วิธีแปรงฟันที่เราทำทุกเช้าและก่อนนอนอยู่ทุกวัน เป็นวิธีแปรงฟันที่ดีที่สุดจริงหรือเปล่า?
หลายคนคุ้นเคยกับการจุ่มแปรงสีฟันให้เปียกก่อนบีบยาสีฟัน แปรงเสร็จแล้วบ้วนน้ำจนปากสะอาดเกลี้ยง แต่รู้หรือไม่ว่าปัจจุบันมีแนวคิดการแปรงฟันหลายรูปแบบ ที่ช่วยดูแลฟันของเราได้แตกต่างกันไป
วันนี้ลุงจะพามาเจาะลึก 3 สูตรการแปรงฟันยอดฮิตอย่าง เปียก/เปียก, แห้ง/เปียก และแห้ง/แห้ง มาดูกันว่าแต่ละแบบมีวิธีการอย่างไร และแบบไหนช่วยลดการเกิดฟันผุ และเหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคุณมากที่สุด
3 สูตรการแปรงฟันยอดนิยม
1. สูตรเปียก/เปียก (Wet/Wet): สูตรคลาสสิกดั้งเดิม
วิธีที่คนส่วนใหญ่คุ้นเคยตั้งแต่เด็ก ๆ ซึ่งเน้นความรู้สึกสะอาดสดชื่น และมีฟองนุ่มละมุนขณะแปรง
- ก่อนแปรง: จุ่มแปรงสีฟันในน้ำให้เปียก ก่อนบีบยาสีฟัน
- หลังแปรง: บ้วนปากด้วยน้ำสะอาดหลาย ๆ ครั้ง จนหมดฟอง
วิธีนี้ควรแปรงฟันให้ทั่วถึงอย่างน้อย 2 นาที แนะนำให้ใช้น้ำยาบ้วนปากร่วมด้วยหลังแปรงฟัน เพื่อช่วยซอกซอนทำความสะอาดในส่วนที่แปรงเข้าไม่ถึง
2. สูตรแห้ง/เปียก (Dry/Wet): ทางสายกลางเพื่อฟลูออไรด์
วิธีนี้เน้นการรักษาฟลูออไรด์ให้อยู่บนผิวฟันได้นานยิ่งขึ้น โดยลดการสัมผัสน้ำในขั้นตอนแรก
- ก่อนแปรง: ไม่จุ่มแปรงสีฟันในน้ำ บีบยาสีฟันลงบนแปรงแห้ง ๆ เลย
- หลังแปรง: บ้วนปากด้วยน้ำสะอาดเพียงเล็กน้อยแค่ครั้งเดียวเท่านั้น
ยิ่งบ้วนน้ำหลังแปรงฟันหลายครั้ง ฟลูออไรด์ที่ควรจะเคลือบและปกป้องฟันของเราก็จะยิ่งถูกชะล้างออกไป การบ้วนน้ำเพียงครั้งเดียวจึงช่วยรักษาฟลูออไรด์ให้เคลือบฟันได้ดีกว่าสูตรแรก
3. สูตรแห้ง/แห้ง (Dry/Dry): สูตรเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด
เทรนด์การแปรงฟันยุคใหม่ที่ทันตแพทย์หลายท่านแนะนำ เพราะเป็นวิธีที่ช่วยลดการเกิดฟันผุได้มีประสิทธิภาพสูงสุด เนื่องจากฟลูออไรด์จะไม่ถูกน้ำเจือจางไปเลย
- ก่อนแปรง: ไม่จุ่มแปรงสีฟันในน้ำ
- หลังแปรง: ไม่บ้วนปากด้วยน้ำเลย แค่ถุยฟองยาสีฟันทิ้ง
สำหรับเด็กเล็กที่ยังบ้วนทิ้งไม่เก่ง พ่อแม่สามารถใช้วิธีนำผ้าสะอาดชุบน้ำ เช็ดฟองออกให้แทนได้ และผู้ใหญ่เองก็ต้องระวังไม่กลืนยาสีฟันลงไป เพื่อป้องกันไม่ให้ร่างกายได้รับปริมาณฟลูออไรด์มากเกินไป
คำแนะนำเพื่อสุขภาพช่องปากที่ดีเยี่ยม
ไม่ว่าคุณจะเลือกแปรงฟันด้วยสูตรไหน เพื่อให้การแปรงฟันมีประสิทธิภาพ และช่วยป้องกันฟันผุได้สูงสุด ควรปฏิบัติตามคำแนะนำเหล่านี้
- กฎ 30 นาที: หลังแปรงฟันเสร็จ ไม่ควรดื่มน้ำหรือรับประทานอาหารใด ๆ เป็นเวลาอย่างน้อย 30 นาที เพื่อปล่อยให้ฟลูออไรด์ทำหน้าที่เคลือบ และฟื้นฟูผิวฟันได้อย่างเต็มที่
- ใส่ใจความสะอาดของอุปกรณ์: หลังใช้งานเสร็จ ควรล้างแปรงสีฟันให้สะอาด สะบัดน้ำออก และเก็บในที่แห้งที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก
- เปลี่ยนแปรงสม่ำเสมอ: ควรเปลี่ยนแปรงสีฟันใหม่ทุก 3 เดือน หรือเปลี่ยนทันทีเมื่อเห็นว่าขนแปรงเริ่มบาน เพื่อประสิทธิภาพการกำจัดคราบพลัคที่ดี
ทั้ง 3 สูตรล้วนมีเป้าหมายในการช่วยลดการเกิดฟันผุ แต่ประสิทธิภาพในการคงอยู่ของฟลูออไรด์จะแตกต่างกันไป หากคุณต้องการปกป้องฟันขั้นสูง สูตรแห้ง/แห้ง หรือแห้ง/เปียก คือคำตอบที่ตอบโจทย์ที่สุด
แต่หากยังไม่ชินกับการไม่บ้วนน้ำ การเลือกสูตรเปียก/เปียก ควบคู่ไปกับการใช้ไหมขัดฟันและน้ำยาบ้วนปาก ก็ยังเป็นวิธีที่ช่วยรักษาสุขภาพช่องปากให้แข็งแรงได้เช่นกัน
ลองเลือกวิธีที่เหมาะกับคุณ แล้วเริ่มเปลี่ยนพฤติกรรมตั้งแต่วันนี้ เพื่อรอยยิ้มที่สวยงาม และฟันที่แข็งแรงไปนาน ๆ ครับ

