หลายคนบ่นว่าท้องไส้ไม่ค่อยดี ปวดท้องบ่อยๆ บางวันถ่ายเหลว บางวันท้องผูก จนใช้ชีวิตไม่ค่อยมีความสุข ลุงเห็นแล้วเป็นห่วงเหลือเกิน เพราะอาการท้องไส้ปั่นป่วนพวกนี้ เป็นสัญญาณเตือนจากร่างกายที่ไม่ควรมองข้ามครับ
หลายคนมักสับสนเวลาปวดท้องบ่อยๆ ว่ากำลังเจอกับโรคอะไรกันแน่ ระหว่างลำไส้อักเสบเรื้อรัง (IBD) หรือลำไส้แปรปรวน (IBS) ซึ่งทั้งสองโรคนี้ชื่อคล้ายกันมาก แต่ความรุนแรงและวิธีดูแลตัวเองต่างกันอย่างสิ้นเชิงครับ
วันนี้ลุงจะมาเล่าให้ฟังแบบเข้าใจง่าย ว่าเรากำลังเจอกับตัวไหนอยู่ จะได้ดูแลตัวเองได้อย่างถูกต้องครับ
ลำไส้อักเสบเรื้อรัง (IBD)
ตัวร้ายที่ทำให้ลำไส้เป็นแผล
มาเริ่มกันที่โรคแรกกันครับ ลำไส้อักเสบเรื้อรัง หรือที่เราเรียกสั้นๆ ว่า IBD โรคนี้ค่อนข้างจริงจังทีเดียว เพราะมันหมายถึงผนังลำไส้เกิดการอักเสบ จนเป็นแผลลึกข้างในครับ
อาการของลำไส้อักเสบเรื้อรัง
- ท้องเสียบ่อยๆ ร่วมกับปวดท้องรุนแรง และรู้สึกอ่อนเพลีย
- มีไข้ และบางครั้งอาจมีมูกเลือดปนออกมากับอุจจาระ ซึ่งเป็นสัญญาณของแผลในลำไส้
- มีอาการเป็นๆ หายๆ นานต่อเนื่องหลายเดือนหรือเป็นปี
สาเหตุและการดูแลตัวเอง
สาเหตุหลักของโรคนี้มักเกิดจากการทำงานผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย วิธีดูแลตัวเองที่ดีที่สุดคือการไปพบแพทย์เพื่อรับการรักษาอย่างถูกต้องและตรงจุด หลีกเลี่ยงอาหารที่เข้าไปกระตุ้นทำให้อาการแย่ลง และใส่ใจสุขอนามัยในทุกมื้ออาหารนะครับ
ลำไส้แปรปรวน (IBS)
ตัวป่วนที่ไม่มีแผล แต่กวนใจ
มาดูอีกโรคที่เจอกันบ่อยมาก นั่นคือลำไส้แปรปรวน หรือ IBS ครับ โรคนี้ต่างจากโรคแรกตรงที่พอลองไปตรวจดู จะไม่พบอาการอักเสบ และไม่มีแผลในลำไส้เลย แต่เป็นเพราะระบบการทำงานของลำไส้ทำงานผิดปกติไปเองครับ
อาการของลำไส้แปรปรวน
- ท้องเสีย ท้องผูก หรือบางครั้งก็ท้องเสียสลับกับท้องผูกบ่อยๆ
- มักมีอาการปวดท้องร่วมด้วยเป็นประจำ
- มีอาการเป็นๆ หายๆ ต่อเนื่องกันนานมากกว่า 3 เดือนขึ้นไป
สาเหตุและการดูแลตัวเอง
สาเหตุหลักของลำไส้แปรปรวนมักเกี่ยวข้องกับความเครียดสะสม หรือในบางรายอาจเคยมีการติดเชื้อในระบบทางเดินอาหารมาก่อน วิธีรับมือจะต้องเน้นการปรับพฤติกรรมในชีวิตประจำวันเป็นหลักครับ
- ลดการกินอาหารที่ทำให้เกิดแก๊สในกระเพาะ เช่น ข้าวสาลี ถั่ว และนมวัว
- หมั่นหากิจกรรมผ่อนคลายทำ เพื่อช่วยจัดการและลดความเครียดสะสม
สังเกตตัวเองอย่างไรดี
เพื่อให้เข้าใจและจำง่ายขึ้น ลุงขอสรุปความต่างให้ฟังตรงนี้ครับ ถ้ามีอาการท้องเสียบ่อย มีไข้ อ่อนเพลีย และถ่ายมีมูกเลือดปน อันนี้มีโอกาสสูงที่จะเป็นลำไส้อักเสบเรื้อรัง ซึ่งต้องรีบไปหาหมอ
แต่ถ้าปวดท้อง ท้องผูกสลับท้องเสียบ่อยๆ โดยไม่มีไข้ ไม่มีเลือดปน แต่อาการมักจะกำเริบตอนเครียดๆ อันนี้เข้าข่ายลำไส้แปรปรวนครับ
ไม่ว่าจะเผชิญกับโรคไหน การดูแลเรื่องอาหารการกิน และการพักผ่อนให้เพียงพอเป็นสิ่งสำคัญที่สุดครับ ลุงอยากให้ทุกคนใส่ใจสุขภาพท้องของตัวเอง ทานอาหารที่ย่อยง่ายและสะอาด และอย่าลืมยิ้มแย้มแจ่มใสในทุกๆ วันนะครับ

