แดดเมืองไทยร้อนแรงขนาดนี้ เคยสงสัยไหมครับว่า ถ้าเราจอดรถทิ้งไว้กลางแดด อุณหภูมิภายในรถจะพุ่งสูงไปถึงไหน? ข้อมูลระบุว่าเมื่อจอดรถตากแดดจัด ๆ อุณหภูมิภายในห้องโดยสารสามารถพุ่งทะยานไปได้สูงถึง 50-60 องศาเซลเซียส หรืออาจมากกว่านั้นเลยทีเดียว
สภาพในรถจะกลายสภาพไม่ต่างจากเตาอบเคลื่อนที่ และความร้อนสะสมระดับนี้แหละครับที่เป็นตัวการทำลายล้างสิ่งของต่าง ๆ ที่เราเผลอวางทิ้งไว้
วันนี้ลุงจะพาทุกคนมาเช็กกันว่าไอเทมอันตรายอะไรบ้างที่ไม่ควรลืมทิ้งไว้ในรถเด็ดขาด เพราะบางชิ้นนอกจากจะทำให้รถเสียหายแล้ว บางชิ้นยังอาจทำให้ครอบครัวร้าวฉานได้อีกด้วย
1. ไฟแช็ค
สำหรับสิงห์อมควัน หรือสายแคมป์ปิ้งที่มักจะมีไฟแช็คติดตัวและเผลอวางทิ้งไว้ตรงคอนโซลหน้ารถ ต้องระวังให้ดีเลยครับ เพราะในไฟแช็คมีแก๊สเหลวบรรจุอยู่ใต้แรงดันสูง
เมื่อรถยนต์จอดตากแดดจนอุณหภูมิร้อนจัด แก๊สข้างในจะขยายตัวอย่างรวดเร็วจนเปลือกพลาสติกทนแรงดันไม่ไหวและเกิดการระเบิดขึ้น
แรงระเบิดอาจทำให้กระจกหน้ารถร้าว หรือหากมีประกายไฟไปโดนเบาะหรือวัสดุไวไฟในรถ ก็อาจกลายเป็นอัคคีภัยครั้งใหญ่เผารถคุณทั้งคันได้ง่าย ๆ เลยครับ
2. อุปกรณ์ที่มีแบตเตอรี่
ยุคนี้ใคร ๆ ก็มีอุปกรณ์ไอที ไม่ว่าจะเป็นพาวเวอร์แบงก์ (Power Bank), โทรศัพท์มือถือสำรอง, แท็บเล็ต หรือแม้แต่บุหรี่ไฟฟ้า สิ่งเหล่านี้ขับเคลื่อนด้วยแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน (Lithium-ion) ซึ่งเกลียดความร้อนเป็นที่สุด
- เสี่ยงต่อการลัดวงจร: ความร้อนสะสมจะทำให้สารเคมีภายในแบตเตอรี่เสื่อมสภาพและเกิดปฏิกิริยาเคมีที่ผิดปกติ
- แบตเตอรี่บวมและระเบิด: หากเป็นอุปกรณ์หรือพาวเวอร์แบงก์ที่ไม่ได้มาตรฐาน (ของเลียนแบบราคาถูก) แบตเตอรี่จะบวมขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่งเกิดการลัดวงจร ปล่อยความร้อนสูง และเกิดการระเบิดหรือติดไฟขึ้นมาในที่สุด
3. เจลล้างมือแอลกอฮอล์
ไอเทมยอดฮิตติดรถของทุกคนตั้งแต่ยุคโควิด-19 หลายคนมักจะวางขวดเจลแอลกอฮอล์ไว้ตรงที่วางแก้วกลางรถเพื่อให้หยิบใช้ง่าย แต่รู้หรือไม่ว่า แอลกอฮอล์มีจุดเดือดที่ต่ำมาก เมื่อเจอความร้อนอบอ้าวในรถ แอลกอฮอล์จะค่อย ๆ ระเหยกลายเป็นไอออกไปเรื่อย ๆ
ผลที่ตามมาคือ ความเข้มข้นของแอลกอฮอล์ในเจลจะลดต่ำลงจนไม่เหลือประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อโรคหรือเชื้อไวรัสอีกต่อไป กลายเป็นแค่เนื้อเจลเหนียว ๆ ธรรมดาที่ไร้ประโยชน์ไปโดยปริยาย
4. การบูร
หลายคนชอบซื้อการบูรมาแขวนไว้ในรถเพื่อดับกลิ่นอับและให้กลิ่นหอมสดชื่น แต่ในสภาพรถที่ปิดสนิทและร้อนจัด การบูรจะระเหยกลายเป็นไออย่างรวดเร็วเกินกว่าปกติ
เมื่อเราเปิดประตูขึ้นรถมาแล้วสูดดมกลิ่นการบูรที่เข้มข้นมาก ๆ เข้าไปทันที สารเคมีจากการบูรจะส่งผลกระทบต่อระบบประสาทส่วนกลาง ทำให้เกิดอาการมึนงง เวียนศีรษะ ระคายเคืองตาและระบบทางเดินหายใจ และหากสูดดมสะสมเป็นเวลานานอาจส่งผลเสียต่อตับและไตได้เช่นกันครับ
5. ลิปสติก
มาถึงข้อสุดท้ายที่สาว ๆ (และหนุ่ม ๆ) ต้องสะดุ้ง ลิปสติกเป็นเครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของไขมัน แว็กซ์ และน้ำมันเป็นหลัก แน่นอนว่าหากทิ้งไว้ในรถที่ร้อนจัด ลิปสติกแท่งโปรดราคาแพงระยับจะละลายเยิ้มจนเสียรูปทรงและใช้งานไม่ได้ทันที
แต่ที่เลวร้ายไปกว่าลิปสติกละลาย ก็คือกรณีของลิปสติกปริศนาที่ไม่ใช่ของเจ้าของรถ!
ลองจินตนาการดูสิครับว่า ถ้าคุณแฟนหรือคุณภรรยาขึ้นมาบนรถ แล้วเจอลิปสติกตกอยู่ซอกเบาะ พร้อมคำถามยอดฮิตแฝงความนัยว่า “นี่ลิปสติกใครทิ้งไว้ในรถ?”
ต่อให้คุณจะแก้ตัวตลก ๆ เลียนแบบมุกในอินเทอร์เน็ตว่า “ลิปสติกซื้อมาเซอร์ไพรส์ให้ที่รักนั่นแหละ แต่พอดีฝากคนรู้จักเทสดูเฉย ๆ ว่าสีสวยไหม” บอกเลยว่างานนี้ไม่ได้ระเบิดแค่สิ่งของในรถแน่นอน แต่บ้านของคุณอาจจะบึ้มและหูชาไปหลายวันเลยทีเดียว
เพราะฉะนั้น ก่อนลงจากรถ ตรวจสอบให้ดีว่าไม่มีหลักฐาน… เอ๊ย! ไม่มีสิ่งของแปลกปลอมตกค้างอยู่จะดีที่สุดครับ
ทริคในการดูแลรถเมื่อต้องจอดตากแดด
หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องจอดรถตากแดดจัด ๆ ลองทำตามขั้นตอนเหล่านี้เพื่อความปลอดภัยและยืดอายุการใช้งานของรถยนต์ครับ
- เคลียร์ของอันตราย: นำไฟแช็ค พาวเวอร์แบงก์ โทรศัพท์มือถือ และเครื่องสำอางออกจากรถทุกครั้ง
- ใช้ที่บังแดด: หาที่บังแดดสะท้อนความร้อนมาปิดกระจกหน้าและกระจกหลัง เพื่อช่วยลดอุณหภูมิสะสมบริเวณคอนโซล
- แง้มกระจกเล็กน้อย: หากจอดในที่ปลอดภัยและมีที่ร่มรำไร ให้แง้มกระจกลงประมาณ 1-2 เซนติเมตร เพื่อช่วยระบายให้อากาศร้อนไหลเวียนออกไปได้บ้าง
ความใส่ใจเล็ก ๆ น้อย ๆ ในการเคลียร์สิ่งของออกจากรถก่อนลงจากรถ นอกจากจะช่วยปกป้องทรัพย์สินและรถยนต์คู่ใจของคุณให้ปลอดภัยจากความร้อนแล้ว ยังช่วยปกป้องความสงบสุขในครอบครัวของคุณได้อีกด้วยนะคร้าบบบ

