เคยสงสัยไหมว่า ทำไมมนุษย์เราถึงยอมตกเป็นทาสแมว กันทั่วบ้านทั่วเมือง? ทั้งที่บางครั้งเจ้านายสี่ขาเหล่านี้ก็แสนจะหยิ่งยโส เมินเก่ง แถมยังชอบทำลายข้าวของในบ้าน
แต่เราก็ยังเต็มใจเปย์ทั้งค่าอาหาร ค่าทรายแมว และของเล่นให้อยู่เสมอ คำตอบง่ายๆ ก็คือ เพราะการมีอยู่ของพวกเขามันทำให้เรามีความสุขยังไงล่ะ
แต่นอกเหนือจากความน่ารักปนกวนประสาทแล้ว รู้หรือไม่ว่าการเป็นทาสแมวนั้นมีประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกายและจิตใจของเราอย่างเหลือเชื่อ ซึ่งได้รับการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์มาแล้วด้วยนะ
วันนี้ลุงจะพาไปเจาะลึกข้อดีของการเลี้ยงแมว ที่จะทำให้คุณรักเจ้าเหมียวมากขึ้นไปอีกขั้น
1. เสียงเพอร์ (Purr) มนตรามหัศจรรย์ช่วยเยียวยาร่างกาย
เวลาที่แมวนอนซบบนตักหรือข้างกายเรา แล้วส่งเสียงครางครืดคราดในลำคอเบาๆ ที่เรียกว่าเสียงเพอร์ (Purr) นั่นไม่ใช่แค่สัญลักษณ์ที่บอกว่าพวกเขากำลังฟินเท่านั้น แต่เสียงนี้มีพลังงานบางอย่างซ่อนอยู่
- ช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อและเอ็น: เสียงเพอร์ของแมวจะปล่อยคลื่นความถี่สั่นสะเทือนอยู่ที่ประมาณ 25Hz – 100Hz ซึ่งเป็นช่วงความถี่ทางการแพทย์ที่ได้รับการยอมรับว่าสามารถช่วยลดอาการเกร็ง คลายเอ็น และบรรเทาอาการปวดกล้ามเนื้อของมนุษย์เราได้ดีอย่างไม่น่าเชื่อ
- กระตุ้นการสร้างและฟื้นฟูกระดูก: คลื่นความถี่ในระดับนี้ยังมีส่วนช่วยกระตุ้นความหนาแน่นของกระดูก ช่วยให้กระดูกที่บาดเจ็บฟื้นตัวได้เร็วขึ้น ถือเป็นเครื่องบำบัดธรรมชาติแบบไม่ต้องพึ่งยาเลยทีเดียว
2. เล่นกับแมววันละนิด สยบความเครียด ป้องกันซึมเศร้า
หลังจากเผชิญกับโลกภายนอกและงานที่แสนเหน็ดเหนื่อยมาทั้งวัน การกลับบ้านมาเจอหน้าเจ้าเหมียวคือยาใจที่ดีที่สุด เพียงแค่คุณสละเวลามานั่งเล่น นวดพุง หรือหยอกล้อกับแมววันละ 15 – 30 นาที ร่างกายของคุณจะเกิดการเปลี่ยนแปลงในเชิงบวกทันที
- กระตุ้นการหลั่งสารแห่งความสุข: การสัมผัสและเล่นกับแมวจะช่วยกระตุ้นการหลั่ง เซโรโทนิน (Serotonin) และ โดปามีน (Dopamine) ซึ่งเป็นสารเคมีในสมองที่ช่วยให้อารมณ์ดี ผ่อนคลาย และป้องกันภาวะซึมเศร้า
- ลดฮอร์โมนความเครียด: ในขณะเดียวกัน ร่างกายจะลดการหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอล (ฮอร์โมนเครียด) ส่งผลให้อัตราการเต้นของหัวใจช้าลง และช่วยปรับความดันโลหิตให้กลับมาอยู่ในเกณฑ์ปกติ
3. ยาดีจากธรรมชาติ ช่วยลดความเสี่ยงโรคหัวใจ
การมีแมวอยู่ในบ้านไม่ได้ดีแค่ต่อสภาพจิตใจ แต่ส่งผลดีอย่างเป็นรูปธรรมต่อระบบไหลเวียนโลหิตและหัวใจของคุณด้วย มีงานวิจัยชิ้นสำคัญที่ทำการศึกษาและเก็บข้อมูลยาวนานถึง 13 ปี พบว่า
- ลดความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดสมอง (Stroke): คนที่เลี้ยงแมวมีอัตราการเสียชีวิตจากโรคหัวใจ และโรคหลอดเลือดสมอง น้อยกว่า คนที่ไม่ได้เลี้ยงแมวอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากความเครียดที่สะสมในแต่ละวันถูกบรรเทาลงด้วยความน่ารักของสัตว์เลี้ยงนั่นเอง
4. “ไปดูแมวที่ห้องเราไหม?” มุกจีบสุดฮิตที่ได้ผลลัพธ์เกินคาด
ปิดท้ายด้วยประเด็นชวนอมยิ้มกับประโยคยอดฮิตในโลกโซเชียลอย่าง “มาดูแมวที่ห้องเราไหม?” แม้ว่าปัจจุบันจะยังไม่มีงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์รองรับเกี่ยวกับผลลัพธ์ของประโยคนี้อย่างเป็นทางการ แต่จากสถิติและประสบการณ์จริงของผู้ใช้คำพูดนี้กลับพบข้อมูลที่น่าสนใจว่า
- บางคนก็หายเหงา: เพราะการเปิดโอกาสให้อีกฝ่ายเข้ามาทำความรู้จักผ่านเจ้าเหมียว ช่วยกระชับความสัมพันธ์และทำให้หัวใจกระชุ่มกระชวยขึ้นจริง
- บางคนก็ได้แมวเพิ่ม!: จากตอนแรกตั้งใจจะไปดูแมวเฉยๆ รู้ตัวอีกทีอาจจะโดนตกจนต้องรับเลี้ยงแมวเพิ่มอีกตัว (หรืออาจจะได้แฟนแถมมาเป็นทาสดูแลแมวร่วมกันไปยาวๆ)
เห็นไหมว่าการตกเป็นทาสแมวนั้นไม่ได้มีดีแค่ความน่ารักน่าเอ็นดูเท่านั้น แต่เจ้าเหมียวตัวน้อยยังเป็นเหมือนคุณหมอประจำบ้านที่ช่วยบำบัดทั้งร่างกายและจิตใจให้เราแข็งแรงขึ้นในทุกๆ วัน
ดังนั้น เย็นนี้กลับบ้านไป อย่าลืมเข้าไปกอด ไปหอม และปรนนิบัติพัดวีเจ้านายขนฟูให้เต็มที่ เพื่อเป็นการขอบคุณที่พวกเขาช่วยเยียวยาชีวิตเราให้มีความสุขในทุกวันกัน

