แดดเมืองไทยร้อน จนเหมือนซ้อมตกนรก เดินไปข้างนอกไม่กี่นาที รู้ตัวอีกทีผิวก็เปลี่ยนสี แถมยังมีอาการผิวไหม้แดด (Sunburn) ยิ่งช่วงที่ค่า UV Index พุ่งสูงทะลุหลอด ก็แทบไม่มีใครรอดจากการโดนแดดทำร้าย
วันนี้ลุงจะพาทุกคนมาเช็กอาการว่า ผิวที่โดนแดดแผดเผาของคุณตอนนี้ชำรุดอยู่เลเวลไหน พร้อมวิธีการกู้ผิวพังให้กลับมาสวยใส สุขภาพดีแบบเร่งด่วน
เช็กด่วนว่าผิวของคุณไหม้แดดเลเวลไหน?
มาประเมินก่อนว่าผิวของเราได้รับความเสียหายแค่ไหน เพื่อจะได้เลือกวิธีดูแลรักษาได้อย่างตรงจุด โดยสามารถแบ่งระดับความรุนแรงของผิวไหม้แดดออกเป็น 3 เลเวล ดังนี้
Lv. 1: ผิวแดงคล้ำ (แสบเบาๆ พอหยิกๆ)
เลเวลนี้ถือเป็นระดับเริ่มต้นที่เป็นกันบ่อยสุด ผิวจะมีลักษณะแดงคล้ำขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากเม็ดสีเมลานินทำงานหนัก และอาจจะรู้สึกแสบผิวเล็กน้อยเวลาเสื้อผ้าเสียดสี ผิวเลเวลนี้จะใช้เวลาฟื้นตัวเพียงแค่ 3-5 วัน ก็จะค่อยๆ ดีขึ้น และกลับมาเป็นปกติได้เอง
Lv. 2: ผิวบวมแดง (แตะทีมีสะดุ้ง!)
ผิวเลเวลนี้ไม่ใช่แค่เปลี่ยนสีธรรมดา แต่จะเริ่มมีอาการบวมแดงร่วมด้วย และจะรู้สึกแสบจี๊ดๆ ทุกครั้งที่ไปสัมผัสโดน สำหรับใครที่อยู่เลเวลนี้ ต้องใจเย็น และให้เวลาร่างกายหน่อย เพราะผิวต้องใช้เวลาซ่อมแซมตัวเองประมาณ 1 สัปดาห์เต็มๆ อาการบวมแดงถึงจะค่อยๆ บรรเทาลง
Lv. 3: ผิวแดงมากจนลอก (แสบร้อนขั้นสุด)
เลเวลสุดโหดที่ไม่มีใครอยากเจอ ผิวจะมีสีแดงจัด แสบร้อนทรมานมากแม้จะอยู่เฉยๆ และหลังจากนั้นไม่กี่วัน ผิวจะเริ่มแห้งและลอกออกมาเป็นแผ่นๆ ผิวเลเวลนี้ได้รับความเสียหายลึกถึงชั้นหนังแท้อย่างรุนแรง จึงต้องใช้เวลาเยียวยา และฟื้นฟูอย่างน้อย 2 สัปดาห์ ขึ้นไป ผิวจึงจะกลับมาแข็งแรงเหมือนเดิม
3 ขั้นตอนฟื้นฟูผิวหลังโดนแดดเผา
ไม่ว่าผิวของคุณกำลังเผชิญกับความพังในเลเวลไหน หากทำตาม 3 ขั้นตอนกู้ผิวนี้อย่างเคร่งครัด รับรองว่าจะช่วยบรรเทาอาการแสบร้อน และเร่งให้ผิวกลับมาเนียนนุ่มแข็งแรงได้เร็วขึ้นแน่นอน
1. ปรับผิวให้เย็นลง
เมื่อผิวเพิ่งโดนแดดเผามาใหม่ๆ ผิวจะสะสมความร้อนไว้สูงมาก สิ่งแรกที่ต้องทำทันทีเมื่อกลับเข้าที่ร่มคือ การลดอุณหภูมิผิวหนัง
- อาบน้ำเย็น หลีกเลี่ยงการใช้น้ำอุ่นเด็ดขาด ให้ใช้น้ำเย็นหรือน้ำอุณหภูมิห้องเพื่อช่วยปลอบประโลมผิว และลดการอักเสบ
- ประคบเย็น ใช้ผ้าขนหนูสะอาดชุบน้ำเย็นจัด บิดหมาดๆ แล้วนำมาประคบเบาๆ บริเวณผิวที่ไหม้แดด ทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที ทำซ้ำบ่อยๆ เพื่อดึงความร้อนออกจากผิว
2. เติมความชุ่มชื้นขั้นสุด
ผิวไหม้แดดจะสูญเสียน้ำไปอย่างมหาศาล ทำให้เซลล์ผิวแห้งและลอกเป็นขุย เราจึงต้องเติมน้ำกลับคืนสู่ผิวทั้งจากภายในและภายนอก
- ดื่มน้ำเยอะๆ ร่างกายที่โดนแดดเผาจะอยู่ในภาวะขาดน้ำ การดื่มน้ำสะอาดวันละ 2-3 ลิตร จะช่วยทดแทนน้ำที่สูญเสียไป และช่วยให้ระบบหมุนเวียนเลือดนำสารอาหารมาซ่อมแซมผิวได้ดีขึ้น
- ทาเจลว่านหางจระเข้ หรือมอยส์เจอไรเซอร์ เลือกใช้เจลว่านหางจระเข้สูตรอ่อนโยน แนะนำให้แช่เย็นก่อนทา เพื่อความฟิน หรือใช้มอยส์เจอไรเซอร์ที่ไม่มีส่วนผสมของน้ำหอม แอลกอฮอล์ และพาราเบน เพื่อเคลือบผิว และกักเก็บความชุ่มชื้น ลดอาการหลุดลอกของผิว
3. ปกป้องผิวจากแสงแดด
ช่วงที่ผิวอ่อนแอ และกำลังสร้างเซลล์ผิวใหม่ ผิวจะไวต่อแดดมากเป็นพิเศษ จึงต้องปกป้องผิวให้ดีที่สุดจนกว่าจะหายดี
- ทาครีมกันแดดทุกวัน แม้จะอยู่ในบ้านก็ตาม และหากจำเป็นต้องออกไปข้างนอก ควรเลือกครีมกันแดดสูตรอ่อนโยนสำหรับผิวแพ้ง่าย ที่มีค่า SPF 50+ และ PA++++
- กางเกราะป้องกันรังสี UV เลี่ยงการเจอแดดโดยตรง หากเลี่ยงไม่ได้ ควรกางร่มที่เคลือบสารกัน UV สวมหมวกปีกกว้าง หรือใส่เสื้อแขนยาวเนื้อผ้าบางเบา เพื่อช่วยกำบังแสงแดดอีกแรง
สัญญาณเตือน แบบไหนที่ต้องรีบพบแพทย์
แม้ว่าผิวไหม้แดดส่วนใหญ่จะสามารถดูแลรักษาเองได้ที่บ้าน แต่ถ้าหากคุณสังเกตเห็นอาการรุนแรงเหล่านี้ให้รีบพบแพทย์
- รู้สึกเจ็บปวดทรมานอย่างรุนแรง จนไม่สามารถนอนหลับหรือใช้ชีวิตประจำวันได้
- ผิวเริ่มพุพอง เป็นตุ่มน้ำใสๆ ขนาดใหญ่ และกระจายตัวเป็นวงกว้าง
- มีไข้ขึ้นสูง หนาวสั่น ปวดศีรษะ วิงเวียนคล้ายจะเป็นลม หรือมีอาการคลื่นไส้อาเจียน
อาการเหล่านี้เป็นสัญญาณบอกว่าผิวหนังอักเสบขั้นรุนแรง หรือร่างกายอาจเกิดภาวะเพลียแดด (Heat Exhaustion) และติดเชื้อแทรกซ้อน ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อทำการรักษาอย่างถูกต้องทันที
ห้ามเจาะตุ่มน้ำ หรือแกะผิวหนังที่ลอกด้วยตัวเองเด็ดขาด เพราะอาจทำให้ผิวอักเสบติดเชื้อลุกลามได้
แดดเมืองไทยโหดร้ายกว่าที่คิด อย่าปล่อยให้อาการผิวไหม้แดดมาทำลายความมั่นใจ และทำร้ายสุขภาพผิวของเรานะครับ รู้แบบนี้แล้ว หากวันไหนที่ต้องออกไปลุยแดดจัดๆ อย่าลืมเตรียมตัวให้พร้อม
และหากผิวพังขึ้นมา ให้นำวิธีฟื้นฟูผิวทั้ง 3 ขั้นตอนนี้ไปปรับใช้นะครับ ดูแลผิวตั้งแต่วันนี้ เพื่อให้ผิวสวยๆ อยู่คู่กับเราไปนานๆ

