แตงกวา ผักเคียงคู่โต๊ะอาหารไทยที่ไม่ว่าจะกินคู่กับน้ำพริกถ้วยโปรด ใส่ในจานข้าวมันไก่ หรือนำมาทำสลัดจานโปรด ก็ช่วยเพิ่มความสดชื่นฉ่ำน้ำได้เป็นอย่างดี แต่เชื่อว่าหลายๆ คนน่าจะเคยเจอกับประสบการณ์สุดเซ็ง เมื่อกัดแตงกวาเข้าไปคำโตแล้วพบกับรสชาติขมปี๋ จนแทบอยากจะคายทิ้งทันที
รสขมนี้มาจากไหน? แล้วเราจะเลือกแตงกวาอย่างไรให้ได้ลูกที่หวาน กรอบ อร่อย และได้ประโยชน์ต่อสุขภาพแบบเต็มๆ วันนี้ลุงจะพาทุกคนไปไขความลับและเรียนรู้เคล็ดลับดีๆ กันครับ
ทำไมแตงกวาถึงขม?
เคยสงสัยไหมว่าทำไมแตงกวาบางลูกถึงมีรสขม? ความจริงแล้ว รสขมนี้เกิดจากสารเคมีธรรมชาติชนิดหนึ่งที่อยู่ในยางแตงกวา ซึ่งต้นแตงกวาสร้างขึ้นมาเพื่อทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันตัวเองจากแมลงและศัตรูพืชตามธรรมชาตินั่นเอง
โดยสารนี้มักจะสะสมอยู่บริเวณขั้ว เปลือก และปลายผล ซึ่งหากแตงกวาได้รับการดูแลไม่ดี ขาดน้ำ หรือถูกเก็บไว้นานเกินไป รสขมนี้ก็จะมีปริมาณเข้มข้นขึ้นจนเราสังเกตได้ชัดเจนนั่นเอง
ประโยชน์สุดว้าวของแตงกวา
แตงกวาไม่ได้มีดีแค่ความกรอบและสดชื่นเท่านั้น แต่ยังเป็นผักสมุนไพรที่อุดมไปด้วยคุณค่าทางสารอาหารมากมาย จนเราอยากแนะนำให้คุณทานทุกวัน
มีน้ำเป็นส่วนประกอบกว่า 95%: แตงกวาช่วยเติมน้ำให้ร่างกายได้อย่างดีเยี่ยม เหมาะสำหรับทานเพื่อแก้กระหาย ป้องกันภาวะขาดน้ำ และช่วยลดอาการเวียนหัวที่เกิดจากการขาดน้ำหรือสภาพอากาศร้อนจัดได้ดีมาก
อุดมไปด้วยวิตามินและสารอาหารหลายชนิด: โดยเฉพาะวิตามิน K ที่มีสูงถึง 19% ของปริมาณที่ร่างกายต้องการต่อวัน ซึ่งช่วยบำรุงกระดูกและการแข็งตัวของเลือดให้ทำงานได้ปกติ
แคลต่ำ…มิตรแท้ของคนควบคุมน้ำหนัก: แตงกวา 1 ถ้วย ให้พลังงานเพียง 16 Kcal เท่านั้น! จึงเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ สำหรับการนำมาจัดเป็นเมนูคุมน้ำหนัก ทานได้บ่อยแบบไม่ต้องรู้สึกผิด
เมล็ดแตงกวาช่วยลดคอเลสเตอรอล: อย่าเพิ่งคว้านเมล็ดทิ้ง เพราะในเมล็ดแตงกวามีสารอาหารสำคัญที่มีส่วนช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือด
ดีต่อสุขภาพหัวใจ: การทานแตงกวาเป็นประจำช่วยส่งเสริมการทำงานของระบบหลอดเลือดและหัวใจให้แข็งแรงยิ่งขึ้น
เทคนิคเลือกแตงกวาไม่ให้เจอคำว่าขม
เพื่อหลีกเลี่ยงการเจอกับแตงกวารสขมตอนไปจ่ายตลาด ครั้งต่อไปลองนำ 3 เทคนิคการเลือกซื้อนี้ไปใช้ดูนะครับ
เลือกลูกที่สดใหม่เสมอ
จำไว้ว่าแตงกวายิ่งเก็บไว้นาน รสชาติก็จะยิ่งขม ดังนั้นควรเลือกแตงกวาที่ผิวดูตึง ไม่เหี่ยว และขั้วยังดูสดใหม่
เลือกลูกที่อวบอิ่ม
หลีกเลี่ยงแตงกวาที่มีลักษณะลีบเล็ก ผิวแห้งเหี่ยว หรือบิดเบี้ยว เพราะมักจะเป็นผลที่ขาดสารอาหารหรือขาดน้ำในระหว่างการปลูก ซึ่งทำให้มีรสขมได้ง่าย
สังเกตสีสันของเปลือก
ควรเลือกลูกที่มีสีเขียวสวยสม่ำเสมอ หากเจอลูกที่เริ่มเปลี่ยนเป็นสีขาวเยอะๆ แสดงว่าเป็นแตงกวาที่แก่จัดแล้ว ซึ่งนอกจากจะเหนียว เมล็ดแข็ง ยักษ์ใหญ่แล้ว ยังมีโอกาสขมสูงมากอีกด้วย
วิธีแก้เมื่อซื้อแตงกวามาแล้วขม
หากพลาดซื้อแตงกวาที่มีรสขมติดมือกลับบ้านมาแล้ว อย่าเพิ่งโยนทิ้งลงถังขยะให้เสียดายของ เราสามารถกู้ชีพแตงกวาขมๆ ให้กลับมาทานได้ด้วยวิธีเหล่านี้
ตัดหัวตัดท้ายแล้วนำมาถู
ให้ตัดส่วนหัวและส่วนปลายของแตงกวาออกเล็กน้อย จากนั้นนำชิ้นส่วนที่ตัดออกมาถูวนๆ บนรอยตัดของแตงกวาส่วนที่เหลือ ถูไปเรื่อยๆ จนเริ่มเกิดฟองสีขาวหนาๆ
ซึ่งฟองเหล่านั้นคือยางแตงกวาที่เป็นตัวการของความขมนั่นเอง เมื่อฟองออกจนหมดแล้วก็นำไปล้างน้ำสะอาดก่อนนำไปหั่นทานตามปกติ
ถ้าขมมากจนทานไม่ได้ เอาไปทำอย่างอื่นแทน
หากลองใช้วิธีถูแล้วแตงกวายังคงขมจัดจนกลืนไม่ลง แนะนำว่าไม่ต้องฝืนรับประทานค่ะ ให้เปลี่ยนไปใช้ประโยชน์ด้านอื่นแทน เช่น นำมาหั่นบางๆ เพื่อใช้มาร์กหน้าบำรุงผิวพรรณ ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นและลดความเหนื่อยล้าให้ผิวหน้าได้ดีไม่แพ้กันเลยค่ะ
แตงกวาเป็นผักที่ทั้งอร่อยและมีประโยชน์ต่อร่างกายในราคาที่จับต้องได้ เพียงแค่เรารู้จักวิธีการเลือกซื้อที่ถูกต้อง และรู้วิธีกำจัดยางขมๆ ออกอย่างถูกวิธี เราก็จะได้เพลิดเพลินกับความหวานกรอบ ฉ่ำน้ำ และดีต่อสุขภาพในทุกๆ มื้ออาหารแล้วครับ

