เคยไหม? ส่องกระจกทีไรต้องถอนหายใจยาว เพราะสะดุดตากับจุดดำ ๆ เล็ก ๆ หรือหนามแหลม ๆ ที่ลูบไปแล้วสากมือตรงบริเวณจมูก คาง หรือแก้ม
ใช่แล้วครับ! ลุงกำลังพูดถึงสิวเสี้ยนตัวร้าย ที่คอยขัดขวางความมั่นใจ ทำให้ผิวหน้าดูไม่เรียบเนียน แถมเวลาแต่งหน้า แป้งก็ตกร่อง หลายคนพยายามบีบ เค้น หรือหาทางกำจัดมันสารพัดวิธี แต่ทำไมเจ้าสิวเสี้ยนก็ยังกลับมาอยู่เรื่อย ๆ
วันนี้ลุงจะพาไปเจาะลึกต้นตอการเกิดสิวเสี้ยน พร้อมเผยเคล็ดลับการดูแลและจัดการอย่างถูกวิธี ที่จะช่วยให้ใบหน้าของคุณกลับมาเรียบเนียน น่าสัมผัสอีกครั้งครับ
สิวเสี้ยนเกิดขึ้นมาได้ยังไง?
ก่อนจะไปลงมือกำจัด เรามาทำความเข้าใจธรรมชาติของเจ้าสิวเสี้ยนกันก่อน เพื่อเราจะได้แก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุดครับ
ปกติภายในรูขุมขนของเราจะมีส่วนประกอบหลัก ๆ อยู่ 3 อย่าง ได้แก่ ไขมัน (Sebum), ขี้ไคลหรือเซลล์ผิวที่ตายแล้ว (Dead Skin Cells) และขนอ่อน (Vellus Hair) ซึ่งในคนปกติทั่วไป รูขุมขนหนึ่งรูจะมีขนอ่อนเพียงแค่ 1-2 เส้นเท่านั้น
แต่บางคนอาจมีขนอ่อนมากถึง 6-50 เส้นต่อหนึ่งรูขุมขนเลยทีเดียว!
เมื่อขนอ่อนกระจุกตัวกันเยอะขนาดนี้ และรวมเข้ากับน้ำมันส่วนเกินและขี้ไคลที่สะสมอยู่ ผลลัพธ์ก็คือทำให้เกิดการอุดตันในรูขุมขน จนกลายเป็นตอหรือเส้นแหลม ๆ ยื่นโผล่พ้นผิวหนังขึ้นมา ซึ่งเราเรียกกันว่าสิวเสี้ยนนั่นเองครับ
4 วิธีจัดการสิวเสี้ยนอย่างถูกวิธี
เมื่อรู้สาเหตุแล้วว่าสิวเสี้ยนไม่ได้เกิดจากสิ่งสกปรกภายนอกเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากขนอ่อนและไขมันใต้ผิวด้วย ดังนั้น วิธีจัดการจึงต้องตรงจุดดังนี้ครับ
1. ทำความสะอาดผิวหน้าอย่างหมดจด และซับมันอย่างเหมาะสม
ล้างหน้าให้สะอาด: ควรล้างหน้าวันละ 2 ครั้งด้วยผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยนต่อผิว เพื่อช่วยขจัดไขมันและสิ่งสกปรกที่อุดตันในรูขุมขนออกไป
ใช้กระดาษซับมัน: ระหว่างวันหากรู้สึกว่าผิวเริ่มเยิ้ม โดยเฉพาะบริเวณ T-zone (หน้าผาก จมูก คาง) ที่มีความมันส่วนเกินมาก ให้ใช้กระดาษซับมันซับเบา ๆ ตรงจุดที่มัน เพื่อลดโอกาสที่ไขมันจะไปรวมตัวกับขนอ่อน จนเกิดการอุดตันเพิ่ม
2. ห้ามถูหน้าแรงเด็ดขาด
หลายคนเข้าใจผิดว่า ยิ่งขัดหน้าแรง ยิ่งใช้สครับเม็ดใหญ่ ๆ ถูวนไป จะช่วยให้สิวเสี้ยนหลุดออกง่ายขึ้น แต่ลุงขอบอกเลยว่า นี่คือความคิดที่ผิดมหันต์ครับ!
เพราะการถูหน้าแรง ๆ จะทำให้ผิวเกิดการระคายเคือง อักเสบ และเป็นการกระตุ้นให้รูขุมขนยิ่งผลิตน้ำมันออกมามากขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้เกิดการอุดตันที่รุนแรงกว่าเดิม ดังนั้นควรสัมผัสผิวหน้าอย่างเบามือที่สุดนะครับ
3. ใช้แผ่นลอกสิวเสี้ยนอย่างถูกวิธี
แผ่นลอกสิวเสี้ยนเป็นไอเทมยอดฮิต ที่ช่วยถอนรากถอนโคนขนอ่อนได้อย่างรวดเร็วทันใจ แต่การใช้แผ่นลอกสิวเสี้ยนก็มีข้อควรระวังที่สำคัญมาก ๆ คือ
อย่าลอกบ่อยเกินไป: ไม่ควรใช้แผ่นลอกสิวเสี้ยนเกิน 1 ครั้งต่อสัปดาห์ เพราะการลอกบ่อยเกินไปจะทำให้ผิวบริเวณนั้นบางลง ระคายเคือง และทำให้รูขุมขนกว้างขึ้นกว่าเดิม
เน้นกำจัดขนที่ยื่นออกมา: แผ่นลอกสิวเสี้ยนช่วยดึงเอาสิ่งอุดตันและกระจุกขนอ่อนที่อยู่ส่วนบน ๆ ออกมาได้ แต่ไม่ได้ช่วยหยุดการสร้างขนอ่อนจากใต้ผิว ดังนั้นจึงต้องทำควบคู่ไปกับการดูแลผิววิธีอื่น ๆ ด้วย
4. ปรับสมดุลผิวหลังล้างหน้า
ขั้นตอนที่หลายคนมักมองข้ามคือการบำรุงหลังล้างหน้า ลุงแนะนำให้เลือกใช้โทนเนอร์เช็ดผิวหลังล้างหน้าทันที โดยต้องเลือกสูตร Oil-Free ที่ไม่มีส่วนผสมของน้ำมัน เพื่อไม่ให้เป็นการเพิ่มความมันและไปอุดตันรูขุมขนซ้ำ
การใช้โทนเนอร์จะช่วยทำความสะอาดสิ่งสกปรกที่หลงเหลืออยู่ ปรับค่า pH ของผิวให้สมดุล และช่วยกระชับรูขุมขนให้ดูเล็กลงอย่างเป็นธรรมชาติ
การกำจัดสิวเสี้ยนอาจจะไม่ได้หายวับไปกับตาในวันเดียว เพราะตราบใดที่ร่างกายยังสร้างขนอ่อนและน้ำมัน ปัญหาสิวเสี้ยนก็ยังมีโอกาสกลับมาได้เสมอ
แต่ถ้าเราปรับพฤติกรรม หันมาทำความสะอาดผิวหน้าอย่างอ่อนโยน คุมมันให้ถูกวิธี และหลีกเลี่ยงการรบกวนผิวอย่างรุนแรง เพียงเท่านี้ รูขุมขนของเราก็จะกระชับขึ้น สิวเสี้ยนลดลงอย่างเห็นได้ชัด คืนความมั่นใจ เผยผิวหน้าเนียนใสไร้จุดสะดุดได้อย่างแน่นอนครับ

