รับมือไมเกรน! เปิดสาเหตุ สิ่งกระตุ้น และ 3 ตัวช่วยบรรเทาอาการปวดให้ได้ผลทันตา

ตัวช่วยแก้ปวดไมเกรน.jpg

เคยไหม? กำลังทำงานเพลิน ๆ หรือกำลังจะออกไปใช้ชีวิตวันหยุดอย่างมีความสุข แต่จู่ ๆ ก็รู้สึกปวดหัวตุบ ๆ ขึ้นมาอย่างรุนแรง จนแทบลืมตาไม่ขึ้น

อาการปวดหัวข้างเดียวที่มาพร้อมกับความรู้สึกทรมานนี้แหละครับ ที่ใครหลายคนรู้จักกันดีในชื่อ ไมเกรน วายร้ายที่คอยทำลายวันดี ๆ ของเรา

โรคไมเกรนไม่ได้เป็นแค่เรื่องของอาการปวดหัวธรรมดา ที่กินยาพาราเซตามอลแล้วจะหายไปง่าย ๆ แต่มันส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน และประสิทธิภาพในการทำงานอย่างมาก

วันนี้ลุงจะพาทุกคนไปเจาะลึกถึงสาเหตุที่แท้จริง อาการเตือนที่ต้องระวัง สิ่งกระตุ้นที่ควรหลีกเลี่ยง และตัวช่วยบรรเทาอาการปวดไมเกรนให้คุณกลับมาสดใสได้อีกครั้งครับ


ไมเกรนเกิดขึ้นได้อย่างไร?

หลายคนอาจยังไม่รู้ว่า ที่จริงแล้วอาการปวดไมเกรนมีกลไกการเกิดที่ซับซ้อน หลัก ๆ มักเกิดจากการที่เส้นเลือดในสมองเกิดการขยายตัว และมีการอักเสบขึ้น ส่งผลให้เส้นประสาทรอบ ๆ ถูกกระตุ้น และส่งสัญญาณความเจ็บปวดไปยังสมองอย่างต่อเนื่อง

อาการแบบไหนที่บอกว่าคุณกำลังเป็นไมเกรน?

อาการของไมเกรนมีความจำเพาะเจาะจง แตกต่างจากการปวดหัวจากความเครียดทั่วไป จุดสังเกตหลัก ๆ มีดังนี้ครับ

  • มักปวดตุบ ๆ ข้างเดียว หรือสองข้าง: อาการปวดจะเป็นจังหวะคล้ายเสียงหัวใจเต้น มักเริ่มปวดจากข้างเดียวก่อน แล้วอาจลามไปทั้งสองข้างได้
  • ปวดลึกรอบกระบอกตา: บ่อยครั้งที่อาการปวดจะกระจุกตัวอยู่บริเวณเบ้าตาหรือขมับ
  • มีอาการทางสายตา: บางคนอาจรู้สึกตาพร่ามัว หรือเห็นแสงกระพริบคล้ายแสงแฟลช ก่อนที่อาการปวดหัวจะตามมา
  • อาการร่วมอื่น ๆ: เมื่ออาการรุนแรงขึ้น อาจมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน และไวต่อสิ่งเร้าภายนอก เช่น แสงและเสียง เป็นพิเศษ

5 สิ่งกระตุ้นที่คนเป็นไมเกรนต้องเลี่ยง

การป้องกันย่อมดีกว่าการรักษา หากเราทราบว่าอะไรคือตัวการที่ทำให้ไมเกรนกำเริบ เราจะสามารถหลีกเลี่ยงได้ทัน โดยสิ่งกระตุ้นที่พบได้บ่อย ได้แก่

  • ความเครียดสะสม: ความเครียดจากการทำงาน หรือการใช้ชีวิต เป็นตัวการอันดับหนึ่งที่ทำให้สารเคมีในสมองแปรปรวน
  • นอนน้อย พักผ่อนไม่พอ: การนอนดึก นอนไม่เป็นเวลา หรือนอนน้อยเกินไป ทำให้ร่างกายและสมองไม่ได้ฟื้นฟูตัวเอง
  • ฝุ่นละออง PM 2.5: มลพิษทางอากาศไม่เพียงแต่ทำร้ายระบบทางเดินหายใจ แต่ยังกระตุ้นการอักเสบของเส้นเลือดในสมองอีกด้วย
  • การอดอาหาร: การกินข้าวไม่ตรงเวลา ทำให้น้ำตาลในเลือดตก ซึ่งเป็นสิ่งกระตุ้นให้เกิดอาการปวดหัวเฉียบพลัน
  • กลิ่นที่แพ้หรือกลิ่นฉุน: ไม่ว่าจะเป็นกลิ่นน้ำหอมเข้ม ๆ กลิ่นควันบุหรี่ หรือกลิ่นสารเคมี ก็สามารถกระตุ้นระบบประสาทจนเกิดอาการปวดได้ทันที

3 ตัวช่วยลดปวดไมเกรน ทำง่ายและได้ผล

เมื่ออาการไมเกรนมาเยือน และยังไม่อยากพึ่งยาแก้ปวด ลองใช้ 3 ตัวช่วยธรรมชาตินี้ ในการบรรเทาอาการเบื้องต้นดูครับ

1. หลบเข้าความมืดและเงียบสงบ

ขณะที่ไมเกรนกำเริบ ระบบประสาทจะไวต่อสิ่งเร้าเป็นพิเศษ แสงสว่างจ้าและเสียงดังรบกวนจึงเป็นตัวกระตุ้นที่ทำให้ปวดหัวหนักขึ้น การพาตัวเองไปอยู่ในห้องที่ปิดไฟมืดและเงียบสนิท จะช่วยลดการทำงานของสมอง และช่วยให้ระบบประสาทได้พักผ่อนอย่างเต็มที่

2. ดื่มคาเฟอีนในปริมาณที่เหมาะสม

การดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน เช่น กาแฟดำ หรือชาอุ่น ๆ ในปริมาณเพียงเล็กน้อย สามารถช่วยบรรเทาอาการปวดได้ เนื่องจากคาเฟอีนมีฤทธิ์ช่วยหดหลอดเลือดที่กำลังขยายตัว และอักเสบในสมองให้กลับสู่ภาวะปกติ อย่างไรก็ตาม ควรดื่มแต่พอดี เพราะหากดื่มมากเกินไป อาจส่งผลเสียต่อการนอนหลับได้ครับ

3. ประคบร้อน หรืออาบน้ำอุ่น

ความร้อนมีคุณสมบัติในการช่วยให้กล้ามเนื้อบริเวณบ่า คอ และหนังศีรษะที่ตึงเกร็งเกิดการผ่อนคลาย การใช้กระเป๋าน้ำร้อนประคบเบา ๆ บริเวณท้ายทอย หรือการอาบน้ำอุ่น/แช่น้ำอุ่น จะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือด และบรรเทาความตึงเครียดของร่างกายได้อย่างดี


เมื่อไหร่ที่ควรไปพบแพทย์?

แม้ตัวช่วยข้างต้นจะช่วยบรรเทาอาการปวดในระดับเบื้องต้นได้ แต่หากลองทำตามทุกวิธีแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น หรือรู้สึกปวดหัวรุนแรงเฉียบพลันแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน รวมถึงมีอาการร่วมอื่น ๆ เช่น ปากเบี้ยว แขนขาอ่อนแรง หรือพูดไม่ชัด การเข้าพบแพทย์เฉพาะทาง เพื่อวินิจฉัยและรับการรักษาอย่างถูกต้องคือทางออกที่ดีที่สุดครับ

อย่าปล่อยให้ไมเกรนมาขโมยความสุข และเวลาในชีวิตของคุณไป หมั่นสังเกตตัวเอง หลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้น และดูแลสุขภาพกายและใจให้แข็งแรงอยู่เสมอนะครับ