ในยุคที่เราต้องเผชิญหน้ากับเรื่องราวชวนปวดหัวและดราม่ารอบตัวได้ทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงาน เรื่องส่วนตัว หรือแม้แต่การไถฟีดโซเชียลมีเดีย ความเครียดสะสมเหล่านี้ไม่ได้ทำร้ายแค่จิตใจเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบโดยตรงต่อร่างกายและสมองของเราอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ จนหลายคนเริ่มมีอาการสมองล้า ร่างกายอ่อนเพลีย และอารมณ์ดิ่งลงแบบไม่รู้ตัว หากคุณกำลังมองหาตัวช่วยธรรมชาติที่จะมาช่วยดูแลและฟื้นฟูร่างกายในวันแสนล้า วันนี้ลุงขอแนะนำ “ขมิ้นชัน” สมุนไพรไทยหาง่ายใกล้ตัว ที่มีสรรพคุณล้นเหลือเกินตัว จนได้รับความสนใจจากงานวิจัยทั่วโลก มาดูกันว่าสมุนไพรสีเหลืองทองชนิดนี้จะช่วยเยียวยาเราจากดราม่ารายวันได้อย่างไรบ้าง ทำความรู้จัก “สารเคอร์คิวมิน” ฮีโร่ตัวจริงในขมิ้นชัน เบื้องหลังความมหัศจรรย์ของขมิ้นชันอยู่ที่สารสำคัญสีเหลืองส้มที่ชื่อว่า “สารเคอร์คิวมิน” (Curcumin) ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระประสิทธิภาพสูง มีฤทธิ์ต้านการอักเสบในระดับเซลล์ ซึ่งได้รับการยอมรับจากงานวิจัยทางการแพทย์มากมายว่าเป็นกุญแจสำคัญในการฟื้นฟูระบบต่าง ๆ ของร่างกายให้กลับมาทำงานได้อย่างสมดุล 4 คุณประโยชน์สุดปังของขมิ้นชัน ยิ่งกิน ยิ่งดีต่อใจและร่างกาย 1. ป้องกันอัลไซเมอร์และสมองเสื่อม เมื่อเราเผชิญกับความเครียดและการพักผ่อนที่ไม่เพียงพอ ร่างกายจะเกิดกระบวนการอักเสบภายในสมอง ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เซลล์สมองเสื่อมลงจนอาจนำไปสู่โรคอัลไซเมอร์ได้ สารเคอร์คิวมินในขมิ้นชันจะทำหน้าที่เข้าไปลดกระบวนการอักเสบนี้ พร้อมทั้งช่วยกระตุ้นการทำงานของสมอง ช่วยให้ความจำดีขึ้น และปกป้องสมองจากการเสื่อมสภาพตามวัย 2. ป้องกันโรคซึมเศร้าและปรับอารมณ์ให้จอย ๆ เจอเรื่องดราม่าบ่อย ๆ จนอารมณ์ดิ่งใช่ไหม? ขมิ้นชันช่วยได้! เพราะมีงานวิจัยพบว่าสารเคอร์คิวมินสามารถช่วยเพิ่มระดับสารสื่อประสาทในสมอง 2 ชนิดหลัก ๆ ได้แก่ “เซโรโทนิน” (Serotonin) สารแห่งความสุขที่ช่วยควบคุมอารมณ์…
Tag Archives: สารอาหาร
เคยเป็นไหมครับ? ซื้อของสด ผัก ผลไม้ หรือของกินอะไรมาก็จับยัดใส่ตู้เย็นไว้ก่อนเพราะคิดว่า “ความเย็น” คือเซฟโซนที่ดีที่สุดในการถนอมอาหาร แต่รู้หรือไม่ว่า ความจริงแล้วตู้เย็นไม่ใช่ “กล่องวิเศษ” ที่เหมาะกับอาหารทุกอย่างในโลก! เพราะมีวัตถุดิบบางชนิดที่เมื่อเจอความเย็นและความชื้นเข้าไป แทนที่จะสดใหม่กลับกลายเป็นว่าเน่าเสียเร็วขึ้น แถมบางอย่างยังอาจสร้างสารพิษร้ายแรงที่เป็นอันตรายต่อร่างกายเราได้อีกด้วย วันนี้ลุงจะพามาส่อง 4 สิ่งที่คุณ “อย่าหาทำ” ในการแช่ตู้เย็น เพื่อสุขภาพที่ดีและความปลอดภัยของทุกคนในบ้าน จะมีอะไรบ้างและเพราะอะไร ไปดูกันเลยครับ 1. มันฝรั่ง: ยิ่งเย็น ยิ่งงอกไว แถมพกสารพิษมาด้วย หลายคนคิดว่าการเก็บมันฝรั่งไว้ในตู้เย็นจะช่วยยืดอายุการใช้งานและไม่ทำให้เน่าเสีย แต่ความจริงแล้วเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำอย่างยิ่งครับ เพราะความเย็นและความชื้นในตู้เย็นจะเป็นตัวกระตุ้นชั้นยอดที่ส่งสัญญาณให้มันฝรั่งคิดว่าถึงเวลาเติบโตแล้ว วิธีเก็บที่ถูกต้อง: ควรเก็บมันฝรั่งไว้ในที่แห้ง มืด และมีอากาศถ่ายเทสะดวก เช่น ตะกร้าโปร่ง ๆ ในมุมครัวที่อับแสง หลีกเลี่ยงแสงแดดและความชื้น แค่นี้ก็เก็บได้นานโดยไม่ต้องพึ่งตู้เย็นแล้วครับ 2. หอม และ กระเทียม: ความชื้นสูง เชื้อราถามหาในพริบตา หอมแดง หอมหัวใหญ่ และกระเทียม เป็นวัตถุดิบก้นครัวที่แทบทุกบ้านต้องมีติดไว้ แต่การนำพวกมันไปแช่ตู้เย็นถือเป็นฝันร้ายของสมุนไพรเหล่านี้ และอาจทำให้เราต้องทิ้งพวกมันไปอย่างน่าเสียดาย วิธีเก็บที่ถูกต้อง: การปล่อยให้หอมและกระเทียมอยู่ข้างนอกตู้เย็น ในจุดที่ลมโกรกและไม่มีความอับชื้น…
เคยเป็นไหมครับ? เวลาเจ็บป่วยจากการติดเชื้อแบคทีเรีย ไม่ว่าจะเป็นอาการทอนซิลอักเสบ ท้องเสียจากอาหารเป็นพิษ หรือมีแผลอักเสบ พอไปหาหมอแล้วได้ยาฆ่าเชื้อหรือยาปฏิชีวนะมารับกินจนหายดี แต่อยู่ ๆ กลับมีอาการของแถมที่ไม่พึงประสงค์อย่างอาการท้องเสีย ถ่ายเหลว และท้องอืดตามมาซะอย่างนั้น อาการท้องเสียหลังกินยาฆ่าเชื้อไม่ใช่เรื่องแปลก และเกิดขึ้นกับคนจำนวนมากครับ วันนี้ลุงจะมาเจาะลึกว่า ทำไมยาที่ช่วยรักษาโรคถึงกลับเป็นตัวการทำให้ลำไส้เราอ่อนแอ และเราจะใช้วิธีไหนกู้คืนระบบขับถ่ายให้กลับมาสมดุลและแข็งแรงได้อีกครั้ง เปิดกลไกทำไมกินยาฆ่าเชื้อแล้วต้องท้องเสีย? เมื่อเรากินยาปฏิชีวนะเข้าไป ร่างกายของเราจะเกิดกระบวนการเปลี่ยนแปลงในระบบทางเดินอาหาร ซึ่งส่งผลกระทบต่อลำไส้โดยตรงผ่าน 4 ขั้นตอนดังนี้ครับ 3 คีย์เวิร์ดสำคัญ ฟื้นฟูลำไส้ระหว่างและหลังกินยาฆ่าเชื้อ เพื่อช่วยฟื้นฟูสภาพลำไส้ให้กลับมาแข็งแรงและทำงานได้อย่างปกติ นี่คือ 3 สิ่งสำคัญที่คุณควรรับประทานทั้งในระหว่างที่กินยาและหลังกินยาปฏิชีวนะหมดแล้วครับ 1. โพรไบโอติกส์ (Probiotics) การเติมจุลินทรีย์ดีกลับคืนสู่ลำไส้เปรียบเสมือนการส่งทหารฝีมือดีเข้าไปกู้เอกราชคืน มีผลวิจัยทางการแพทย์ยืนยันว่า การกินโพรไบโอติกส์ในช่วงที่ต้องรับประทานยาปฏิชีวนะ สามารถช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอาการท้องเสียได้สูงถึง 66% และช่วยเร่งคืนความสมดุลให้กับลำไส้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ 2. ไฟเบอร์ (Fiber) ไฟเบอร์หรือใยอาหาร เปรียบเสมือนอาหารจานโปรด (Prebiotics) ของจุลินทรีย์ดี การกินอาหารที่มีไฟเบอร์สูงจะช่วยกระตุ้นให้จุลินทรีย์ดีที่เหลืออยู่เติบโตและขยายพันธุ์ได้อย่างรวดเร็ว อีกทั้งไฟเบอร์ยังช่วยเพิ่มมวลอุจจาระ ทำให้อุจจาระจับตัวเป็นก้อน ลดอาการถ่ายเหลวได้เป็นอย่างดี 3. วิตามิน K (Vitamin K) หลายคนอาจยังไม่รู้ว่า…
รู้หรือไม่ว่า “โรคความดันโลหิตสูง” คือฆาตกรเงียบตัวฉกาจที่คอยคุกคามร่างกายของเราอยู่เงียบๆ โดยไม่แสดงอาการเตือนล่วงหน้า! หลายคนพยายามหาวิธีควบคุมระดับความดัน ทั้งกินยาลดความดัน คุมอาหารอย่างเคร่งครัด แต่รู้ไหมว่าจริง ๆ แล้ว “การเลือกทานสารอาหารที่ถูกต้องและเหมาะสม” มีส่วนช่วยลดความดันโลหิตให้ดีขึ้นได้อย่างน่าทึ่ง และปลอดภัยต่อร่างกายในระยะยาวด้วยครับ วันนี้ลุงมีข้อมูลดี ๆ จากงานวิจัยทางการแพทย์ที่น่าสนใจมาชี้เป้า 6 สารอาหารต้านความดันสูง ที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าช่วยปรับระดับความดันโลหิตให้ดีขึ้นได้ 6 สารอาหารต้านความดันสูงตามงานวิจัย 1. โพแทสเซียม (Potassium) สารอาหารพระเอกตลอดกาลสำหรับการลดความดันโลหิต จากการศึกษาติดตามผลในกลุ่มตัวอย่างจำนวนมากถึง 20,995 คน เป็นเวลายาวนานกว่า 5 ปี พบข้อมูลที่น่าทึ่งว่า กลุ่มคนที่กินโพแทสเซียมอย่างเพียงพอ สามารถช่วยลดและควบคุมความดันโลหิตได้ดีขึ้นถึง 61-88% เลยทีเดียว เนื่องจากโพแทสเซียมทำหน้าที่ช่วยขับโซเดียมส่วนเกินออกจากร่างกายผ่านทางปัสสาวะ และช่วยลดแรงต้านในผนังหลอดเลือด 2. ไฟเบอร์ (Fiber) เส้นใยอาหารไม่ได้มีดีแค่เรื่องระบบขับถ่ายและการดีท็อกซ์ลำไส้เท่านั้น แต่งานวิจัยชี้ชัดว่าการ เพิ่มปริมาณไฟเบอร์ให้ได้ 28-38 กรัมต่อวัน มีส่วนช่วยลดระดับความดันโลหิตได้อย่างมีนัยสำคัญ อีกทั้งยังช่วยชะลอการดูดซึมน้ำตาลและดักจับคอเลสเตอรอลในระบบทางเดินอาหารอีกด้วย 3. วิตามิน D (Vitamin D) ไม่เพียงแค่ช่วยบำรุงกระดูกและเสริมภูมิคุ้มกันเท่านั้น แต่ยังมีงานวิจัยในกลุ่มผู้สูงอายุที่มีภาวะโรคอ้วน…
ในผักผลไม้ต่าง ๆ นอกจากจะมีวิตามินและเกลือแร่อยู่มากมายแล้ว ยังมีสารอาหารอีกชนิดนึงที่หลายคนยังไม่รู้จัก เรียกว่า “ไฟโตนิวเทรียนท์”
เอาใจสายนับแคลกันหน่อย ใครที่ประสบปัญหาอยากนับแคลอรีแต่จะบันทึกแคลบางทีก็ไม่มี
ขนาดอาหารยังมีคู่ แล้วเมื่อไหร่ยูจะมีใจ อาหารบางอย่างถึงแม้ว่าจะดูไม่เข้ากัน
รวมพลังงาน จากอาหาร 1 ช้อนโต๊ะ!!
กดแชร์ เพื่อ save ไว้เลย…
หลายๆครั้งเราดูข้อมูลใน Nutrition Fact เค้าบอกเราว่า อาหารนี้ 100g ให้พลังงาน XXX แคล..
เคยได้ยินมาว่าจะลดความอ้วนนั้นต้องลดการกินคาร์โบไฮเดรตและไขมัน แล้วสงสัยไหมว่าลดกินอะไรแล้วลดความอ้วนได้มากกว่ากัน
คาร์โบไฮเดรต ไขมัน และโปรตีน ล้วนเป็นอาหารที่ให้พลังงาน แล้วอาหารเหล่านี้เราควรกินแค่ไหน ให้สุขภาพดีกันนะ
- 1
- 2










