขัยของมันเหมือนกัน และหากเรายังฝืนใช้ต่อไปแทนที่จะได้ความสวยสะดุดตา อาจจะได้หน้าพัง และสิวอุดตันกลับมาแทน วันนี้ลุงจะพาทุกคนไปเปิดกรุโต๊ะเครื่องแป้ง เพื่อเช็กว่าเครื่องสำอางที่ใช้อยู่เนี่ยหมดอายุหรือยัง พร้อมวิธีสังเกตลักษณะการเปลี่ยนแปลงง่ายๆ ที่คุณสามารถเช็กได้ทันทีครับ ทำไมเครื่องสำอางถึงมีวันหมดอายุ หลายคนอาจคิดว่า ตราบใดที่เนื้อครีมไม่เปลี่ยนสี หรือกลิ่นไม่เหม็นหืน ก็ยังสามารถใช้งานได้ปกติ แต่ในความเป็นจริงแล้ว ทันทีที่เราเปิดฝาใช้งาน เครื่องสำอางจะเริ่มสัมผัสกับอากาศ นิ้วมือ และแปรงแต่งหน้า ซึ่งเป็นตัวนำพาสิ่งสกปรกและแบคทีเรียเข้าไปสะสม แม้ภายนอกจะดูปกติดี แต่สารเคมีและสารบำรุงบางอย่างอาจเสื่อมสภาพโดยที่เราไม่ได้สังเกตเห็นด้วยตาเปล่า ซึ่งนี่แหละคือตัวการเงียบที่ทำร้ายผิวหน้าของเรา เครื่องสำอางแต่ละประเภทอยู่ได้นานแค่ไหน เครื่องสำอางแต่ละประเภทมีอายุการใช้งานหลังเปิดใช้ (Period After Opening) ที่แตกต่างกัน มาดูกันดีกว่าว่าไอเทมชิ้นโปรดของคุณอยู่ได้นานแค่ไหน มีลักษณะอย่างไรเมื่อหมดอายุ มาสคาร่า (Mascara) มาสคาร่าถือเป็นไอเทมที่มีอายุการใช้งานสั้นที่สุด เนื่องจากหัวแปรงต้องดึงเข้าออกบ่อยๆ ทำให้สัมผัสกับอากาศและแบคทีเรียได้ง่าย อีกทั้งยังใช้กับบริเวณที่บอบบางอย่างดวงตา จึงต้องระวังเป็นพิเศษ รองพื้น (Foundation) งานผิวอย่างรองพื้นสูตรน้ำหรือเนื้อลิควิด หากเก็บรักษาไม่ดีหรือปล่อยให้โดนความร้อน สารประกอบในรองพื้นจะเริ่มเสื่อมสภาพและแยกตัวออกจากกัน ลิปสติก (Lipstick) ลิปสติกแท่งโปรดที่สัมผัสกับริมฝีปากและน้ำลายของเราบ่อยครั้ง แม้จะดูใช้ได้นาน แต่ก็มีขีดจำกัดเช่นกัน ดินสอเขียนคิ้ว…

กำจัดขนวิธีไหนดี? โกน ถอน แวกซ์ ครีม เลเซอร์ เลือกแบบไหนให้ผิวเรียบเนียนไร้ตอ

กำจัดขน วิธีไหนดี.jpg

เบื่อไหมกับปัญหาขนกวนใจ? ไม่ว่าจะเป็นขนรักแร้ ขนแขน ขนขา หรือขนส่วนไหน ๆ ที่มักจะโผล่มาทักทายจนทำให้เราหมดความมั่นใจในการแต่งตัว จะสวมเสื้อแขนกุดหรือกางเกงขาสั้นโชว์ผิวสวย ๆ ทั้งทีก็ต้องคอยกังวลใจอยู่ตลอด เวลาคิดจะกำจัดขนทิ้ง หลายคนก็มักจะเกิดคำถามในหัวว่า “แล้วเราควรกำจัดขนด้วยวิธีไหนดีที่สุด?” เพราะหันไปทางไหนก็มีตัวเลือกเต็มไปหมด ทั้งโกน ถอน แวกซ์ ทาครีม หรือแม้กระทั่งการเลเซอร์ วันนี้ลุงจะพาทุกคนไปเจาะลึก 5 วิธีกำจัดขนยอดฮิต โดยรวบรวมข้อมูลแบบละเอียดยิบ ทั้งข้อดี ข้อแนะนำ และระยะเวลาความเนียนหลังทำ เพื่อช่วยให้คุณเลือกวิธีที่ใช่และตอบโจทย์สภาพผิวของคุณมากที่สุดกันครับ 5 วิธีกำจัดขนยอดฮิต 1. การโกน (Shaving) ง่าย รวดเร็ว ทันใจในชั่วโมงเร่งด่วน วิธียอดนิยมอันดับหนึ่ง เพราะสะดวกและรวดเร็วที่สุดในเวลาที่ต้องการความมั่นใจแบบเร่งด่วน 2. ครีมกำจัดขน (Hair Removal Cream) สลายขนแบบชิล ๆ เจ็บน้อยที่สุด ทางเลือกสำหรับคนที่ไม่ชอบความเจ็บปวด และไม่อยากเสี่ยงโดนมีดโกนบาดผิว โดยใช้สารเคมีเข้าไปทำปฏิกิริยาให้เส้นขนอ่อนตัวลงและเช็ดออกได้ง่าย 3. การแวกซ์ (Waxing) ถอนรากถอนโคน ขนขึ้นใหม่นุ่มนิ่ม การกำจัดขนด้วยการใช้แผ่นแวกซ์ร้อนหรือแวกซ์เย็นแปะลงบนผิวแล้วดึงออกอย่างรวดเร็วเพื่อถอนขนออกมาพร้อมกันทีละมาก ๆ…

ต่างวัย ผิวต่างความต้องการ คู่มือดูแลผิวให้สวยสมวัย ตั้งแต่เด็กจนถึงวัยเก๋า

ต่างวัย ต้องดูแลผิวต่างกันยังไง.jpg

เคยสงสัยไหมว่าทำไมครีมบำรุงผิวกระปุกเดิมที่เคยใช้ดีในอดีต พอเวลาผ่านไปกลับไม่ตอบโจทย์ผิวของเราอีกต่อไป? นั่นเป็นเพราะผิวหนังของเราเป็นอวัยวะที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาตามอายุที่เพิ่มขึ้น ความต้องการสารอาหาร การปกป้อง และการฟื้นฟูของผิวในแต่ละช่วงวัย จึงแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง การดูแลผิวด้วยวิธีเดิม ๆ ไปตลอดชีวิตจึงอาจไม่ใช่คำตอบที่ดีที่สุด วันนี้ลุงจะพาไปเจาะลึกเคล็ดลับการดูแลผิวให้เหมาะสมในแต่ละช่วงอายุ เพื่อให้ผิวของคุณได้รับการปรนนิบัติอย่างตรงจุดและมีสุขภาพดีที่สุดในทุกช่วงเวลาของชีวิตกันครับ ช่วงวัย 0-3 ปี: วัยแรกเกิดกับผิวบอบบางที่ต้องปกป้องเป็นพิเศษ ผิวของเด็กทารกในช่วงอายุ 0-3 ปีนั้นมีความบอบบางและเกิดการระคายเคืองได้ง่ายมาก เนื่องจากโครงสร้างผิว และเกราะป้องกันผิวยังพัฒนาได้ไม่เต็มที่ ทำให้สูญเสียความชุ่มชื้นได้ง่าย และไวต่อสิ่งเร้าภายนอกรอบตัว ช่วงวัย 10-19 ปี: วัยรุ่นวุ่นเรื่องสิว กับการควบคุมความมันส่วนเกิน เมื่อก้าวเข้าสู่วัยรุ่น ฮอร์โมนในร่างกายจะเริ่มปรับเปลี่ยน และกระตุ้นให้ต่อมไขมันผลิตน้ำมันออกมามากกว่าปกติ ส่งผลให้ผิวของวัยนี้มักจะมีลักษณะมันเยิ้มและชุ่มชื้น แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นช่วงวัยที่เกิดปัญหาสิวอุดตันและสิวอักเสบได้ง่ายที่สุด ช่วงวัย 20-39 ปี: วัยทำงานกับการชะลอความเสื่อมโทรมและป้องกันริ้วรอยแรกเริ่ม นี่คือช่วงเวลาที่ผิวเริ่มส่งสัญญาณเตือนแรกเริ่มของความร่วงโรย เมื่อก้าวสู่วัยยี่สิบตอนปลาย กระบวนการผลัดเซลล์ผิวตามธรรมชาติจะเริ่มช้าลง ส่งผลให้ผิวเริ่มดูหมองคล้ำ ไม่สดใสเปล่งปลั่งเหมือนเก่า และเริ่มสูญเสียคอลลาเจนทีละน้อย ช่วงวัย 40-60 ปี: วัยผู้ใหญ่กับการกู้คืนความชุ่มชื้นและเติมเต็มร่องลึก เมื่ออายุแตะเลข 4 ผิวจะเริ่มแห้งกร้านอย่างเห็นได้ชัดและขาดความชุ่มชื้นอย่างรุนแรง เนื่องจากกระบวนการผลิตน้ำมันใต้ผิวลดลงอย่างมาก ส่งผลให้เกิดริ้วรอย ร่องลึก บริเวณหางตา ร่องแก้ม…

ขนตูดมีไว้ทำไม? เรื่องธรรมชาติสุดลับที่วิทยาศาสตร์ยังต้องกุมขมับ

ขนตรงตูดมีไว้ทำไม.jpg

เคยสงสัยกันไหมว่า ทำไมร่างกายมนุษย์เราที่วิวัฒนาการมาจนแทบจะไม่เหลือขนตามตัวเหมือนลิง แต่กลับยังมี “เส้นขน” เจ้ากรรมนายเวรกลุ่มหนึ่งที่ยังคงเหนียวแน่นและปักหลักอยู่ตรง “ร่องตูด” อย่างไม่ยอมไปไหน? เชื่อว่าหลายคนต้องเคยเกิดคำถามนี้ในใจเวลาอาบน้ำ หรือตอนที่รู้สึกคันยุบยิบในที่อับสายตาจนอยากจะตะโกนถามฟ้าดิน เรื่องนี้ไม่ได้ทะลึ่ง แต่มันคือเรื่องของชีววิทยาและธรรมชาติที่น่าสนใจมาก ๆ เพราะขนาดนักวิทยาศาสตร์ในยุคปัจจุบันที่สามารถส่งยานอวกาศไปนอกโลกได้ ก็ยังไม่สามารถฟันธงตอบแบบ 100% ได้เลยว่าขนตูดมีไว้ทำไมกันแน่ แต่ถึงอย่างนั้น พวกเขาก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ และได้ตั้งข้อสันนิษฐานรวมถึงทฤษฎีต่าง ๆ เกี่ยวกับขนตูดเอาไว้อย่างน่าสนใจ วันนี้เราจะพาทุกคนไปเจาะลึกความลับใต้ร่มผ้านี้กันครับ 3 ทฤษฎี ขนตูดมีไว้ทำไม? ถึงแม้จะยังไม่มีคำตอบที่ยืนยันได้อย่างแน่นอนทางวิทยาศาสตร์ แต่เหล่านักชีววิทยาและผู้เชี่ยวชาญก็ได้แบ่งปันสมมติฐานที่จับต้องได้ออกเป็น 3 ทฤษฎีหลัก ๆ ดังนี้ 1. ตัวช่วยดักกลิ่น ฟังดูอาจจะแปลก ๆ แต่ทฤษฎีแรกระบุว่า ขนบริเวณก้นมีหน้าที่ช่วย “กักเก็บกลิ่น” ครับ โดยธรรมชาติแล้ว บริเวณรอบ ๆ รูขุมขนตรงร่องก้นจะมีต่อมไขมันที่ผลิตไขมัน (Sebum) และเป็นแหล่งสะสมของแบคทีเรียเฉพาะตัว ขนตูดจึงทำหน้าที่เหมือนแผ่นฟิลเตอร์ธรรมชาติที่ช่วยกักเก็บไขมันและแบคทีเรียที่ทำให้เกิดกลิ่นเหล่านี้เอาไว้ ไม่ให้กลิ่นฟุ้งกระจายออกไปรบกวนคนรอบข้างได้ง่าย ๆ หรือพูดง่าย ๆ คือช่วยซับกลิ่นเฉพาะตัวเอาไว้ให้อยู่ในที่ของมันนั่นเอง 2. ลดแรงเสียดสีระหว่างแก้มก้น ลองจินตนาการดูว่าในแต่ละวันเราต้องเดิน วิ่ง…