ใครจะไปเชื่อว่าจากอาหารหอมหวนอันแสนอร่อยที่เรากินเข้าไปทางปากนั้น จะกลายเป็นกลิ่นเหม็นที่ชวนขนลุกออกมาทางตูดซึ่งสร้างความอับอายให้เรา
ถึงแม้ว่า “ตด หรือ การผายลม” จะสร้างความไม่มั่นใจให้เราเมื่ออยู่กับคนอื่น แต่ตดนั้นก็มีประโยชน์นะ เพราะมันสามารถบ่งบอกถึงปัญหาสุขภาพล้ำไส้ของเราได้อย่างไม่น่าเชื่อ
รู้มั้ยทำไมเราถึงตด?
การที่เราตดนั้นเป็นกระบวนการปกติของร่างกาย มนุษย์ทุกคนล้วนต้องตดเพื่อระบายแก๊สจากการย่อยอาหาร แต่ถ้าใครที่ตดมากๆ อาจเกิดจากแก๊สสะสมในกระบวนการย่อยอาหารที่มากเกินไป โดยการกินอาหารที่มีแก๊สมาก เช่น เครื่องดื่มน้ำอัดลม พืชตระกูลถั่ว หรืออาหารพวกแป้งที่มีคาร์โบไฮเดรตสูง
รวมถึงพฤติกรรมในชีวิตประจำวันที่ทำให้เกิดการสะสมแก๊สจนเราเผลอตดออกมาบ่อยๆ เช่น การหายใจ เคี้ยวหมากฝรั่ง อมลูกอม ใช้หลอดดื่มน้ำ สูบบุหรี่ หรือแม้แต่การกินอาหารเร็วเกินไป
แล้วตดบอกอะไรได้บ้าง?
ความมหัศจรรย์ของร่างกายเรานั้นมีอยู่ในทุกๆที่ โดยมันสอดประสานกันอย่างเป็นระบบ ขนาดที่ “ลมตด” ยังสามารถสามารถบ่งบอกสุขภาพภายในของสำไส้ได้ด้วยนะ งั้นมาลองมาเช็กดูว่าคุณตดแบบไหนกันบ้าง?
กลิ่นของตด
กลิ่นของตดเกิดจากแก๊สที่มีกลิ่นจากการหมักหมมของอาหารในลำไส้ ถึงแม้ว่าในตดมีแก๊สที่มีกลิ่นเพียง 1-2% เท่านั้นแต่มันก็เพียงพอที่จะสร้างกลิ่นที่สยองออกมาได้
ดังนั้นกลิ่นตดจะแรงไม่แรงนั้นจึงขึ้นอยู่กับอาหารที่เรากินเข้าไป โดยเฉพาะถ้าหากเรากินอาหารจำพวกโปรตีนสูงพวกเนื้อสัตว์ ไข่ หรือพืชตระกูลถั่ว และผักที่มีเส้นใยสูงและมีกลิ่นที่แรงเช่น คะน้า กะหล่ำปลี ก็ทำให้เราตดเหม็นได้
แล้วตดของคุณมีกลิ่นแบบไหนลองมาเช็กดูกัน!
ตดไร้กลิ่น: เกิดจากการได้รับโปรตีนน้อย
ตดมีกลิ่น: เกิดจากการทานอาหารที่มีโปรตีนและผักที่มีกลิ่นแรงมาก
ตดมีกลิ่นแรงมากผิดปกติ: อาจเกิดจากลำไส้มีการติดเชื้อแบคทีเรีย
ความถี่ของตด
โดยธรรมชาติคนเราจะตดเฉลี่ยวันละ 10-20 ครั้ง อาจจะดูเหมือนมันมากเกินไป แต่เราตดแบบนั้นจริงๆ เพราะลุงนับดูแล้วแค่ตอนอึก็ลั่นไปแล้ว 4 ครั้งได้ (555)
เพราะฉะนั้นถ้าตดมากกว่าหรือน้อยกว่านี้แสดงว่าร่างกายของเรากำลังผิดปกติ ควรปรับการกินอาหารและไปพบแพทย์เพื่อป้องกันการท้องอืด หรือปัญหาที่ตามมา
มาลองเช็กระดับความถี่กับตดของคุณกันดูสิ!
- ตดน้อย ตดน้อยกว่า 10 ครั้งต่อวัน เสี่ยงโรคลำไส้อุดตัน
- ตดปกติ ตด 10-20 ครั้งต่อวัน ถือว่าปกติ
- ตดมาก ตดมากกว่า 20 ครั้งต่อวัน เสี่ยงโรคทางเดินอาหาร
เสียงของตด
เสียงของตดเกิดจากการเกร็งของกล้ามเนื้อหูรูดและความดันในลำไส้ใหญ่ ถ้ากล้ามเนื้อหูรูดไม่ค่อยกระชับและความดันภายในลำไส้ใหญ่มีน้อย ตดก็จะเบา แต่ถ้ากล้ามเนื้อหูรูดบีบตัวแน่นและแรงดันภายในลำไส้ใหญ่สูง (การเบ่ง) ตดก็จะมีเสียงที่ดังกังวาล
ตดไร้เสียง เกิดจากกล้ามเนื้อหูรูดไม่กระชับทำให้บีบตัวได้น้อย แรงดันในลำไส้จึงมีไม่มาก บอกเลยว่าเห็นเสียงเงียบๆ ฟาดเรียบนะจ้ะ
ตดมีเสียง เกิดจากกล้ามเนื้อหูรูดบีบตัวมาก แรงดันในลำไส้จึงมีมาก ตดแบบนี้เป็นพวกดีแต่เสียง มักไม่ค่อยมีกลิ่น
แต่ถ้าใครตดแล้วมีเนื้อ นั่นคงเป็น “อึ” ไม่ใช่ตดแล้วแหละ เพราะตดมีสถานะเป็นแก๊สล้วน ๆ 100% ไม่มีส่วนผสมของของเหลว หรือของแข็งใดๆ ทั้งสิ้น
ขนาดตดยังมีสถานะแล้วความสัมพันธ์ของเราเรียกว่าสถานะอะไร…(ร้องไห้)
ใครที่มีเนื้อติดมาด้วยลุงขอแนะนำให้ควรรีบไปเข้าห้องน้ำนะจ้ะ มาถึงตรงนี้เรื่องของตดก็ดูจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ไปซะแล้ว แต่ไม่ต้องกังวลอะไรให้มากมาย เดี๋ยวจะเครียดแล้วตดหนักขึ้นไปอีกนะ
สุดท้ายก็แล้วแต่ระบบภายในของแต่ละคน เพราะอาหารและพฤติกรรมที่เหมือนกันอาจจะส่งผลที่ต่างกันได้ บางคนเกิดแก๊สมาก บางคนเกิดแก๊สน้อย ทางที่ดีที่สุดคือควรตดอย่างสุภาพ ไม่ควรตดต้นลม หรือตดแล้วให้ใครดมเพราะกลิ่นตดไม่ใช่เรื่องตลก เชื่อลุงเถอะ ลุงดมมาแล้ว…

