<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Nutrition - Jones' Salad Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.jonessalad.com/category/nutrition/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.jonessalad.com</link>
	<description>ยินดีต้อนรับสู่ โจนส์สลัด ร้านสลัดที่จะทำให้ผักสดกลายเป็นเมนูแสนอร่อย</description>
	<lastBuildDate>Wed, 05 Aug 2026 10:55:50 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.0.2</generator>

<image>
	<url>https://www.jonessalad.com/wp-content/uploads/2024/02/cropped-Logo-WEB-1-32x32.png</url>
	<title>Nutrition - Jones' Salad Thailand</title>
	<link>https://www.jonessalad.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ดราม่ารายวันทำสมองล้า? ชุบชีวิตร่างกายและจิตใจด้วย &#8220;ขมิ้นชัน&#8221; สมุนไพรสีเหลืองทองสุดมหัศจรรย์</title>
		<link>https://www.jonessalad.com/%e0%b8%94%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b2-%e0%b8%8a%e0%b8%b8%e0%b8%9a%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%88%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b9%83%e0%b8%88%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2-%e0%b8%82%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%8a%e0%b8%b1%e0%b8%99-%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b8%a8%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a2%e0%b9%8c/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=%25e0%25b8%2594%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%25a1%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%25a2%25e0%25b8%25a7%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%2597%25e0%25b8%25b3%25e0%25b8%25aa%25e0%25b8%25a1%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%2587%25e0%25b8%25a5%25e0%25b9%2589%25e0%25b8%25b2-%25e0%25b8%258a%25e0%25b8%25b8%25e0%25b8%259a%25e0%25b8%258a%25e0%25b8%25b5%25e0%25b8%25a7%25e0%25b8%25b4%25e0%25b8%2595%25e0%25b8%25a3%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%2587%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%25a2%25e0%25b9%2581%25e0%25b8%25a5%25e0%25b8%25b0%25e0%25b8%2588%25e0%25b8%25b4%25e0%25b8%2595%25e0%25b9%2583%25e0%25b8%2588%25e0%25b8%2594%25e0%25b9%2589%25e0%25b8%25a7%25e0%25b8%25a2-%25e0%25b8%2582%25e0%25b8%25a1%25e0%25b8%25b4%25e0%25b9%2589%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%258a%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%2599-%25e0%25b8%25aa%25e0%25b8%25a1%25e0%25b8%25b8%25e0%25b8%2599%25e0%25b9%2584%25e0%25b8%259e%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25aa%25e0%25b8%25b5%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%25ab%25e0%25b8%25a5%25e0%25b8%25b7%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%2587%25e0%25b8%2597%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%2587%25e0%25b8%25aa%25e0%25b8%25b8%25e0%25b8%2594%25e0%25b8%25a1%25e0%25b8%25ab%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%25a8%25e0%25b8%2588%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25a2%25e0%25b9%258c</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 05 Aug 2026 10:42:53 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Nutrition]]></category>
		<category><![CDATA[สมุนไพร]]></category>
		<category><![CDATA[สารอาหาร]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.jonessalad.com/?p=9777</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในยุคที่เราต้องเผชิญหน้ากับเรื่องราวชวนปวดหัวและดราม่ารอบตัวได้ทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงาน เรื่องส่วนตัว หรือแม้แต่การไถฟีดโซเชียลมีเดีย ความเครียดสะสมเหล่านี้ไม่ได้ทำร้ายแค่จิตใจเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบโดยตรงต่อร่างกายและสมองของเราอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ จนหลายคนเริ่มมีอาการสมองล้า ร่างกายอ่อนเพลีย และอารมณ์ดิ่งลงแบบไม่รู้ตัว หากคุณกำลังมองหาตัวช่วยธรรมชาติที่จะมาช่วยดูแลและฟื้นฟูร่างกายในวันแสนล้า วันนี้ลุงขอแนะนำ &#8220;ขมิ้นชัน&#8221; สมุนไพรไทยหาง่ายใกล้ตัว ที่มีสรรพคุณล้นเหลือเกินตัว จนได้รับความสนใจจากงานวิจัยทั่วโลก มาดูกันว่าสมุนไพรสีเหลืองทองชนิดนี้จะช่วยเยียวยาเราจากดราม่ารายวันได้อย่างไรบ้าง ทำความรู้จัก &#8220;สารเคอร์คิวมิน&#8221; ฮีโร่ตัวจริงในขมิ้นชัน เบื้องหลังความมหัศจรรย์ของขมิ้นชันอยู่ที่สารสำคัญสีเหลืองส้มที่ชื่อว่า &#8220;สารเคอร์คิวมิน&#8221; (Curcumin) ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระประสิทธิภาพสูง มีฤทธิ์ต้านการอักเสบในระดับเซลล์ ซึ่งได้รับการยอมรับจากงานวิจัยทางการแพทย์มากมายว่าเป็นกุญแจสำคัญในการฟื้นฟูระบบต่าง ๆ ของร่างกายให้กลับมาทำงานได้อย่างสมดุล 4 คุณประโยชน์สุดปังของขมิ้นชัน ยิ่งกิน ยิ่งดีต่อใจและร่างกาย 1. ป้องกันอัลไซเมอร์และสมองเสื่อม เมื่อเราเผชิญกับความเครียดและการพักผ่อนที่ไม่เพียงพอ ร่างกายจะเกิดกระบวนการอักเสบภายในสมอง ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เซลล์สมองเสื่อมลงจนอาจนำไปสู่โรคอัลไซเมอร์ได้ สารเคอร์คิวมินในขมิ้นชันจะทำหน้าที่เข้าไปลดกระบวนการอักเสบนี้ พร้อมทั้งช่วยกระตุ้นการทำงานของสมอง ช่วยให้ความจำดีขึ้น และปกป้องสมองจากการเสื่อมสภาพตามวัย 2. ป้องกันโรคซึมเศร้าและปรับอารมณ์ให้จอย ๆ เจอเรื่องดราม่าบ่อย ๆ จนอารมณ์ดิ่งใช่ไหม? ขมิ้นชันช่วยได้! เพราะมีงานวิจัยพบว่าสารเคอร์คิวมินสามารถช่วยเพิ่มระดับสารสื่อประสาทในสมอง 2 ชนิดหลัก ๆ ได้แก่ &#8220;เซโรโทนิน&#8221; (Serotonin) สารแห่งความสุขที่ช่วยควบคุมอารมณ์...</p>
<p>The post <a href="https://www.jonessalad.com/%e0%b8%94%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b2-%e0%b8%8a%e0%b8%b8%e0%b8%9a%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%88%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b9%83%e0%b8%88%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2-%e0%b8%82%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%8a%e0%b8%b1%e0%b8%99-%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b8%a8%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a2%e0%b9%8c/">ดราม่ารายวันทำสมองล้า? ชุบชีวิตร่างกายและจิตใจด้วย “ขมิ้นชัน” สมุนไพรสีเหลืองทองสุดมหัศจรรย์</a> first appeared on <a href="https://www.jonessalad.com">Jones' Salad Thailand</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="wp-block-paragraph">ในยุคที่เราต้องเผชิญหน้ากับเรื่องราวชวนปวดหัวและดราม่ารอบตัวได้ทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงาน เรื่องส่วนตัว หรือแม้แต่การไถฟีดโซเชียลมีเดีย</p>



<p class="wp-block-paragraph">ความเครียดสะสมเหล่านี้ไม่ได้ทำร้ายแค่จิตใจเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบโดยตรงต่อร่างกายและสมองของเราอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ จนหลายคนเริ่มมีอาการสมองล้า ร่างกายอ่อนเพลีย และอารมณ์ดิ่งลงแบบไม่รู้ตัว</p>



<p class="wp-block-paragraph">หากคุณกำลังมองหาตัวช่วยธรรมชาติที่จะมาช่วยดูแลและฟื้นฟูร่างกายในวันแสนล้า วันนี้ลุงขอแนะนำ <strong>&#8220;ขมิ้นชัน&#8221;</strong> สมุนไพรไทยหาง่ายใกล้ตัว ที่มีสรรพคุณล้นเหลือเกินตัว จนได้รับความสนใจจากงานวิจัยทั่วโลก</p>



<p class="wp-block-paragraph">มาดูกันว่าสมุนไพรสีเหลืองทองชนิดนี้จะช่วยเยียวยาเราจากดราม่ารายวันได้อย่างไรบ้าง</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<h2 class="wp-block-heading">ทำความรู้จัก &#8220;สารเคอร์คิวมิน&#8221; ฮีโร่ตัวจริงในขมิ้นชัน</h2>



<p class="wp-block-paragraph">เบื้องหลังความมหัศจรรย์ของขมิ้นชันอยู่ที่สารสำคัญสีเหลืองส้มที่ชื่อว่า <strong>&#8220;สารเคอร์คิวมิน&#8221; (Curcumin)</strong> ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระประสิทธิภาพสูง</p>



<p class="wp-block-paragraph">มีฤทธิ์ต้านการอักเสบในระดับเซลล์ ซึ่งได้รับการยอมรับจากงานวิจัยทางการแพทย์มากมายว่าเป็นกุญแจสำคัญในการฟื้นฟูระบบต่าง ๆ ของร่างกายให้กลับมาทำงานได้อย่างสมดุล</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<h2 class="wp-block-heading">4 คุณประโยชน์สุดปังของขมิ้นชัน ยิ่งกิน ยิ่งดีต่อใจและร่างกาย</h2>



<h3 class="wp-block-heading">1. ป้องกันอัลไซเมอร์และสมองเสื่อม</h3>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อเราเผชิญกับความเครียดและการพักผ่อนที่ไม่เพียงพอ ร่างกายจะเกิดกระบวนการอักเสบภายในสมอง ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เซลล์สมองเสื่อมลงจนอาจนำไปสู่โรคอัลไซเมอร์ได้</p>



<p class="wp-block-paragraph">สารเคอร์คิวมินในขมิ้นชันจะทำหน้าที่เข้าไปลดกระบวนการอักเสบนี้ พร้อมทั้งช่วยกระตุ้นการทำงานของสมอง ช่วยให้ความจำดีขึ้น และปกป้องสมองจากการเสื่อมสภาพตามวัย</p>



<h3 class="wp-block-heading">2. ป้องกันโรคซึมเศร้าและปรับอารมณ์ให้จอย ๆ</h3>



<p class="wp-block-paragraph">เจอเรื่องดราม่าบ่อย ๆ จนอารมณ์ดิ่งใช่ไหม? ขมิ้นชันช่วยได้! เพราะมีงานวิจัยพบว่าสารเคอร์คิวมินสามารถช่วยเพิ่มระดับสารสื่อประสาทในสมอง 2 ชนิดหลัก ๆ ได้แก่</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>&#8220;เซโรโทนิน&#8221; (Serotonin)</strong> สารแห่งความสุขที่ช่วยควบคุมอารมณ์</p>



<p class="wp-block-paragraph">และ <strong>&#8220;โดปามีน&#8221; (Dopamine)</strong> สารที่ช่วยให้เรารู้สึกกระฉับกระเฉง มีแรงบันดาลใจ การได้รับขมิ้นชันอย่างสม่ำเสมอจึงช่วยลดความวิตกกังวลและป้องกันภาวะซึมเศร้าได้เป็นอย่างดี</p>



<h3 class="wp-block-heading">3. ลดไขมันพอกตับ คลีนร่างกายจากภายใน</h3>



<p class="wp-block-paragraph">ตับเปรียบเสมือนโรงงานคัดแยกสารพิษของร่างกาย ซึ่งมักจะทำงานหนักขึ้นเมื่อเราเครียดหรือทานอาหารที่ไม่มีประโยชน์ ขมิ้นชันมีส่วนช่วยลดระดับไตรกลีเซอไรด์และไขมันเลว (LDL) ในกระแสเลือด</p>



<p class="wp-block-paragraph">พร้อมทั้งช่วยป้องกันและลดการสะสมของไขมันในตับ ทำให้ตับของคุณแข็งแรงและทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น</p>



<h3 class="wp-block-heading">4. ดูแลและปกป้องหัวใจ</h3>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากจะดีต่อสมองและตับแล้ว ขมิ้นชันยังเป็นมิตรต่อหัวใจอีกด้วย ด้วยคุณสมบัติในการช่วยต้านอนุมูลอิสระและช่วยเพิ่มระดับไขมันดี (HDL) ในเลือด</p>



<p class="wp-block-paragraph">ซึ่งไขมันดีนี้จะทำหน้าที่เสมือนเทศบาลคอยเก็บกวาดไขมันเลวออกจากหลอดเลือด ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจและสมองอุดตันได้อย่างดีเยี่ยม</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<h2 class="wp-block-heading">กินขมิ้นชันแบบไหน ให้ร่างกายได้ประโยชน์สูงสุด?</h2>



<p class="wp-block-paragraph">แม้ว่าขมิ้นชันจะมีประโยชน์มากมาย แต่ร่างกายของเรากลับดูดซึมสารเคอร์คิวมินไปใช้ได้ค่อนข้างยากหากรับประทานเดี่ยว ๆ ดังนั้นเราจึงมีเคล็ดลับง่าย ๆ ในการรับประทานขมิ้นชันให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุดมาฝากกัน</p>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>กินคู่กับพริกไทยดำ:</strong> นี่คือคู่หูมหัศจรรย์! สารพิเพอรีน (Piperine) ในพริกไทยดำจะช่วยเพิ่มการดูดซึมสารเคอร์คิวมินในขมิ้นชันเข้าสู่กระแสเลือดได้สูงขึ้นถึง 2,000% เลยทีเดียว</li>



<li><strong>ทานในเมนูผงกะหรี่:</strong> เมนูแกงกะหรี่เข้มข้นเป็นแหล่งรวมของขมิ้นชันและเครื่องเทศต่าง ๆ ยิ่งมีส่วนผสมของไขมันดีจากเนื้อสัตว์หรือน้ำมัน ยิ่งช่วยให้ร่างกายดูดซึมสารเคอร์คิวมินได้ดียิ่งขึ้น</li>



<li><strong>ชงเป็นชาหรือเครื่องดื่ม:</strong> ลองเปลี่ยนจากกาแฟแก้วบ่ายมาเป็นชาขมิ้นชันอุ่น ๆ หรือนมอัลมอนด์ผสมขมิ้นชันและน้ำผึ้งเล็กน้อย (Golden Milk) ช่วยให้ผ่อนคลายและดีต่อระบบย่อยอาหาร</li>



<li><strong>กินกับเธอ:</strong> เคล็ดลับที่ดีที่สุดคือการชวนคนที่คุณรักหันมาดูแลสุขภาพและทานอาหารดี ๆ ร่วมกัน เพื่อให้คุณและเธอ แข็งแรงและพร้อมเผชิญหน้ากับทุกดราม่าไปด้วยกันอย่างมีความสุข</li>
</ul>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<p class="wp-block-paragraph">ดราม่าในชีวิตประจำวันอาจเป็นเรื่องที่เราหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่เราสามารถเลือกที่จะปกป้องและดูแลตัวเองได้ เริ่มต้นง่าย ๆ วันนี้ด้วยการเพิ่ม &#8220;ขมิ้นชัน&#8221; เข้าไปในมื้ออาหารของคุณ เพื่อให้สารเคอร์คิวมินช่วยดูแลสมอง หัวใจ ตับ และอารมณ์ของคุณให้พร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์อย่างสตรอง</p><p>The post <a href="https://www.jonessalad.com/%e0%b8%94%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b2-%e0%b8%8a%e0%b8%b8%e0%b8%9a%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%88%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b9%83%e0%b8%88%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2-%e0%b8%82%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%8a%e0%b8%b1%e0%b8%99-%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b8%a8%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a2%e0%b9%8c/">ดราม่ารายวันทำสมองล้า? ชุบชีวิตร่างกายและจิตใจด้วย “ขมิ้นชัน” สมุนไพรสีเหลืองทองสุดมหัศจรรย์</a> first appeared on <a href="https://www.jonessalad.com">Jones' Salad Thailand</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เปิดแผนที่ความฟิน ส่องเสน่ห์ไส้กรอก 4 สัญชาติ อร่อยต่างสไตล์ที่สายกินต้องลอง</title>
		<link>https://www.jonessalad.com/%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b9%81%e0%b8%9c%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%9f%e0%b8%b4%e0%b8%99-%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%99%e0%b9%88%e0%b8%ab%e0%b9%8c%e0%b9%84%e0%b8%aa%e0%b9%89%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%81-4-%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b4-%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b9%84%e0%b8%95%e0%b8%a5%e0%b9%8c%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%87/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%259b%25e0%25b8%25b4%25e0%25b8%2594%25e0%25b9%2581%25e0%25b8%259c%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%2597%25e0%25b8%25b5%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%2584%25e0%25b8%25a7%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%25a1%25e0%25b8%259f%25e0%25b8%25b4%25e0%25b8%2599-%25e0%25b8%25aa%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%2587%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%25aa%25e0%25b8%2599%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%25ab%25e0%25b9%258c%25e0%25b9%2584%25e0%25b8%25aa%25e0%25b9%2589%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%2581-4-%25e0%25b8%25aa%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%258d%25e0%25b8%258a%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%2595%25e0%25b8%25b4-%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%25a3%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%25a2%25e0%25b8%2595%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%2587%25e0%25b8%25aa%25e0%25b9%2584%25e0%25b8%2595%25e0%25b8%25a5%25e0%25b9%258c%25e0%25b8%2597%25e0%25b8%25b5%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%25aa%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%25a2%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%25b4%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%2595%25e0%25b9%2589%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%2587%25e0%25b8%25a5%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%2587</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 03 Aug 2026 07:08:24 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Nutrition]]></category>
		<category><![CDATA[อาหาร]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.jonessalad.com/?p=9863</guid>

					<description><![CDATA[<p>หากพูดถึงเมนูสตรีทฟู้ดหรือของทานเล่นที่เป็นขวัญใจคนทั่วโลก เชื่อว่าไส้กรอก จะต้องติดอยู่ในอันดับต้น ๆ อย่างแน่นอน แต่รู้หรือไม่ว่าไส้กรอกในแต่ละประเทศนั้นมีเอกลักษณ์ รสชาติ และกรรมวิธีการทำที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง วันนี้ลุงจะพาทุกคนไปออกเดินทางท่องโลกผ่านรสชาติความฟินของไส้กรอก 4 สัญชาติยอดนิยม ที่รับรองว่าอ่านจบแล้วจะต้องน้ำลายสอและอยากรีบพุ่งตัวไปหาทานทันที 1. Bratwurst (เยอรมัน) – พี่บิ๊กสุดคลาสสิก ขวัญใจมหาชน เริ่มต้นกันที่ดินแดนแห่งเบียร์และไส้กรอกอย่างประเทศเยอรมนี กับไส้กรอกระดับตำนานที่ชื่อว่าบราตเวิร์สต์ (Bratwurst) ซึ่งเป็นที่เลื่องลือในเรื่องของขนาดและความอร่อยแบบต้นตำรับ 2. Boerewors (แอฟริกาใต้) – ยาวใหญ่ไซส์จัมโบ้ เครื่องเทศจัดเต็ม ข้ามฝั่งมาที่ทวีปแอฟริกา กับไส้กรอกแบบดั้งเดิมของชาวแอฟริกาใต้ที่ชื่อว่าบูเระวอร์ส (Boerewors) ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องรูปร่างที่แปลกตาและรสชาติที่เข้มข้นถึงใจ 3. ซุนแด (เกาหลี) – เมนูสตรีทฟู้ดสีดำ คู่หูโซจูรอบดึก เอาใจคอซีรีส์เกาหลีกับซุนแด (Sundae) หรือไส้กรอกเลือดเกาหลี เมนูยอดฮิตตามร้านรถเข็นข้างทางที่ใครไปเกาหลีก็ต้องลอง 4. ไส้กรอกอีสาน (ไทย) – จิ๋วแต่แจ๋ว รสเปรี้ยวแซ่บสะท้านทรวง ปิดท้ายด้วยความภาคภูมิใจของไทยแลนด์แดนของอร่อย กับไส้กรอกอีสาน เมนูกับแกล้มและของว่างขวัญใจคนไทยทุกภาค ที่หากเดินผ่านร้านย่างเมื่อไหร่เป็นต้องโดนสะกดด้วยกลิ่นหอม ๆ จะเห็นได้ว่าไส้กรอกของแต่ละชาติต่างก็มีเรื่องราว วัฒนธรรม...</p>
<p>The post <a href="https://www.jonessalad.com/%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b9%81%e0%b8%9c%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%9f%e0%b8%b4%e0%b8%99-%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%99%e0%b9%88%e0%b8%ab%e0%b9%8c%e0%b9%84%e0%b8%aa%e0%b9%89%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%81-4-%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b4-%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b9%84%e0%b8%95%e0%b8%a5%e0%b9%8c%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%87/">เปิดแผนที่ความฟิน ส่องเสน่ห์ไส้กรอก 4 สัญชาติ อร่อยต่างสไตล์ที่สายกินต้องลอง</a> first appeared on <a href="https://www.jonessalad.com">Jones' Salad Thailand</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="wp-block-paragraph">หากพูดถึงเมนูสตรีทฟู้ดหรือของทานเล่นที่เป็นขวัญใจคนทั่วโลก เชื่อว่า<strong>ไส้กรอก</strong> จะต้องติดอยู่ในอันดับต้น ๆ อย่างแน่นอน แต่รู้หรือไม่ว่าไส้กรอกในแต่ละประเทศนั้นมีเอกลักษณ์ รสชาติ และกรรมวิธีการทำที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง</p>



<p class="wp-block-paragraph">วันนี้ลุงจะพาทุกคนไปออกเดินทางท่องโลกผ่านรสชาติความฟินของไส้กรอก 4 สัญชาติยอดนิยม ที่รับรองว่าอ่านจบแล้วจะต้องน้ำลายสอและอยากรีบพุ่งตัวไปหาทานทันที</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<h2 class="wp-block-heading">1. Bratwurst (เยอรมัน) – พี่บิ๊กสุดคลาสสิก ขวัญใจมหาชน</h2>



<p class="wp-block-paragraph">เริ่มต้นกันที่ดินแดนแห่งเบียร์และไส้กรอกอย่างประเทศเยอรมนี กับไส้กรอกระดับตำนานที่ชื่อว่า<strong>บราตเวิร์สต์ (Bratwurst)</strong> ซึ่งเป็นที่เลื่องลือในเรื่องของขนาดและความอร่อยแบบต้นตำรับ</p>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>รูปลักษณ์ภายนอก:</strong> โดดเด่นด้วยขนาดที่อวบใหญ่จุใจ สีสันค่อนข้างอ่อน ไม่ฉูดฉาด ดูเป็นธรรมชาติ</li>



<li><strong>ส่วนผสมและรสชาติ:</strong> ทำจากเนื้อหมูหรือเนื้อไก่ล้วน บดหยาบแล้วปรุงรสด้วยเครื่องเทศสูตรเฉพาะ รสชาติจะมีความเค็มนำแบบกลมกล่อม มีความฉ่ำของเนื้ออย่างเต็มคำ</li>



<li><strong>ความฟินระดับสิบ:</strong> ถือเป็นไส้กรอกยอดนิยมที่มักจะนำไปย่างบนเตาถ่านร้อน ๆ กินคู่กับมัสตาร์ด กะหล่ำปลีเปรี้ยว (Sauerkraut) และเครื่องดื่มเย็น ๆ บอกเลยว่าฟินสุด ๆ</li>
</ul>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<h2 class="wp-block-heading">2. Boerewors (แอฟริกาใต้) – ยาวใหญ่ไซส์จัมโบ้ เครื่องเทศจัดเต็ม</h2>



<p class="wp-block-paragraph">ข้ามฝั่งมาที่ทวีปแอฟริกา กับไส้กรอกแบบดั้งเดิมของชาวแอฟริกาใต้ที่ชื่อว่า<strong>บูเระวอร์ส (Boerewors)</strong> ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องรูปร่างที่แปลกตาและรสชาติที่เข้มข้นถึงใจ</p>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>รูปลักษณ์ภายนอก:</strong> เป็นไส้กรอกที่มีขนาดอวบและยาวมาก นิยมม้วนเป็นวงกลมคล้ายก้นหอย ตอนดิบจะมีสีแดงสดน่าทาน แต่เมื่อปรุงสุกแล้วสีจะเปลี่ยนเป็นสีดำเกรียมเข้มข้น</li>



<li><strong>ส่วนผสมและรสชาติ:</strong> เนื้อวัวบดหยาบผสมกับเนื้อสัตว์ชนิดอื่น ๆ เพิ่มมิติของกลิ่นด้วยผักชี และน้ำส้มสายชู ทำให้รสชาติมีความเปรี้ยวนิด ๆ และหอมกลิ่นเครื่องเทศโดดเด่น</li>



<li><strong>ความฟินระดับสิบ:</strong> นิยมนำไปย่างในงานปิ้งย่างสไตล์แอฟริกาใต้ กลิ่นหอมของเนื้อและเครื่องเทศที่โชยออกมาขณะย่างจะทำให้คุณอดใจไม่ไหวเลยทีเดียว</li>
</ul>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<h2 class="wp-block-heading">3. ซุนแด (เกาหลี) – เมนูสตรีทฟู้ดสีดำ คู่หูโซจูรอบดึก</h2>



<p class="wp-block-paragraph">เอาใจคอซีรีส์เกาหลีกับ<strong>ซุนแด (Sundae)</strong> หรือไส้กรอกเลือดเกาหลี เมนูยอดฮิตตามร้านรถเข็นข้างทางที่ใครไปเกาหลีก็ต้องลอง</p>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>รูปลักษณ์ภายนอก:</strong> มีสีดำสนิท ขนาดพอดีคำ นิยมนำมาหั่นเป็นชิ้นแว่น ๆ เพื่อให้ง่ายต่อการรับประทาน</li>



<li><strong>ส่วนผสมและรสชาติ:</strong> ทำจากเนื้อหมู ผสมมันฝรั่ง วุ้นเส้นเกาหลี และข้าว คลุกเคล้าให้เข้ากันกับเลือดหมูสด รสชาติจะมีความเหนียวนุ่ม หนึบหนับจากวุ้นเส้นและข้าว และมีความมันกลมกล่อม</li>



<li><strong>ความฟินระดับสิบ:</strong> ซุนแดร้อน ๆ จิ้มเกลือพริกไทย หรือกินคู่กับน้ำซุปต็อกบกกีรสเผ็ดร้อน ยิ่งถ้าได้ทานคู่กับโซจูในค่ำคืนที่อากาศหนาว ๆ บอกเลยว่านี่คือสวรรค์ของนักกินอย่างแท้จริง</li>
</ul>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<h2 class="wp-block-heading">4. ไส้กรอกอีสาน (ไทย) – จิ๋วแต่แจ๋ว รสเปรี้ยวแซ่บสะท้านทรวง</h2>



<p class="wp-block-paragraph">ปิดท้ายด้วยความภาคภูมิใจของไทยแลนด์แดนของอร่อย กับ<strong>ไส้กรอกอีสาน</strong> เมนูกับแกล้มและของว่างขวัญใจคนไทยทุกภาค ที่หากเดินผ่านร้านย่างเมื่อไหร่เป็นต้องโดนสะกดด้วยกลิ่นหอม ๆ</p>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>รูปลักษณ์ภายนอก:</strong> ลูกกลม ๆ เล็กสั้น มักจะย่างจนมีสีน้ำตาลไหม้เกรียมเล็กน้อย ส่งกลิ่นหอมชวนน้ำลายสอ</li>



<li><strong>ส่วนผสมและรสชาติ:</strong> ทำจากเนื้อหมู วุ้นเส้น และข้าวสวย นำมาปรุงรสแล้วยัดใส่ไส้ จากนั้นนำไปผึ่งลมอย่างน้อย 1 วัน เพื่อให้เกิดกระบวนการหมักตามธรรมชาติ ยิ่งผึ่งลมนานเท่าไหร่ รสชาติก็จะยิ่งเปรี้ยวสะใจมากขึ้นเท่านั้น</li>



<li><strong>ความฟินระดับสิบ:</strong> ทานตอนร้อน ๆ คู่กับขิงแก่ พริกขี้หนูสวน และกะหล่ำปลีสด ความเปรี้ยวของไส้กรอกตัดกับความเผ็ดร้อนของเครื่องเคียง เป็นรสชาติที่กลมกล่อมและแซ่บแบบไทย ๆ อย่างลงตัว</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">จะเห็นได้ว่าไส้กรอกของแต่ละชาติต่างก็มีเรื่องราว วัฒนธรรม และสูตรลับเฉพาะตัวที่สะท้อนถึงวิถีชีวิตของผู้คนในประเทศนั้น ๆ ไม่ว่าจะเป็นความอิ่มเอมใจจาก <strong>Bratwurst</strong> ของเยอรมัน, ความหอมเครื่องเทศของ <strong>Boerewors</strong> จากแอฟริกา, ความหนึบหนับของ <strong>ซุนแด</strong> จากเกาหลี หรือความเปรี้ยวแซ่บสุดจี๊ดของ <strong>ไส้กรอกอีสาน</strong> ของไทยเรา</p>



<p class="wp-block-paragraph">ครั้งต่อไปที่คุณมีโอกาสได้ลิ้มลองไส้กรอกเหล่านี้ อย่าลืมละเมียดรสชาติและซึมซับความฟินที่แตกต่างกันของแต่ละชาติดูนะครับ แล้วคุณล่ะชอบความฟินสไตล์ของชาติไหนมากที่สุด?</p><p>The post <a href="https://www.jonessalad.com/%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b9%81%e0%b8%9c%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%9f%e0%b8%b4%e0%b8%99-%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%99%e0%b9%88%e0%b8%ab%e0%b9%8c%e0%b9%84%e0%b8%aa%e0%b9%89%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%81-4-%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b4-%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b9%84%e0%b8%95%e0%b8%a5%e0%b9%8c%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%87/">เปิดแผนที่ความฟิน ส่องเสน่ห์ไส้กรอก 4 สัญชาติ อร่อยต่างสไตล์ที่สายกินต้องลอง</a> first appeared on <a href="https://www.jonessalad.com">Jones' Salad Thailand</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ไข่ไก่กินได้วันละกี่ฟองกันแน่? สรุปดราม่า 10 ปี หาคำตอบได้ที่นี่</title>
		<link>https://www.jonessalad.com/%e0%b9%84%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%9f%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b9%88-%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%9b%e0%b8%94%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%b2-10-%e0%b8%9b%e0%b8%b5-%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b9%88/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=%25e0%25b9%2584%25e0%25b8%2582%25e0%25b9%2588%25e0%25b9%2584%25e0%25b8%2581%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%25b4%25e0%25b8%2599%25e0%25b9%2584%25e0%25b8%2594%25e0%25b9%2589%25e0%25b8%25a7%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%25a5%25e0%25b8%25b0%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%25b5%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%259f%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%2587%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%2599%25e0%25b9%2581%25e0%25b8%2599%25e0%25b9%2588-%25e0%25b8%25aa%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25b8%25e0%25b8%259b%25e0%25b8%2594%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%25a1%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%25b2-10-%25e0%25b8%259b%25e0%25b8%25b5-%25e0%25b8%25ab%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%2584%25e0%25b8%25b3%25e0%25b8%2595%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%259a%25e0%25b9%2584%25e0%25b8%2594%25e0%25b9%2589%25e0%25b8%2597%25e0%25b8%25b5%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%25b5%25e0%25b9%2588</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 22 Jul 2026 05:26:42 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Nutrition]]></category>
		<category><![CDATA[อาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[ไข่]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.jonessalad.com/?p=9259</guid>

					<description><![CDATA[<p>ถ้าพูดถึงอาหารคู่บ้านคู่เมืองที่นึกอะไรไม่ออกก็ต้องสั่ง เชื่อว่า 90% ของคนไทยต้องนึกถึง &#8220;ไข่ไก่&#8221; แน่นอนครับ ไม่ว่าจะเป็นไข่ต้ม ไข่ดาว หรือไข่เจียวร้อน ๆ แสนอร่อย แต่เชื่อไหมครับว่า วัตถุดิบธรรมดาชนิดนี้ กลับเป็นประเด็นถกเถียงและสร้างความสับสนให้กับสายเฮลท์ตี้มานานนับ 10 ปี! บางคนบอกกินได้ทุกวัน บางคนบอกห้ามกินเกินสัปดาห์ละ 3 ฟอง ไม่งั้นคอเลสเตอรอลพุ่งกระฉูดแน่ วันนี้ลุงจะพาไปเจาะลึกและสรุปดราม่าเรื่องไข่ไก่กันแบบชัด ๆ ว่าสรุปแล้วเราสามารถกินไข่ได้วันละกี่ฟองกันแน่? แล้วทำไมความเชื่อเรื่องไข่ถึงเปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือได้ขนาดนี้ ทำไมเมื่อก่อนไข่ไก่ถึงตกเป็นจำเลยสังคม? ย้อนกลับไปเมื่อประมาณสิบกว่าปีที่แล้ว ไข่ไก่เคยถูกตราหน้าว่าเป็น &#8220;อาหารอันตราย&#8221; ที่คนรักสุขภาพต่างพากันโบกมือลา สาเหตุหลัก ๆ มาจากความเชื่อที่ว่า ด้วยความกลัวนี้เอง ทำให้ในอดีตแพทย์และนักโภชนาการส่วนใหญ่ต่างพากันแนะนำว่า &#8220;ห้ามกินไข่เยอะ&#8221; โดยจำกัดให้กินเพียงแค่ 2-3 ฟองต่อสัปดาห์เท่านั้น ใครที่กินไข่ต้มทุกวันในยุคนั้นบอกเลยว่าโดนเตือนจนหูชาแน่นอน ปลดแบนไข่ไก่ด้วยวิทยาศาสตร์ยุคใหม่ แต่แล้วความจริงก็ปรากฏ เมื่อวงการแพทย์และงานวิจัยยุคใหม่ได้ทำการศึกษาอย่างจริงจัง และพบว่าความเชื่อเดิม ๆ นั้นไม่ถูกต้องทั้งหมด จนนำไปสู่การ &#8220;ปลดแบน&#8221; ไข่ไก่ในปัจจุบัน ด้วยเหตุผลสำคัญ 2 ข้อดังนี้ครับ 1. โคเลสเตอรอลในอาหาร ส่งผลต่อโคเลสเตอรอลในเลือดน้อยมาก...</p>
<p>The post <a href="https://www.jonessalad.com/%e0%b9%84%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%9f%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b9%88-%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%9b%e0%b8%94%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%b2-10-%e0%b8%9b%e0%b8%b5-%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b9%88/">ไข่ไก่กินได้วันละกี่ฟองกันแน่? สรุปดราม่า 10 ปี หาคำตอบได้ที่นี่</a> first appeared on <a href="https://www.jonessalad.com">Jones' Salad Thailand</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="wp-block-paragraph">ถ้าพูดถึงอาหารคู่บ้านคู่เมืองที่นึกอะไรไม่ออกก็ต้องสั่ง เชื่อว่า 90% ของคนไทยต้องนึกถึง <strong>&#8220;ไข่ไก่&#8221;</strong> แน่นอนครับ ไม่ว่าจะเป็นไข่ต้ม ไข่ดาว หรือไข่เจียวร้อน ๆ แสนอร่อย แต่เชื่อไหมครับว่า วัตถุดิบธรรมดาชนิดนี้ กลับเป็นประเด็นถกเถียงและสร้างความสับสนให้กับสายเฮลท์ตี้มานานนับ 10 ปี! บางคนบอกกินได้ทุกวัน บางคนบอกห้ามกินเกินสัปดาห์ละ 3 ฟอง ไม่งั้นคอเลสเตอรอลพุ่งกระฉูดแน่</p>



<p class="wp-block-paragraph">วันนี้ลุงจะพาไปเจาะลึกและสรุปดราม่าเรื่องไข่ไก่กันแบบชัด ๆ ว่าสรุปแล้วเราสามารถกินไข่ได้วันละกี่ฟองกันแน่? แล้วทำไมความเชื่อเรื่องไข่ถึงเปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือได้ขนาดนี้</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<h2 class="wp-block-heading">ทำไมเมื่อก่อนไข่ไก่ถึงตกเป็นจำเลยสังคม?</h2>



<p class="wp-block-paragraph">ย้อนกลับไปเมื่อประมาณสิบกว่าปีที่แล้ว ไข่ไก่เคยถูกตราหน้าว่าเป็น <strong>&#8220;อาหารอันตราย&#8221;</strong> ที่คนรักสุขภาพต่างพากันโบกมือลา สาเหตุหลัก ๆ มาจากความเชื่อที่ว่า</p>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>ไข่แดงมีโคเลสเตอรอลสูง:</strong> ในไข่ไก่ 1 ฟอง มีโคเลสเตอรอลสูงถึงประมาณ 185-200 มิลลิกรัม ซึ่งคนในยุคนั้นเชื่อว่าการกินคอเลสเตอรอลเข้าไปเยอะ ๆ จะส่งผลให้คอเลสเตอรอลในเลือดสูงตามไปด้วย</li>



<li><strong>เสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด:</strong> เมื่อโคเลสเตอรอลในเลือดสูง ก็จะนำไปสู่ภาวะหลอดเลือดอุดตันและโรคหัวใจในที่สุด</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">ด้วยความกลัวนี้เอง ทำให้ในอดีตแพทย์และนักโภชนาการส่วนใหญ่ต่างพากันแนะนำว่า <strong>&#8220;ห้ามกินไข่เยอะ&#8221;</strong> โดยจำกัดให้กินเพียงแค่ 2-3 ฟองต่อสัปดาห์เท่านั้น ใครที่กินไข่ต้มทุกวันในยุคนั้นบอกเลยว่าโดนเตือนจนหูชาแน่นอน</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<h2 class="wp-block-heading">ปลดแบนไข่ไก่ด้วยวิทยาศาสตร์ยุคใหม่</h2>



<p class="wp-block-paragraph">แต่แล้วความจริงก็ปรากฏ เมื่อวงการแพทย์และงานวิจัยยุคใหม่ได้ทำการศึกษาอย่างจริงจัง และพบว่าความเชื่อเดิม ๆ นั้นไม่ถูกต้องทั้งหมด จนนำไปสู่การ <strong>&#8220;ปลดแบน&#8221;</strong> ไข่ไก่ในปัจจุบัน ด้วยเหตุผลสำคัญ 2 ข้อดังนี้ครับ</p>



<h3 class="wp-block-heading">1. โคเลสเตอรอลในอาหาร ส่งผลต่อโคเลสเตอรอลในเลือดน้อยมาก</h3>



<p class="wp-block-paragraph">ร่างกายของเรามหัศจรรย์กว่าที่คิดครับ งานวิจัยพบว่าคอเลสเตอรอลในเลือดส่วนใหญ่ (ประมาณ 70-80%) ร่างกายของเราสร้างขึ้นมาเองจากตับ ส่วนคอเลสเตอรอลที่ได้จากการกินอาหารส่งผลต่อระดับคอเลสเตอรอลในเลือดเพียงน้อยนิดเท่านั้น ดังนั้น การกินไข่จึงไม่ได้ทำให้คอเลสเตอรอลในเลือดสูงขึ้นอย่างน่ากลัวอย่างที่เคยเข้าใจ</p>



<h3 class="wp-block-heading">2. ตัวร้ายที่แท้จริงคือ &#8220;ไขมันอิ่มตัว&#8221; ไม่ใช่ไข่ไก่</h3>



<p class="wp-block-paragraph">สิ่งที่น่ากลัวกว่าคอเลสเตอรอลในไข่ ก็คือ <strong>&#8220;ไขมันอิ่มตัว&#8221;</strong> และ <strong>&#8220;ไขมันทรานส์&#8221;</strong> ที่เรากินเข้าไปพร้อมกับอาหารต่างหาก เพราะไขมันจำพวกนี้จะถูกส่งไปที่ตับและกระตุ้นให้ตับผลิตคอเลสเตอรอลเข้าสู่กระแสเลือดในปริมาณมหาศาล ดังนั้น หากคุณกินไข่ต้มธรรมดาๆ ย่อมปลอดภัยกว่าการกินเบคอน ทอดมัน หรือขนมเค้กที่มีไขมันอิ่มตัวสูงลิ่วแน่นอน</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<h2 class="wp-block-heading">วันนี้คุณกินไข่ได้วันละกี่ฟอง?</h2>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อไม่มีข้อห้ามอย่างเป็นทางการแล้ว คำถามต่อมาคือ <em>&#8220;แล้วโควตาการกินไข่ของฉันอยู่ที่เท่าไหร่?&#8221; </em>เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละบุคคลครับ โดยเราสามารถแบ่งออกเป็นกลุ่ม ๆ ได้ดังนี้</p>



<h3 class="wp-block-heading">กลุ่มที่ 1: คนสุขภาพดีทั่วไป (ฟิตปั๋ง ไม่มีโรคประจำตัว)</h3>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>งานวิจัยบอกว่า:</strong> ปัจจุบันยังไม่พบผลเสียของการกินไข่ในคนสุขภาพดี แม้จะกินในปริมาณมาก (กินได้แทบไม่มีลิมิตตราบใดที่สารอาหารด้านอื่นยังสมดุล)</li>



<li><strong>แพทย์ส่วนใหญ่แนะนำ:</strong> เพื่อความเหมาะสมและทางสายกลาง การรับประทาน <strong>วันละ 1 ฟอง</strong> ถือเป็นปริมาณที่ยอดเยี่ยม ได้ทั้งโปรตีนคุณภาพดี วิตามิน และแร่ธาตุครบถ้วน</li>
</ul>



<h3 class="wp-block-heading">กลุ่มที่ 2: ผู้ป่วยไขมันในเลือดสูง ผู้สูงอายุ หรือผู้มีโรคประจำตัว</h3>



<ul class="wp-block-list">
<li>สำหรับกลุ่มที่ต้องควบคุมระดับไขมันอย่างใกล้ชิด เช่น ผู้ป่วยโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง หรือมีภาวะคอเลสเตอรอลในเลือดสูงอยู่แล้ว แพทย์ยังคงแนะนำให้ <strong>&#8220;กินแต่พอดี&#8221;</strong></li>



<li>ปริมาณที่เหมาะสมคือ <strong>2-3 ฟองต่อสัปดาห์</strong> หรือหากต้องการโปรตีนเพิ่ม อาจเลือกทานเฉพาะ &#8220;ไข่ขาว&#8221; แทนการทานไข่ทั้งฟองได้ครับ</li>
</ul>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<h2 class="wp-block-heading">สุขภาพดีเริ่มต้นที่ความพอดี</h2>



<p class="wp-block-paragraph">แม้ว่าไข่ไก่จะได้รับอิสรภาพจากการปลดแบนแล้ว และเราก็รู้แล้วว่ามันมีประโยชน์มหาศาลขนาดไหน แต่อย่าลืมกฎเหล็กของธรรมชาติที่ว่า <strong>&#8220;อาหารทุกชนิด ไม่ว่าจะเฮลท์ตี้แค่ไหน ถ้ากินเยอะเกินไปก็อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพได้&#8221;</strong></p>



<p class="wp-block-paragraph">หากคุณกินไข่วันละหลายฟอง แต่ชีวิตประจำวันยังนั่งๆ นอนๆ ไม่ออกกำลังกาย และยังชอบทานของทอดของมันอยู่ ไข่ไก่ก็ช่วยคุณไม่ได้ครับ! ดังนั้ัน นอกจากการเลือกทานไข่ไก่อย่างเหมาะสมแล้ว อย่าลืมทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อสุขภาพที่ดีและชีวิตที่เกินร้อยอย่างแท้จริงครับ</p><p>The post <a href="https://www.jonessalad.com/%e0%b9%84%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%9f%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b9%88-%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%9b%e0%b8%94%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%b2-10-%e0%b8%9b%e0%b8%b5-%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b9%88/">ไข่ไก่กินได้วันละกี่ฟองกันแน่? สรุปดราม่า 10 ปี หาคำตอบได้ที่นี่</a> first appeared on <a href="https://www.jonessalad.com">Jones' Salad Thailand</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เปิดความลับ &#8220;มันกุ้ง&#8221; ของอร่อยสีส้มเยิ้ม ๆ ที่สายเฮลท์ตี้ก็ฟินได้แบบไม่รู้สึกผิด</title>
		<link>https://www.jonessalad.com/%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%9a-%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b8%e0%b9%89%e0%b8%87-%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b8%aa%e0%b9%89%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%a2%e0%b8%b4%e0%b9%89%e0%b8%a1%e0%b9%86-%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%ae%e0%b8%a5%e0%b8%97%e0%b9%8c%e0%b8%95%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%81%e0%b9%87%e0%b8%9f%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%aa%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%9c%e0%b8%b4%e0%b8%94/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%259b%25e0%25b8%25b4%25e0%25b8%2594%25e0%25b8%2584%25e0%25b8%25a7%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%25a1%25e0%25b8%25a5%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%259a-%25e0%25b8%25a1%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%25b8%25e0%25b9%2589%25e0%25b8%2587-%25e0%25b8%2582%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%2587%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%25a3%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%25a2%25e0%25b8%25aa%25e0%25b8%25b5%25e0%25b8%25aa%25e0%25b9%2589%25e0%25b8%25a1%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%25a2%25e0%25b8%25b4%25e0%25b9%2589%25e0%25b8%25a1%25e0%25b9%2586-%25e0%25b8%2597%25e0%25b8%25b5%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%25aa%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%25a2%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%25ae%25e0%25b8%25a5%25e0%25b8%2597%25e0%25b9%258c%25e0%25b8%2595%25e0%25b8%25b5%25e0%25b9%2589%25e0%25b8%2581%25e0%25b9%2587%25e0%25b8%259f%25e0%25b8%25b4%25e0%25b8%2599%25e0%25b9%2584%25e0%25b8%2594%25e0%25b9%2589%25e0%25b9%2581%25e0%25b8%259a%25e0%25b8%259a%25e0%25b9%2584%25e0%25b8%25a1%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25b9%25e0%25b9%2589%25e0%25b8%25aa%25e0%25b8%25b6%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%259c%25e0%25b8%25b4%25e0%25b8%2594</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 22 Jul 2026 04:08:46 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Nutrition]]></category>
		<category><![CDATA[มันกุ้ง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.jonessalad.com/?p=9238</guid>

					<description><![CDATA[<p>ถ้าพูดถึงเมนูโปรดของใครหลายคน เวลาไปกินกุ้งเผาหรือเมนูซีฟู้ด สิ่งแรกที่ทุกคนจ้องจะตักก่อนใครเพื่อนก็คงหนีไม่พ้น &#8220;มันกุ้ง&#8221; เยิ้ม ๆ สีส้มอิฐรสชาติมันนัวเข้มข้นใช่ไหมครับ? แต่สำหรับสายสุขภาพหรือคนที่กำลังดูแลหุ่น หลายคนอาจจะรีบโบกมือลาเพราะกลัวเรื่องคอเลสเตอรอลและไขมัน จนต้องยอมตัดใจจากของอร่อยนี้ไปอย่างน่าเสียดาย แต่ช้าก่อนครับ! รู้หรือไม่ว่าเจ้าก้อนสีส้มสุดนุ่มละมุนนี้ จริง ๆ แล้วมีประโยชน์ซ่อนอยู่มากกว่าที่คิด แถมสายเฮลท์ตี้ก็สามารถกินได้แบบสบายใจหายห่วง วันนี้เราจะพาทุกคนไปเจาะลึกประโยชน์ของมันกุ้ง และเคล็ดลับการกินอย่างไรให้ได้ทั้งความอร่อยและสุขภาพดีไปพร้อมกันครับ แท้จริงแล้ว &#8220;มันกุ้ง&#8221; คือส่วนไหนกันแน่? ก่อนอื่นเรามาทำความเข้าใจกันก่อนว่า &#8220;มันกุ้ง&#8221; ที่เราเรียกกันติดปากนั้น แท้จริงแล้วไม่ใช่ไขมันล้วน ๆ อย่างที่หลายคนเข้าใจนะครับ แต่มันคือส่วน &#8220;ตับและตับอ่อน&#8221; (Hepatopancreas) ของกุ้งนั่นเอง ซึ่งทำหน้าที่สะสมพลังงานและสารอาหารต่าง ๆ เพื่อใช้ในการเจริญเติบโตและลอกคราบ และด้วยความที่มันเป็นแหล่งสะสมพลังงานนี่เอง จึงทำให้อุดมไปด้วยไขมันธรรมชาติที่มีเนื้อสัมผัสเนียน นุ่ม ละมุนลิ้น รสชาติหวานมันเค็มกำลังดี ไม่ว่าจะนำไปคลุกข้าวสวยร้อน ๆ หรือนำไปประกอบอาหารเมนูไหนก็ช่วยชูรสชาติให้อร่อยและกลมกล่อมขึ้นเป็นกอง สารอาหารเด่นใน &#8220;มันกุ้ง&#8221; ประโยชน์ดี ๆ ที่สายสุขภาพต้องเลิฟ เห็นเยิ้ม ๆ แบบนี้ แต่ในมันกุ้งอุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างคาดไม่ถึง โดยเฉพาะ 2 สารอาหารเด่น ๆ...</p>
<p>The post <a href="https://www.jonessalad.com/%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%9a-%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b8%e0%b9%89%e0%b8%87-%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b8%aa%e0%b9%89%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%a2%e0%b8%b4%e0%b9%89%e0%b8%a1%e0%b9%86-%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%ae%e0%b8%a5%e0%b8%97%e0%b9%8c%e0%b8%95%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%81%e0%b9%87%e0%b8%9f%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%aa%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%9c%e0%b8%b4%e0%b8%94/">เปิดความลับ “มันกุ้ง” ของอร่อยสีส้มเยิ้ม ๆ ที่สายเฮลท์ตี้ก็ฟินได้แบบไม่รู้สึกผิด</a> first appeared on <a href="https://www.jonessalad.com">Jones' Salad Thailand</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<figure class="wp-block-image aligncenter size-large"><img fetchpriority="high" decoding="async" width="724" height="800" src="https://www.jonessalad.com/wp-content/uploads/2026/07/มันกุ้งก็มีดี-สายเฮลท์ตี้ก็กินได้-1-724x800.jpg" alt="" class="wp-image-9240" srcset="https://www.jonessalad.com/wp-content/uploads/2026/07/มันกุ้งก็มีดี-สายเฮลท์ตี้ก็กินได้-1-724x800.jpg 724w, https://www.jonessalad.com/wp-content/uploads/2026/07/มันกุ้งก็มีดี-สายเฮลท์ตี้ก็กินได้-1-362x400.jpg 362w, https://www.jonessalad.com/wp-content/uploads/2026/07/มันกุ้งก็มีดี-สายเฮลท์ตี้ก็กินได้-1-768x849.jpg 768w, https://www.jonessalad.com/wp-content/uploads/2026/07/มันกุ้งก็มีดี-สายเฮลท์ตี้ก็กินได้-1-1390x1536.jpg 1390w, https://www.jonessalad.com/wp-content/uploads/2026/07/มันกุ้งก็มีดี-สายเฮลท์ตี้ก็กินได้-1-1853x2048.jpg 1853w" sizes="(max-width: 724px) 100vw, 724px" /></figure>



<p class="wp-block-paragraph">ถ้าพูดถึงเมนูโปรดของใครหลายคน เวลาไปกินกุ้งเผาหรือเมนูซีฟู้ด สิ่งแรกที่ทุกคนจ้องจะตักก่อนใครเพื่อนก็คงหนีไม่พ้น &#8220;มันกุ้ง&#8221; เยิ้ม ๆ สีส้มอิฐรสชาติมันนัวเข้มข้นใช่ไหมครับ? แต่สำหรับสายสุขภาพหรือคนที่กำลังดูแลหุ่น หลายคนอาจจะรีบโบกมือลาเพราะกลัวเรื่องคอเลสเตอรอลและไขมัน จนต้องยอมตัดใจจากของอร่อยนี้ไปอย่างน่าเสียดาย</p>



<p class="wp-block-paragraph">แต่ช้าก่อนครับ! รู้หรือไม่ว่าเจ้าก้อนสีส้มสุดนุ่มละมุนนี้ จริง ๆ แล้วมีประโยชน์ซ่อนอยู่มากกว่าที่คิด แถมสายเฮลท์ตี้ก็สามารถกินได้แบบสบายใจหายห่วง วันนี้เราจะพาทุกคนไปเจาะลึกประโยชน์ของมันกุ้ง และเคล็ดลับการกินอย่างไรให้ได้ทั้งความอร่อยและสุขภาพดีไปพร้อมกันครับ</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<h2 class="wp-block-heading">แท้จริงแล้ว &#8220;มันกุ้ง&#8221; คือส่วนไหนกันแน่?</h2>



<p class="wp-block-paragraph">ก่อนอื่นเรามาทำความเข้าใจกันก่อนว่า &#8220;มันกุ้ง&#8221; ที่เราเรียกกันติดปากนั้น แท้จริงแล้วไม่ใช่ไขมันล้วน ๆ อย่างที่หลายคนเข้าใจนะครับ แต่มันคือส่วน <b>&#8220;ตับและตับอ่อน&#8221; (Hepatopancreas)</b> ของกุ้งนั่นเอง ซึ่งทำหน้าที่สะสมพลังงานและสารอาหารต่าง ๆ เพื่อใช้ในการเจริญเติบโตและลอกคราบ</p>



<p class="wp-block-paragraph">และด้วยความที่มันเป็นแหล่งสะสมพลังงานนี่เอง จึงทำให้อุดมไปด้วยไขมันธรรมชาติที่มีเนื้อสัมผัสเนียน นุ่ม ละมุนลิ้น รสชาติหวานมันเค็มกำลังดี ไม่ว่าจะนำไปคลุกข้าวสวยร้อน ๆ หรือนำไปประกอบอาหารเมนูไหนก็ช่วยชูรสชาติให้อร่อยและกลมกล่อมขึ้นเป็นกอง</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<h2 class="wp-block-heading">สารอาหารเด่นใน &#8220;มันกุ้ง&#8221; ประโยชน์ดี ๆ ที่สายสุขภาพต้องเลิฟ</h2>



<p class="wp-block-paragraph">เห็นเยิ้ม ๆ แบบนี้ แต่ในมันกุ้งอุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างคาดไม่ถึง โดยเฉพาะ 2 สารอาหารเด่น ๆ ดังนี้ครับ</p>



<ul class="wp-block-list">
<li><b>โอเมก้า-3 (Omega-3):</b> มันกุ้งเป็นแหล่งของกรดไขมันโอเมก้า-3 ซึ่งเป็นไขมันดีที่มีบทบาทสำคัญในการช่วยบำรุงสมองและระบบประสาท อีกทั้งยังช่วยดูแลระบบหมุนเวียนโลหิต ดีต่อการทำงานของหัวใจ และช่วยดูแลความแข็งแรงของหลอดเลือดได้อีกด้วย</li>



<li><b>แอสตาแซนธิน (Astaxanthin):</b> สารสีส้มแดงที่เราเห็นในมันกุ้งนั้น คือสารต้านอนุมูลอิสระทรงประสิทธิภาพในกลุ่มแคโรทีนอยด์ มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระที่สูงมาก ช่วยบำรุงผิวพรรณให้ชุ่มชื้น ยืดหยุ่น ดูอ่อนเยาว์ และยังมีส่วนช่วยฟื้นฟูและดูแลความแข็งแรงของกล้ามเนื้อได้เป็นอย่างดี</li>
</ul>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<h2 class="wp-block-heading">เคล็ดลับกินมันกุ้งให้ปลอดภัย ได้สุขภาพดีเต็มร้อย</h2>



<p class="wp-block-paragraph">แม้ว่ามันกุ้งจะมีประโยชน์และสารอาหารที่ดี แต่การกินในปริมาณที่มากเกินไปก็อาจส่งผลเสียได้ ดังนั้น หากอยากฟินกับมันกุ้งแบบเฮลท์ตี้และปลอดภัย ควรปฏิบัติตามคำแนะนำดังนี้ครับ</p>



<ul class="wp-block-list">
<li><b>จำกัดปริมาณที่เหมาะสมต่อวัน:</b> แนะนำให้รับประทานมันกุ้งในปริมาณพอดี โดยปริมาณที่แนะนำสำหรับสายสุขภาพคือประมาณ <b>5-6 ช้อนชาต่อวัน</b> เพื่อให้ร่างกายได้รับไขมันดีและสารอาหารอย่างเพียงพอ โดยไม่ทำให้พลังงานรวมสูงเกินไป</li>



<li><b>ต้องปรุงสุกเสมอ:</b> การกินมันกุ้งดิบหรือกึ่งสุกกึ่งดิบอาจเสี่ยงต่อการปนเปื้อนของเชื้อแบคทีเรียได้ ดังนั้นควรนำไปปรุงสุกผ่านความร้อนก่อนรับประทานเสมอ</li>
</ul><p>The post <a href="https://www.jonessalad.com/%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%9a-%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b8%e0%b9%89%e0%b8%87-%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b8%aa%e0%b9%89%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%a2%e0%b8%b4%e0%b9%89%e0%b8%a1%e0%b9%86-%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%ae%e0%b8%a5%e0%b8%97%e0%b9%8c%e0%b8%95%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%81%e0%b9%87%e0%b8%9f%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%aa%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%9c%e0%b8%b4%e0%b8%94/">เปิดความลับ “มันกุ้ง” ของอร่อยสีส้มเยิ้ม ๆ ที่สายเฮลท์ตี้ก็ฟินได้แบบไม่รู้สึกผิด</a> first appeared on <a href="https://www.jonessalad.com">Jones' Salad Thailand</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>จะเกิดอะไรขึ้น ถ้ากินอะโวคาโดบ่อย ๆ</title>
		<link>https://www.jonessalad.com/%e0%b8%88%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b8%82%e0%b8%b6%e0%b9%89%e0%b8%99-%e0%b8%96%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%82%e0%b8%a7%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b9%82%e0%b8%94%e0%b8%9a%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%86/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=%25e0%25b8%2588%25e0%25b8%25b0%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%25b4%25e0%25b8%2594%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%25b0%25e0%25b9%2584%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%2582%25e0%25b8%25b6%25e0%25b9%2589%25e0%25b8%2599-%25e0%25b8%2596%25e0%25b9%2589%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%25b4%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%25b0%25e0%25b9%2582%25e0%25b8%25a7%25e0%25b8%2584%25e0%25b8%25b2%25e0%25b9%2582%25e0%25b8%2594%25e0%25b8%259a%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%25a2%25e0%25b9%2586</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Itim.Jones]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 02 Nov 2022 07:46:53 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Nutrition]]></category>
		<category><![CDATA[ผลไม้]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://jonessalad.com/?p=6716</guid>

					<description><![CDATA[<p>คนชอบกินอะโวคาโดไม่ผิดหวังครับ นอกจากอร่อย ได้สุขภาพดีแล้ว ยังมีงานวิจัยให้คนน้ำหนักเกินกินเป็นเดือนๆ เพื่อดูผลลัพธ์ด้วยนะ จะเป็นยังไง มาอ่านกันเลยค้าบบบ</p>
<p>The post <a href="https://www.jonessalad.com/%e0%b8%88%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b8%82%e0%b8%b6%e0%b9%89%e0%b8%99-%e0%b8%96%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%82%e0%b8%a7%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b9%82%e0%b8%94%e0%b8%9a%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%86/">จะเกิดอะไรขึ้น ถ้ากินอะโวคาโดบ่อย ๆ</a> first appeared on <a href="https://www.jonessalad.com">Jones' Salad Thailand</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="wp-block-paragraph">คนชอบกินอะโวคาโดไม่ผิดหวังครับ นอกจากอร่อย ได้สุขภาพดีแล้ว ยังมีงานวิจัยให้คนน้ำหนักเกินกินเป็นเดือนๆ เพื่อดูผลลัพธ์ด้วยนะ จะเป็นยังไง มาอ่านกันเลยค้าบบบ</p>



<p class="wp-block-paragraph">โดยบทความนี้จะอ้างอิงจากงานวิจัยให้คนน้ำหนักเกินกินอะโวคาโด 1 ลูก/วัน 6 เดือนติดต่อกัน แล้วพบว่าอะโวคาโดช่วยให้…</p>



<h2 class="wp-block-heading">ช่วยให้น้ำหนักคงที่</h2>



<p class="wp-block-paragraph">แม้กินอะโวคาโดเพิ่ม แต่ค่า BMI กลับไม่เปลี่ยนแปลง คือไม่ทำให้อ้วนขึ้นหรือผอมลง</p>



<h2 class="wp-block-heading">กินเฮลท์ตี้ขึ้น</h2>



<p class="wp-block-paragraph">ผู้เข้าวิจัยเลือกกินอาหารเฮลท์ตี้ขึ้นราว 8%</p>



<h2 class="wp-block-heading">ลอคอเลสเตอรอล</h2>



<p class="wp-block-paragraph">คอเลสเตอรอลของผู้เข้าร่วมวิจัยลดลง 2.9 mg/dL และไขมัน LDL ลดลงเหลือ 2.5 mg/dL.</p><p>The post <a href="https://www.jonessalad.com/%e0%b8%88%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b8%82%e0%b8%b6%e0%b9%89%e0%b8%99-%e0%b8%96%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%82%e0%b8%a7%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b9%82%e0%b8%94%e0%b8%9a%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%86/">จะเกิดอะไรขึ้น ถ้ากินอะโวคาโดบ่อย ๆ</a> first appeared on <a href="https://www.jonessalad.com">Jones' Salad Thailand</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ประโยชน์ลับๆ ของการกินเปลือกผลไม้</title>
		<link>https://www.jonessalad.com/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%82%e0%b8%a2%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b9%8c%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%86-%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%80/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=%25e0%25b8%259b%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25b0%25e0%25b9%2582%25e0%25b8%25a2%25e0%25b8%258a%25e0%25b8%2599%25e0%25b9%258c%25e0%25b8%25a5%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%259a%25e0%25b9%2586-%25e0%25b8%2582%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%2587%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%25b4%25e0%25b8%2599%25e0%25b9%2580</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Itim.Jones]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 02 Nov 2022 04:11:15 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Nutrition]]></category>
		<category><![CDATA[ผลไม้]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://jonessalad.com/?p=6704</guid>

					<description><![CDATA[<p>เปลือกผลไม้ ใครว่าต้องปลอกให้หมด!  เพราะเปลือกผลไม้หลายชนิดมีประโยชน์มากกว่าที่คิดนะ  ซึ่งหลายชนิดลุงโจนส์ก็เพิ่งรู้เหมือนกันว่ามันกินเปลือกได้ด้วย</p>
<p>The post <a href="https://www.jonessalad.com/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%82%e0%b8%a2%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b9%8c%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%86-%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%80/">ประโยชน์ลับๆ ของการกินเปลือกผลไม้</a> first appeared on <a href="https://www.jonessalad.com">Jones' Salad Thailand</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="wp-block-paragraph">เปลือกผลไม้ ใครว่าต้องปลอกให้หมด!  เพราะเปลือกผลไม้หลายชนิดมีประโยชน์มากกว่าที่คิดนะ  ซึ่งหลายชนิดลุงโจนส์ก็เพิ่งรู้เหมือนกันว่ามันกินเปลือกได้ด้วย  วันนี้ลุงจะพาไปดูเหล่าประโยชน์ลับๆที่แอบอยู่ในเปลือกผลไม้กัน  ไปลุยกันเลย!! </p>



<p class="wp-block-paragraph">ส่วนถ้าใครมีเปลือกผลไม้ไหนที่เด็ดกว่านี้หละก็ มาแนะนำกันได้นะค๊าบ</p>



<h2 class="wp-block-heading">เปลือกกล้วย</h2>



<p class="wp-block-paragraph">มีวิตามินเอ ลูทีน ช่วยบำรุงสายตา มีทริปโตเฟนช่วยให้อารมณ์ดี</p>



<h2 class="wp-block-heading">เปลือกส้ม</h2>



<p class="wp-block-paragraph">มีวิตามินซีสูงช่วยเรื่องระบบภูมิคุ้มกัน มีโพแทสเซียมช่วยป้องกันโรคหัวใจ</p>



<h2 class="wp-block-heading">เปลือกกีวี่</h2>



<p class="wp-block-paragraph">มีวิตามินอีสูง ช่วยต้านอนุมูลอิสระ มีโฟเลต ช่วยลดความผิดปกติในสมองของเด็กในครรภ์</p>



<h2 class="wp-block-heading">เปลือกแอปเปิ้ล</h2>



<p class="wp-block-paragraph">มีวิตามินเค ช่วยการแข็งตัวของเลือด มีแคลเซียมช่วยให้กระดูกแข็งแรง</p><p>The post <a href="https://www.jonessalad.com/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%82%e0%b8%a2%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b9%8c%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%86-%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%80/">ประโยชน์ลับๆ ของการกินเปลือกผลไม้</a> first appeared on <a href="https://www.jonessalad.com">Jones' Salad Thailand</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>อาหารเพิ่มไมเกรน vs อาหารลดไมเกรน</title>
		<link>https://www.jonessalad.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%99-vs-%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%25ab%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%25a3%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%259e%25e0%25b8%25b4%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%25a1%25e0%25b9%2584%25e0%25b8%25a1%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%2599-vs-%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%25ab%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%25a3</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Itim.Jones]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 02 Nov 2022 03:21:15 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Nutrition]]></category>
		<category><![CDATA[ปวดหัว]]></category>
		<category><![CDATA[ไมเกรน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://jonessalad.com/?p=6662</guid>

					<description><![CDATA[<p>อาหารเพิ่มไมเกรน สารให้ความหวาน สารให้ความหวานเทียม เป็นทางเลือกที่เพิ่มลงในอาหารและเครื่องดื่มเพื่อเพิ่มความหวาน แต่สารให้ความหวานเหล่านี้อาจทำให้เกิดอาการไมเกรนได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง แอสพา เทม คิดว่าจะทำให้เกิดอาการไมเกรนได้ แอลกอฮอล์ เป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ทั่วไปที่คิดว่าจะทำให้เกิดไมเกรน ตามการศึกษาแหล่งที่เชื่อถือได้ผู้เข้าร่วมที่เป็นไมเกรนมากกว่า 35% รายงานว่าแอลกอฮอล์เป็นหนึ่งในสาเหตุที่พบบ่อยของพวกเขา ดยเฉพาะอย่างยิ่งไวน์แดงถูกรายงานว่าเป็นตัวกระตุ้นมากกว่า 77% ของผู้เข้าร่วมที่รายงานว่า แอลกอฮอล์เป็นตัวกระตุ้นและแอลกอฮอล์อาจทำให้ร่างกายขาดน้ำ ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดอาการปวดศีรษะได้ อาหารแปรรูป เนื้อสัตว์ที่ผ่านการแปรรูปแล้ว รวมถึงเนื้อแปรรูป แฮม ฮอทดอก และไส้กรอก มีไนเตรต ซึ่งช่วยรักษาสีและรสชาติ อาหารเหล่านี้สามารถปล่อยไนตริกออกไซด์เข้าสู่กระแสเลือด ซึ่งเชื่อกันว่าจะช่วยขยายหลอดเลือดในสมอง มีแหล่งที่เชื่อถือได้ที่ไนตริกออกไซด์สามารถก่อให้เกิดหรือมีส่วนทำให้เกิดไมเกรนได้ อาหารรสเค็ม  โดยเฉพาะอาหารแปรรูปที่มีรสเค็ม อาจมีสารกันบูดที่เป็นอันตราย อาจทำให้เกิดอาการไมเกรนในบางคนิและการบริโภคโซเดียมสูงอาจทำให้ความดันโลหิตเพิ่มขึ้น ทำให้เกิดอาการปวดศีรษะหรือไมเกรนได้ อาหารลดไมเกรน แตงโม  แตงโม ช่วยเรื่องปวดศีรษะได้ เพราะแตงโมนอกจากจะเป็นผลไม้ที่มีน้ำมากที่สุด ซึ่งจะช่วยเติมน้ำให้ร่างกายได้ ในกรณีที่อาการปวดศีรษะอาจเกิดจากการที่ร่างกายขาดน้ำ ทำให้ปริมาณออกซิเจนในเลือดลดลง ในแตงโมยังมีแร่ธาตุ เช่น โปแตสเซียมฟอสฟอรัส และแมกนีเซียม ซึ่งเป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายในระบบการทำงาน ข้าวกล้อง  ใครที่มีโรคประจำตัวคือปวดศีรษะไมเกรน แนะนำให้เปลี่ยนจากการรับประทานข้าวขาว มารับประทานข้าวกล้องแทนจะดีมาก เนื่องจากในข้าวกล้องมีวิตามินบีสูงกว่าข้าวขาวถึง 4 เท่า...</p>
<p>The post <a href="https://www.jonessalad.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%99-vs-%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3/">อาหารเพิ่มไมเกรน vs อาหารลดไมเกรน</a> first appeared on <a href="https://www.jonessalad.com">Jones' Salad Thailand</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2 class="wp-block-heading">อาหารเพิ่มไมเกรน</h2>



<h3 class="wp-block-heading">สารให้ความหวาน</h3>



<p class="wp-block-paragraph">สารให้ความหวานเทียม เป็นทางเลือกที่เพิ่มลงในอาหารและเครื่องดื่มเพื่อเพิ่มความหวาน แต่สารให้ความหวานเหล่านี้อาจทำให้เกิดอาการไมเกรนได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง แอสพา เทม คิดว่าจะทำให้เกิดอาการไมเกรนได้</p>



<h3 class="wp-block-heading">แอลกอฮอล์</h3>



<p class="wp-block-paragraph">เป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ทั่วไปที่คิดว่าจะทำให้เกิดไมเกรน ตามการศึกษาแหล่งที่เชื่อถือได้ผู้เข้าร่วมที่เป็นไมเกรนมากกว่า 35% รายงานว่าแอลกอฮอล์เป็นหนึ่งในสาเหตุที่พบบ่อยของพวกเขา </p>



<p class="wp-block-paragraph">ดยเฉพาะอย่างยิ่งไวน์แดงถูกรายงานว่าเป็นตัวกระตุ้นมากกว่า 77% ของผู้เข้าร่วมที่รายงานว่า แอลกอฮอล์เป็นตัวกระตุ้นและแอลกอฮอล์อาจทำให้ร่างกายขาดน้ำ ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดอาการปวดศีรษะได้</p>



<h3 class="wp-block-heading">อาหารแปรรูป</h3>



<p class="wp-block-paragraph">เนื้อสัตว์ที่ผ่านการแปรรูปแล้ว รวมถึงเนื้อแปรรูป แฮม ฮอทดอก และไส้กรอก มีไนเตรต ซึ่งช่วยรักษาสีและรสชาติ อาหารเหล่านี้สามารถปล่อยไนตริกออกไซด์เข้าสู่กระแสเลือด ซึ่งเชื่อกันว่าจะช่วยขยายหลอดเลือดในสมอง มีแหล่งที่เชื่อถือได้ที่ไนตริกออกไซด์สามารถก่อให้เกิดหรือมีส่วนทำให้เกิดไมเกรนได้</p>



<h3 class="wp-block-heading">อาหารรสเค็ม </h3>



<p class="wp-block-paragraph">โดยเฉพาะอาหารแปรรูปที่มีรสเค็ม อาจมีสารกันบูดที่เป็นอันตราย อาจทำให้เกิดอาการไมเกรนในบางคนิและการบริโภคโซเดียมสูงอาจทำให้ความดันโลหิตเพิ่มขึ้น ทำให้เกิดอาการปวดศีรษะหรือไมเกรนได้</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<h2 class="wp-block-heading">อาหารลดไมเกรน</h2>



<h3 class="wp-block-heading">แตงโม </h3>



<p class="wp-block-paragraph">แตงโม ช่วยเรื่องปวดศีรษะได้ เพราะแตงโมนอกจากจะเป็นผลไม้ที่มีน้ำมากที่สุด ซึ่งจะช่วยเติมน้ำให้ร่างกายได้ ในกรณีที่อาการปวดศีรษะอาจเกิดจากการที่ร่างกายขาดน้ำ ทำให้ปริมาณออกซิเจนในเลือดลดลง</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในแตงโมยังมีแร่ธาตุ เช่น โปแตสเซียมฟอสฟอรัส และแมกนีเซียม ซึ่งเป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายในระบบการทำงาน</p>



<h3 class="wp-block-heading">ข้าวกล้อง </h3>



<p class="wp-block-paragraph">ใครที่มีโรคประจำตัวคือปวดศีรษะไมเกรน แนะนำให้เปลี่ยนจากการรับประทานข้าวขาว มารับประทานข้าวกล้องแทนจะดีมาก เนื่องจากในข้าวกล้องมีวิตามินบีสูงกว่าข้าวขาวถึง 4 เท่า ซึ่งจะช่วยบำรุงระบบประสาทและรักษาสมดุลของสมอง</p>



<p class="wp-block-paragraph">อีกทั้งข้าวกล้องยังอุดมไปด้วยสารอาหารและแร่ธาตุที่สำคัญอย่าง แมกนีเซียม กรดโฟเลท ธาตุเหล็ก แมงกานีส และ ซิลิเนียม ซึ่งจะช่วยเรื่องการไหลเวียนเลือดในร่างกาย ลดความรุนแรงของอาการปวดหัวได้ ในข้าวกล้องยังมีไฟเบอร์สูง ถึง 1.1 กรัมต่อข้าวกล้อง 55 กรัม ที่ช่วยลดความเสี่ยงโรคมะเร็งลำไส้ได้อีกด้วย </p>



<h3 class="wp-block-heading">ปลาแซลมอน </h3>



<p class="wp-block-paragraph">ไม่เพียงแต่ปลาแซลมอนเท่านั้น แต่ในปลาทะเลทุกชนิด แม้แต่ปลาทู หรือปลาซาร์ดีน ก็อุดมไปด้วยไขมันโอเมก้า 3 ซึ่งมีคุณสมบัติลดอาการปวด อาการอักเสบ และช่วยเสริมการทำงานของระบบประสาท มีการศึกษาพบว่า การทานโอเมก้า 3 เป็นประจำในปริมาณที่เพียงพอ ช่วยลดความถี่ของการปวดหัวไมเกรนลงได้</p>



<h3 class="wp-block-heading">ใบบัวบก </h3>



<p class="wp-block-paragraph">ได้ยินกันมัยว่า น้ำใบบัวบกช่วยแก้ช้ำใน ความจริงแล้วมันคือการลดอาการร้อนใน หรือลดภาวะเลือดข้นไหลเวียนไม่ดีนั่นเอง นั่นหมายถึงว่าคนที่มีอาการปวดศีรษะบ่อยๆ เพราะเลือดไม่ไหลเวียน ร้อนใน ดื่มน้ำน้อย หรือมีภาวะความดันสูง การกินใบบัวบกจะช่วยลดภาวะร้อนใน ช่วยให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น</p>



<p class="wp-block-paragraph">และยังมีสารที่ออกฤทธิ์กับสมอง ลดความเครียด ความวิตกกังวล มีสารต้านอนุมูลอิสระ สร้างสมดุลสื่อประสาท ทำงานคล้ายคุณสมบัติของใบแปะก๊วยเลยทีเดียว การดื่มน้ำใบบัวบกนั้นไม่ง่าย เพราะเป็นพืชที่มีรสขมนิดๆ แต่อาจผสมน้ำผึ้งเล็กน้อยจะช่วยให้ดื่มได้ง่ายขึ้น</p><p>The post <a href="https://www.jonessalad.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%99-vs-%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3/">อาหารเพิ่มไมเกรน vs อาหารลดไมเกรน</a> first appeared on <a href="https://www.jonessalad.com">Jones' Salad Thailand</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>อาหารที่ทำให้รักแร้เปียก vs อาหารที่ทำให้รักแร้แห้ง</title>
		<link>https://www.jonessalad.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b9%81%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b5/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%25ab%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%2597%25e0%25b8%25b5%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%2597%25e0%25b8%25b3%25e0%25b9%2583%25e0%25b8%25ab%25e0%25b9%2589%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%2581%25e0%25b9%2581%25e0%25b8%25a3%25e0%25b9%2589%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%259b%25e0%25b8%25b5</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Itim.Jones]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 20 Oct 2022 07:10:51 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Nutrition]]></category>
		<category><![CDATA[รักแร้]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://jonessalad.com/?p=6658</guid>

					<description><![CDATA[<p>รักแร้เปียกนั้น อาจดูเป็นเรื่องธรรมดามาก สำหรับคนไทยที่อยู่ในเมืองร้อนอบอ้าว แต่ถ้ามันจะไหลหลากจนเป็นน้ำตก ขนาดนี้ ก็ไม่ไหวจะเคลียร์</p>
<p>The post <a href="https://www.jonessalad.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b9%81%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b5/">อาหารที่ทำให้รักแร้เปียก vs อาหารที่ทำให้รักแร้แห้ง</a> first appeared on <a href="https://www.jonessalad.com">Jones' Salad Thailand</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="wp-block-paragraph">รักแร้เปียกนั้น อาจดูเป็นเรื่องธรรมดามาก สำหรับคนไทยที่อยู่ในเมืองร้อนอบอ้าว แต่ถ้ามันจะไหลหลากจนเป็นน้ำตก ขนาดนี้ ก็ไม่ไหวจะเคลียร์ เพราะเหงื่อที่รักแร้นั้น ไม่เพียงแต่จะทำให้เหนอะหนะ แต่ยังเป็นต้นตอของกลิ่นกาย ที่ทำให้เพื่อนๆสูญเสียความมั่นใจกันอีกด้วย&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">โดยวันนี้ลุงไปพบงานวิจัย ที่ชี้ว่าการรับประทานอาหารบางชนิดนั้น อาจเป็นปัจจัยในการเพิ่ม ปริมาณเหงื่อ หรือลดปริมาณเหงื่อกันได้เลยทีเดียว</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<h2 class="wp-block-heading">รักแร้เหม็นเกิดจากอะไร?</h2>



<p class="wp-block-paragraph">ร่างกายของคุณเต็มไปด้วยต่อมเหงื่อเพราะเหงื่อออกเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้เราเย็นลง</p>



<p class="wp-block-paragraph">ต่อมเหงื่อมี 2 ประเภทหลัก: eccrine และ apocrine</p>



<p class="wp-block-paragraph">ต่อม Eccrine: ต่อมเหล่านี้ครอบคลุมร่างกายส่วนใหญ่และเปิดออกตรงบนผิวหนัง</p>



<p class="wp-block-paragraph">ต่อม Apocrine: สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นในบริเวณที่มีรูขุมขนจำนวนมาก เช่น ขาหนีบและรักแร้ แทนที่จะเปิดออกสู่ผิว ต่อม Apocrine จะหลั่งเข้าไปในรูขุมขนแล้วออกสู่ผิว</p>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อร่างกายของเราร้อนขึ้น ต่อมเอคครีนจะปล่อยเหงื่อที่ทำให้ร่างกายของเราเย็นลง โดยทั่วไปแล้วจะไม่มีกลิ่นจนกว่าแบคทีเรียบนผิวหนังของคุณจะเริ่มสลายตัว อาหารและเครื่องดื่มบางชนิดที่เรากินเข้าไป รวมทั้งยาบางชนิด อาจทำให้เหงื่อเอคครินส่งกลิ่นเหม็นได้</p>



<p class="wp-block-paragraph">ต่อม Apocrine ทำงานภายใต้ความเครียดเป็นหลัก โดยจะหลั่งของเหลวที่ไม่มีกลิ่นออกมา ของเหลวนี้เริ่มมีกลิ่นเมื่อสัมผัสกับแบคทีเรียบนผิวหนังของเรา ต่อมเหล่านี้จะเริ่มทำงานช่วงวัยรุ่น ซึ่งเป็นสาเหตุที่มักจะเป็นเวลาที่ผู้คนเริ่มสังเกตเห็นกลิ่นตัว</p>



<p class="wp-block-paragraph">แม้ว่าเป็นเรื่องปกติ แต่บางคนก็มีเหงื่อออกมากกว่าปกติ ภาวะนี้เรียกว่าภาวะเหงื่อออกมาก (Hyperhidrosis) ผู้ที่เป็นโรคเหงื่อออกมากจะมีเหงื่อออกมากเกินไป โดยเฉพาะจากมือ เท้า และรักแร้ หากแพทย์คิดว่าเราอาจมีอาการเหล่านี้ สามารถทำการทดสอบ เพื่อยืนยันการวินิจฉัยและให้การรักษาได้</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<h2 class="wp-block-heading">อาหารช่วยลดเหงื่อให้รักแร้</h2>



<h3 class="wp-block-heading">น้ำ</h3>



<p class="wp-block-paragraph">วิธีควบคุมอาหารที่ง่ายที่สุดวิธีหนึ่งคือการดื่มน้ำ แต่การดื่มน้ำปริมาณมากจะทำให้ขับเหงื่อออกมากเกินไป เมื่อร่างกายของเราได้รับน้ำเพียงพอ ร่างกายเราไม่จำเป็นต้องทำงานหนักเพื่อควบคุมอุณหภูมิของร่างกาย ทำงานน้อยลง = เหงื่อออกน้อยลง เรียบง่ายแต่ได้ผล</p>



<h3 class="wp-block-heading">นมไขมันต่ำหรือนมพร่องมันเนย</h3>



<p class="wp-block-paragraph">นมครีมเต็มครีมที่คุณชอบจิ้มโอรีโอหรือราดน้ำผึ้ง อาจเพิ่มปัญหาเรื่องเหงื่อได้ การเปลี่ยนนมผงรสอร่อยของเราเป็นนมพร่องมันเนยอาจเป็นการปรับ แต่คุ้มค่าเมื่อรักแร้ของเราไม่เปียกเหมือนซีเรียลตอนเช้า</p>



<h3 class="wp-block-heading">อาหารที่อุดมด้วยแคลเซียม</h3>



<p class="wp-block-paragraph">แคลเซียมก็เหมือนกับสารอาหารที่จำเป็นอื่นๆ ที่ช่วยให้เรามีสุขภาพแข็งแรง แต่ยังสามารถขับเหงื่อได้ช้าลง การบริโภคอาหารที่อุดมด้วยแคลเซียมในปริมาณที่ดีต่อสุขภาพ เราจะได้รับสารอาหารที่ร่างกายต้องการ เพื่อปรับสมดุล ควบคุมอุณหภูมิและลดเหงื่อ อาหารที่มีแคลเซียมสูง&nbsp; เช่น โยเกิร์ตไขมันต่ำ เชดดาร์ชีส คอตเทจชีส อัลมอนด์ ถั่วอบ คะน้าและกระหล่ำปลี</p>



<h3 class="wp-block-heading">ผลไม้และผักที่อิ่มน้ำ</h3>



<p class="wp-block-paragraph">การรับประทานอาหารที่สมดุลและดีต่อสุขภาพ จะสามารถควบคุมเหงื่อได้ ผักและผลไม้มีวิตามินที่หลากหลายและเต็มไปด้วยน้ำ ผลไม้และผักช่วยให้ผอม (เรารู้ว่าหลายคนชอบ เยลลี่ โรล และเบียร์ แต่ของเหล่านี้มีส่วนทำให้เหงื่อออกและไม่สบายตัว) ช่วยในการย่อยอาหาร และทำให้ผิวชุ่มชื้น สิ่งเหล่านี้มีส่วนทำให้เหงื่อออกน้อยลง</p>



<h3 class="wp-block-heading">น้ำมันมะกอก</h3>



<p class="wp-block-paragraph">ยิ่งร่างกายของเราทำงานย่อยอาหารบางชนิดมากเท่าไหร่ เราก็ยิ่งมีเหงื่อออกมากเท่านั้น น้ำมันมะกอกทำงานร่วมกับระบบย่อยอาหาร ทำให้ร่างกายสามารถย่อยได้อย่างง่ายดาย ย่อยน้อยมักจะหมายถึงเหงื่อที่น้อยลง และอนาคตแทนที่น้ำมันพืชด้วยน้ำมันมะกอกที่ดีต่อสุขภาพ ผลข้างเคียงอื่น ๆ ได้แก่ ความดันโลหิตที่แข็งแรง และคอเลสเตอรอลที่ลดลง</p>



<h3 class="wp-block-heading">วิตามินบี</h3>



<p class="wp-block-paragraph">เช่นเดียวกับรถยนต์ ร่างกายของเราจะวิ่งได้ราบรื่นขึ้น เมื่อได้รับการบำรุงรักษาอย่างเหมาะสม น้ำมันเชื้อเพลิงคุณภาพสูง น้ำมันเครื่อง การเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องเป็นประจำช่วยป้องกันไม่ให้รถร้อนเกินไป ทำงานหนักเกินไป และเกิดการเสียหายในที่สุด วิตามินบีมีผลเช่นเดียวกันกับร่างกายของเรา ช่วยให้ร่างกายทำหน้าที่เผาผลาญพลังงานและช่วยระบบสื่อสารระหว่างเส้นประสาทต่างๆได้ดี</p>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อไม่ได้รับวิตามินบีที่จำเป็นเหล่านี้ ร่างกายต้องทำงานหนักขึ้น ซึ่งอาจทำให้เราเหงื่อออกมากขึ้น หยิบวิตามินบีหรือธัญพืชเต็มเมล็ด โปรตีน และผักให้เต็มจานเพื่อให้ร่างกายทำงานได้ในระดับที่เหมาะสมที่สุด</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<h2 class="wp-block-heading">อาหารทำให้รักแร้มีเหงื่อ</h2>



<h3 class="wp-block-heading">กระเทียมและหัวหอม</h3>



<p class="wp-block-paragraph">มีกรดซัลฟิวริกสูง น้ำมันที่ออกมากจากหัวหอมผสมกับเหงื่อที่เป็นไขมันแล้วจะปล่อยออกมาตรงต่อมไร้ท่อหรือผิวหนัง กลิ่นที่แรงจากกระเทียมและหัวหอมทำให้เกิดกลิ่นตัวในต่อมไร้ท่อ</p>



<p class="wp-block-paragraph">กระเทียมและหัวหอมยังอาจทำให้เกิดกลิ่นปาก การปรุงหัวหอม อาจช่วยลดการเกิดกลิ่นตัวได้</p>



<h3 class="wp-block-heading">มันหวาน</h3>



<p class="wp-block-paragraph">มันหวานอุดมไปด้วยวิตามินที่จำเป็นและสามารถช่วยให้ผ่อนคลายอารมณ์ เมื่อร่างกายผ่อนคลายหรือไม่รู้สึกเครียด ช่วยให้ต่อมเหงื่อลดการผลิตเหงื่อให้น้อยลง</p>



<h3 class="wp-block-heading">อาหารรสเผ็ดร้อน&nbsp;</h3>



<p class="wp-block-paragraph">เช่น พริก พริกนั้นมีสารให้ความเผ็ดที่เรียกว่า แคปไซซิน (Capsaicin) ซึ่งเมื่อรับประทานเข้าไปในปริมาณมาก จะทำให้เหงื่อออกเยอะกว่าปกติ</p>



<p class="wp-block-paragraph">ถ้านึกถึงความเผ็ด คนไทยส่วนใหญ่จะนึกถึงความเผ็ดของพริก แต่ยังมีเครื่องเทศอีกหลายอย่างที่มีรสเผ็ดร้อน ทั้งของไทยและต่างประเทศ เช่น กานพลู พริกไทย ยี่หร่า จันทน์เทศ ซินนามอน เป็นต้น</p>



<h3 class="wp-block-heading">กาแฟ</h3>



<p class="wp-block-paragraph">ในกาแฟมีสารคาเฟอีน คาเฟอีนส่งผลกระทบต่อทุกคนแตกต่างกัน ซึ่งข้อดีของคาเฟอีน คือ เป็นตัวช่วยสำคัญในการตื่นตัว ลดความเหนื่อยล้า และเพิ่มสมาธิ ในการทำงานสำหรับมนุษย์เงินเดือน แต่คาเฟอีน ก็มีข้อเสียสำหรับบางคนอาจไวต่อคาเฟอีนมากกว่าคนทั่วไป</p>



<p class="wp-block-paragraph">คาเฟอีนส่งผลต่อการทำงานของเอมไซม์ในหัวใจ รวมถึงสามารถกระตุ้นการหลั่งสารอะดรีนาลีน ทำให้หัวใจบีบตัวแรงเร็วขึ้น ดังนั้นในบางครั้งผู้ที่ทานคาเฟอีนจึงรู้สึกกระวนกระวายใจ หงุดหงิด ใจสั่น มีอัตราการเต้นของหัวใจที่เพิ่มขึ้น จะทำให้ร่างกายขับเหงื่อออกมามากกว่าปกตินั่นเอง</p>



<h3 class="wp-block-heading">ของหวาน</h3>



<p class="wp-block-paragraph">พูดถึงของหวาน แน่นอนต้องมีน้ำตาลเป็นผสมหลักในปริมาณที่มาก เมื่อน้ำตาลเข้าสู่ปาก จะถูกเปลี่ยนให้เป็นน้ำตาลกลูโคส แล้วเข้าสู่เนื้อเยื่อต่างๆ ของร่างกาย เพื่อเผาผลาญเป็นพลังงาน จึงทำเหงื้อขับออกมาเยอะ</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<h2 class="wp-block-heading">ปัจจัยอื่นที่ทำให้กระตุ้นเหงื่อ</h2>



<h3 class="wp-block-heading">ขนรักแร้</h3>



<p class="wp-block-paragraph">การโกนหรือแว็กซ์รักแร้ลดกลิ่นรักแร้ลงอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากการทำความสะอาดจะมีประสิทธิภาพมากกว่ากับผิวที่โกนหรือแว็กซ์</p>



<h3 class="wp-block-heading">การสูบบุหรี่</h3>



<p class="wp-block-paragraph">ในบุหรี่ มีสารนิโคติน สารนิโคตินจากบุหรี่ที่สูบเข้าไป เหมือนกันกับคาเฟอีน จะทำให้อุณหภูมิร่างกายสูงขึ้น ทำให้หัวใจเต้นเร็วขึ้น และทำให้ต่อมเหงื่อทำงาน</p><p>The post <a href="https://www.jonessalad.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b9%81%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b5/">อาหารที่ทำให้รักแร้เปียก vs อาหารที่ทำให้รักแร้แห้ง</a> first appeared on <a href="https://www.jonessalad.com">Jones' Salad Thailand</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เรื่องราวของนมข้นจืด</title>
		<link>https://www.jonessalad.com/%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%88%e0%b8%b7%e0%b8%94/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25b7%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%2587%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%25a7%25e0%25b8%2582%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%2587%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%25a1%25e0%25b8%2582%25e0%25b9%2589%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%2588%25e0%25b8%25b7%25e0%25b8%2594</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Itim.Jones]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 10 Feb 2022 06:25:52 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Nutrition]]></category>
		<category><![CDATA[นมข้นจืด]]></category>
		<category><![CDATA[อาหาร]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://jonessalad.com/?p=6517</guid>

					<description><![CDATA[<p>บางคนคิดว่าการเติมนมข้นจืดลงไปในเมนูอาหารที่เราชื่นชอบอาจไม่จำเป็นต้องใส่ก็ได้ ใส่นมจืดหรือวัตถุดิบอื่นทดแทนก็น่าจะอร่อยได้เหมือนกัน</p>
<p>The post <a href="https://www.jonessalad.com/%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%88%e0%b8%b7%e0%b8%94/">เรื่องราวของนมข้นจืด</a> first appeared on <a href="https://www.jonessalad.com">Jones' Salad Thailand</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="wp-block-paragraph">บางคนคิดว่าการเติมนมข้นจืดลงไปในเมนูอาหารที่เราชื่นชอบอาจไม่จำเป็นต้องใส่ก็ได้ ใส่นมจืดหรือวัตถุดิบอื่นทดแทนก็น่าจะอร่อยได้เหมือนกัน </p>



<p class="wp-block-paragraph">แต่จริง ๆ แล้ว หากเราอยากให้เมนูอาหารที่เราชอบเข้มข้นและกลมกล่อม ไม่ว่าจะเป็นเครื่องดื่ม เบเกอรี่ อาหารคาว โดยเฉพาะเมนูแกงไทย</p>



<p class="wp-block-paragraph">คงหาอะไรมาแทนนมข้นจืดได้ยาก เพราะในปริมาณที่เท่ากันนมข้นจืดมีความเข้มข้นมากกว่านมธรรมดาถึง 2 เท่า และประกอบด้วยไขมันไม่อิ่มตัวที่ดีต่อร่างกาย ทำให้อาหารอร่อย เข้มข้น กลมกล่อมแล้ว ยังเฮลตี้อีกด้วยนะ</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<figure class="wp-block-image aligncenter"><img decoding="async" width="640" height="800" src="https://jonessalad.com/wp-content/uploads/2022/02/LINE_ALBUM_220207_4-640x800.jpg" alt="" class="wp-image-6519" srcset="https://www.jonessalad.com/wp-content/uploads/2022/02/LINE_ALBUM_220207_4-640x800.jpg 640w, https://www.jonessalad.com/wp-content/uploads/2022/02/LINE_ALBUM_220207_4-320x400.jpg 320w, https://www.jonessalad.com/wp-content/uploads/2022/02/LINE_ALBUM_220207_4-768x960.jpg 768w, https://www.jonessalad.com/wp-content/uploads/2022/02/LINE_ALBUM_220207_4.jpg 1638w" sizes="(max-width: 640px) 100vw, 640px" /></figure>



<p class="wp-block-paragraph">วัตถุดิบที่นำมาทำเป็นนมข้นจืด มาจากนมผงและน้ำมันปาล์มซึ่งเป็นไขมันดี ผสมกับน้ำเพื่อให้ได้น้ำนมที่เข้มข้นกลมกล่อม จากนั้นนำน้ำนมที่ได้มาผ่านความร้อนเพื่อให้โปรตีนคงตัว แล้วนำไประเหยน้ำออกเพื่อเพิ่มความเข้มข้นให้นมอีกที แล้วเข้าสู่กระบวนการบรรจุลงกระป๋องหรือกล่อง ตามด้วยการฆ่าเชื้อเพื่อยืดอายุในการเก็บรักษาได้นานขึ้นถึง 1 ปีเลยทีเดียว จึงกลายเป็นนมข้นจืดอย่างที่เราเห็นกัน</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<figure class="wp-block-image aligncenter"><img decoding="async" width="640" height="800" src="https://jonessalad.com/wp-content/uploads/2022/02/LINE_ALBUM_220207_3-640x800.jpg" alt="" class="wp-image-6520" srcset="https://www.jonessalad.com/wp-content/uploads/2022/02/LINE_ALBUM_220207_3-640x800.jpg 640w, https://www.jonessalad.com/wp-content/uploads/2022/02/LINE_ALBUM_220207_3-320x400.jpg 320w, https://www.jonessalad.com/wp-content/uploads/2022/02/LINE_ALBUM_220207_3-768x960.jpg 768w, https://www.jonessalad.com/wp-content/uploads/2022/02/LINE_ALBUM_220207_3.jpg 1638w" sizes="(max-width: 640px) 100vw, 640px" /></figure>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>ในนมข้นจืดปริมาณ 100 กรัม ประกอบด้วย:</strong></p>



<p class="wp-block-paragraph"><em>พลังงาน 122 กรัม</em></p>



<p class="wp-block-paragraph"><em>โปรตีน 4.2 กรัม</em></p>



<p class="wp-block-paragraph"><em>น้ำตาล 7 กรัม</em></p>



<p class="wp-block-paragraph"><em>ไขมัน 6 กรัม</em></p>



<p class="wp-block-paragraph">*อ้างอิงข้อมูลโภชนาการ: ผลิตภัณฑ์นมข้นจืดคาร์เนชัน</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<figure class="wp-block-gallery has-nested-images columns-default is-cropped wp-block-gallery-1 is-layout-flex wp-block-gallery-is-layout-flex">
<figure class="wp-block-image aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" width="640" height="800" data-id="6521" src="https://www.jonessalad.com/wp-content/uploads/2022/02/LINE_ALBUM_220207_2-640x800.jpg" alt="" class="wp-image-6521" srcset="https://www.jonessalad.com/wp-content/uploads/2022/02/LINE_ALBUM_220207_2-640x800.jpg 640w, https://www.jonessalad.com/wp-content/uploads/2022/02/LINE_ALBUM_220207_2-320x400.jpg 320w, https://www.jonessalad.com/wp-content/uploads/2022/02/LINE_ALBUM_220207_2-768x960.jpg 768w, https://www.jonessalad.com/wp-content/uploads/2022/02/LINE_ALBUM_220207_2.jpg 1638w" sizes="auto, (max-width: 640px) 100vw, 640px" /></figure>
</figure>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>ลักษณะของนม</strong></p>



<p class="wp-block-paragraph">นมจืด: จะมีลักษณะเนื้อนมเหลว หอมมันในแบบนมสด</p>



<p class="wp-block-paragraph">นมข้นจืด: จะมีลักษณะเนื้อนมเข้มข้น หอมมันมากกว่านมจืด</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>จุดเด่นของนม</strong></p>



<p class="wp-block-paragraph">นมจืด: ข้อดีคือพร้อมดื่มได้ทันที</p>



<p class="wp-block-paragraph">นมข้นจืด: สามารถนำไปชงกับเครื่องดื่ม ทำเบเกอรี่ รวมถึงอาหารคาว โดยเฉพาะเมนูแกงไทย</p>



<p class="wp-block-paragraph">โดยปกติแล้ว นมข้นจืดจะมีเข้มข้นมากกว่านมจืดถึง 2 เท่า เมื่อนำนมข้นจืดมาเติมน้ำ 1 เท่า จะมีความเข้มข้นเท่ากับนมสดทั่วไป เหมาะกับเมนูที่เน้นความหอมมัน</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<figure class="wp-block-image aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" width="640" height="800" src="https://jonessalad.com/wp-content/uploads/2022/02/LINE_ALBUM_220207_1-640x800.jpg" alt="" class="wp-image-6522" srcset="https://www.jonessalad.com/wp-content/uploads/2022/02/LINE_ALBUM_220207_1-640x800.jpg 640w, https://www.jonessalad.com/wp-content/uploads/2022/02/LINE_ALBUM_220207_1-320x400.jpg 320w, https://www.jonessalad.com/wp-content/uploads/2022/02/LINE_ALBUM_220207_1-768x960.jpg 768w, https://www.jonessalad.com/wp-content/uploads/2022/02/LINE_ALBUM_220207_1.jpg 1638w" sizes="auto, (max-width: 640px) 100vw, 640px" /></figure>



<p class="wp-block-paragraph">เรามักนำนมข้นจืดไปทำในเมนูอาหารหลายอย่างมากมาย เช่น</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ใช้ในการหมักเนื้อสัตว์ ให้มีความหอมนุ่ม</li>



<li>ใช้ในการประกอบอาหารคาว ประเภทต้ม ผัด แกง ทอด</li>



<li>ใช้เป็นส่วนประกอบในการทำขนม เมนูเบเกอรี่ รวมถึงเครื่องดื่ม</li>



<li>เมื่อนำไข่ที่ผสมกับนมข้นจืดไปตุ๋น จะได้เมนูไข่ตุ๋นนุ่มนมๆ ที่มีเนื้อเนียนนุ่มหอมละมุน</li>



<li>เมื่อนำกุ้งและเครื่องต้มยำผสมกับนมข้นจืด จะได้เมนูต้มยำกุ้งน้ำข้น ที่มีความเข้มข้นถึงเครื่องต้มยำและสีสวยน่ากิน</li>



<li>เมื่อหมักหมูด้วยนมข้นจืดที่จะนำไปปิ้ง จะได้เมนูหมูปิ้งนมสด ที่มีเนื้อนุ่มอร่อย หอมมัน</li>



<li>เมื่อนำเครื่องแกงผสมกับนมข้นจืด จะได้เมนูแกงเขียว ที่มีความเข้มข้นถึงรสชาติเครื่องแกง</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">จะเห็นว่าเมื่อเรานำนมข้นจืดไปทำกับเมนูอาหารไหน ยังไงก็อร่อย กลมกล่อม หอมมัน แถมคงความเฮลตี้เพราะน้ำตาลในนมข้นจืดค่อนข้างต่ำ และมีความมันไม่อิ่มตัวที่ดีต่อสุขภาพ รู้อย่างนี้แล้ว ใครที่กำลังโหยหาความเข้มข้นกลมกล่อมจากอาหารที่ชอบ ควรต้องมีนมข้นจืดติดบ้านไว้แล้วล่ะครับ</p><p>The post <a href="https://www.jonessalad.com/%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%88%e0%b8%b7%e0%b8%94/">เรื่องราวของนมข้นจืด</a> first appeared on <a href="https://www.jonessalad.com">Jones' Salad Thailand</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>อยากอึทุกวันต้องทำยังไง</title>
		<link>https://www.jonessalad.com/%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%b6%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%81%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%a2%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%84/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%25a2%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%25b6%25e0%25b8%2597%25e0%25b8%25b8%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%25a7%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%2595%25e0%25b9%2589%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%2587%25e0%25b8%2597%25e0%25b8%25b3%25e0%25b8%25a2%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%2587%25e0%25b9%2584</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Itim.Jones]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 01 Jun 2021 04:33:57 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Nutrition]]></category>
		<category><![CDATA[ขับถ่าย]]></category>
		<category><![CDATA[ท้องผูก]]></category>
		<category><![CDATA[ไฟเบอร์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://jonessalad.com/?p=6231</guid>

					<description><![CDATA[<p>วันนี้คุณอึแล้วหรือยัง? รู้ไหมว่าคนเรามีนิสัยการอึไม่เหมือนกัน จากการสำรวจพบว่า คนส่วนใหญ่ก็มักจะอึกันวันละครั้ง คิดเป็น 47.7%</p>
<p>The post <a href="https://www.jonessalad.com/%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%b6%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%81%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%a2%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%84/">อยากอึทุกวันต้องทำยังไง</a> first appeared on <a href="https://www.jonessalad.com">Jones' Salad Thailand</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="wp-block-paragraph">วันนี้คุณอึแล้วหรือยัง? รู้ไหมว่าคนเรามีนิสัยการอึไม่เหมือนกัน จากการสำรวจพบว่า คนส่วนใหญ่ก็มักจะอึกันวันละครั้ง คิดเป็น 47.7%, คนอึวันละสองครั้ง คิดเป็น 28%, คนอึวันเว้นวัน คิดเป็น 11.1%, คนอึวันละ 3 ครั้งขึ้นไป คิดเป็น 7.6% และคนอึน้อยกว่าสัปดาห์ละ 2 ครั้ง คิดเป็น 5.6% </p>



<p class="wp-block-paragraph">แล้วคุณล่ะอึบ่อยแค่ไหน?</p>



<figure class="wp-block-image aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" width="1097" height="800" src="https://jonessalad.com/wp-content/uploads/2021/06/Poo-1-1097x800.jpg" alt="" class="wp-image-6232" srcset="https://www.jonessalad.com/wp-content/uploads/2021/06/Poo-1-1097x800.jpg 1097w, https://www.jonessalad.com/wp-content/uploads/2021/06/Poo-1-549x400.jpg 549w, https://www.jonessalad.com/wp-content/uploads/2021/06/Poo-1-768x560.jpg 768w, https://www.jonessalad.com/wp-content/uploads/2021/06/Poo-1.jpg 1240w" sizes="auto, (max-width: 1097px) 100vw, 1097px" /></figure>



<p class="wp-block-paragraph">แต่ยังไงอึน้อยอึมาก ไม่เท่าอึออกมาแล้วปกติไหมนะ?&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ลองเช็คกันดูจ้าว่าถ้าเราอึปกติดี อึนั้นจะยาวจนมีลักษณะคล้ายไส้กรอกแต่มีผิวแตกแห้ง หรืออาจเป็นก้อนนิ่มผิวเรียบ โดยอึไม่เกิน 3 ครั้งต่อวัน และไม่น้อยกว่าสัปดาห์ละ 3 ครั้ง ถ้าเรามีพฤติกรรมการอึแบบนี้แสดงว่าอึปกติ สุขภาพการขับถ่ายดีมากจ้า</p>



<p class="wp-block-paragraph">ส่วนอึไม่ปกตินั้นแบ่งเป็น 2 ประเภทคือ ท้องผูกและท้องเสีย สำหรับท้องผูกนั้น อึจะมีลักษณะเป็นเม็ดแข็งเล็ก ๆ ลักษณะคล้ายกระสุน หรืออาจเป็นอึยาวแต่มีผิวขรุขระ และอึน้อยกว่า 3 ครั้งต่อสัปดาห์ อย่างนี้เรียกว่าเป็นคนท้องผูก ทำให้อาจเสี่ยงต่อการเป็นโรคริดสีดวง เพราะอึที่แข็ง ๆ คม ๆ สามารถทำให้ทวารหนักฉีกขาดได้ วิธีแก้ท้องผูกคือ รับประทานอาหารที่มีไฟเบอร์สูง เช่น มะละกอสุก กล้วยสุก หรือธัญพืชต่าง ๆ และดื่มน้ำให้เยอะ ๆ&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">สำหรับท้องเสียนั้น อึจะมีลักษณะนิ่มเหลว ไม่เป็นก้อนเดียว เป็นเนื้อปนน้ำ หรืออาจเป็นน้ำล้วน ๆ และอึแบบนี้มากกว่าวันละ 3 ครั้ง โดยหลังจากท้องเสียไม่ควรกินอาหารในอีก 2-4 ชั่วโมง เพื่อหยุดการทำงานของลำไส้ชั่วคราว ให้ดื่มน้ำเกลือแร่เพื่อชดเชยเกลือแร่ที่สูญเสียไปในการขับถ่าย ที่สำคัญคือ ห้ามกินยาแก้ท้องเสียที่ทำให้หยุดถ่ายโดยเด็ดขาด เพราะแม้ตัวยาจะทำให้ร่างกายหยุดถ่าย แต่เชื้อโรคและอึที่ค้างอยู่ภายในลำไส้ก็ยังคงอยู่</p>



<figure class="wp-block-image aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" width="1170" height="800" src="https://jonessalad.com/wp-content/uploads/2021/06/Poo-2-1170x800.jpg" alt="" class="wp-image-6233" srcset="https://www.jonessalad.com/wp-content/uploads/2021/06/Poo-2-1170x800.jpg 1170w, https://www.jonessalad.com/wp-content/uploads/2021/06/Poo-2-585x400.jpg 585w, https://www.jonessalad.com/wp-content/uploads/2021/06/Poo-2-768x525.jpg 768w, https://www.jonessalad.com/wp-content/uploads/2021/06/Poo-2.jpg 1240w" sizes="auto, (max-width: 1170px) 100vw, 1170px" /></figure>



<p class="wp-block-paragraph">ถ้าเราท้องผูกบ่อยๆ อึแข็งจนทรมาน ลุงก็มีเทคนิคดีๆที่จะเปลี่ยนคนท้องผูก ให้กลับมาอึได้ทุกวัน</p>



<p class="wp-block-paragraph">ซึ่งการอึทุกวันนั้นช่วยให้ร่างกายได้ขับของเสีย กาก และ สารพิษออกไปทุกวัน เพราะถ้าเก็บค้างเอาไว้ลำไส้ใหญ่จะมีการดูดน้ำกลับออกจากอึ ซึ่งของเสียหรือสารพิษก็จะวนกลับเข้าสู่ร่างกายผ่านทางน้ำที่ดูดกลับมาด้วยครับ นอกจากนี้พอเราอึทุกวันลำไส้ก็ไม่ต้องทำงานหนักในการเบ่งอึแข็งๆ พุงก็จะไม่ป่องให้อึดอัดอีกต่อไป อึทุกวันมันดีขนาดนี้ อยากจะอึกันแล้วใช่ไหมล่ะครับ</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<figure class="wp-block-image aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" width="600" height="800" src="https://jonessalad.com/wp-content/uploads/2021/06/Dutchie-01-600x800.jpg" alt="" class="wp-image-6234" srcset="https://www.jonessalad.com/wp-content/uploads/2021/06/Dutchie-01-600x800.jpg 600w, https://www.jonessalad.com/wp-content/uploads/2021/06/Dutchie-01-300x400.jpg 300w, https://www.jonessalad.com/wp-content/uploads/2021/06/Dutchie-01-768x1023.jpg 768w, https://www.jonessalad.com/wp-content/uploads/2021/06/Dutchie-01.jpg 1251w" sizes="auto, (max-width: 600px) 100vw, 600px" /></figure>



<p class="wp-block-paragraph">แต่ที่เราไม่สามารถสั่งอึได้ดั่งใจ อาจเป็นเพราะพฤติกรรมการกิน และ การใช้ชีวิต ที่ส่งผลต่อคุณภาพของอึ และ ลำไส้ครับ โดยสาเหตุหลักๆ คือ</p>



<ol class="wp-block-list">
<li><strong>ไม่ค่อยกินผัก ผลไม้</strong> เพราะไฟเบอร์ในผัก ผลไม้นั้นจะดูดซับน้ำแล้วพองตัว ทำให้อึนุ่ม หากไม่ค่อยได้กินผักผลไม้ จึงไม่ค่อยมีตัวช่วยที่ทำให้อึนุ่มขึ้นครับ ยิ่งถ้าดื่มน้ำน้อย อึก็จะแข็งโดยอัตโนมัติ<br></li>



<li><strong>ชอบอั้นอึ</strong> อั้นเก่ง ถึงปวดก็ไม่ยอมไปอึ ถ้าอยู่ในสถานการณ์ฉุกเฉินที่จำเป็นต้องอั้นอึไว้ก่อนก็พอจะอนุโลมได้ครับ แต่ถ้าปกติปวดอึแล้วไม่ไปอึ ลำไส้จะดูดน้ำจากอึกลับตลอดเวลา อึเลยแข็งขึ้นเรื่อยๆ พอไปนั่งอึเลยต้องใช้เวลากว่าจะอึออกมาได้<br></li>



<li> <strong>นั่งนาน ไม่ค่อยขยับตัว</strong> เพราะลำไส้ไม่ค่อยได้เคลื่อนไหว เลยไม่มีการบีบตัวให้อึขับเคลื่อนลงมา  </li>
</ol>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<figure class="wp-block-image aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" width="600" height="800" src="https://jonessalad.com/wp-content/uploads/2021/06/Dutchie-02-600x800.jpg" alt="" class="wp-image-6235" srcset="https://www.jonessalad.com/wp-content/uploads/2021/06/Dutchie-02-600x800.jpg 600w, https://www.jonessalad.com/wp-content/uploads/2021/06/Dutchie-02-300x400.jpg 300w, https://www.jonessalad.com/wp-content/uploads/2021/06/Dutchie-02-768x1023.jpg 768w, https://www.jonessalad.com/wp-content/uploads/2021/06/Dutchie-02.jpg 1251w" sizes="auto, (max-width: 600px) 100vw, 600px" /></figure>



<p class="wp-block-paragraph">ดังนั้นถ้าเราทำพฤติกรรมเหล่านี้เป็นประจำ จนท้องผูกบ่อยๆ ผลเสียอาจไม่ใช่แค่ใช้เวลาในการอึนาน แต่อาจเสี่ยงรูทวารฉีกขาดจากอึที่แข็งจนบาดก้น (Anal Fissure) มีเลือดปนออกมากับอึเลยก็ได้ครับ ลุงไม่ได้โม้นะ เคยมีเคสของนักข่าวท่านหนึ่งที่ต้องแแอดมิทเข้ารพ.เพื่อผ่าตัดรูทวารจากสาเหตุนี้มาแล้ว&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้การที่ต้องนั่งเบ่งอึนานๆ จะไปเพิ่มความดันในหลอดเลือดในลำไส้แถวนั้นจนเกิดโป่งพองออกเป็นก้อนริดสีดวงโผล่ออกมาจากรูทวารได้ครับ ทีนี้นั่งเฉยๆ ปกติก็เจ็บปวดริดสีดวงแล้ว</p>



<p class="wp-block-paragraph">และถ้ายังคงท้องผูกเรื้อรังไปนานๆ งานวิจัยพบว่าทำให้เสี่ยงมะเร็งลำไส้ใหญ่มากขึ้นด้วยครับ</p>



<p class="wp-block-paragraph">ดังนั้นดูเหมือนว่าท้องผูกไม่ใช่แค่เรื่องเล็กๆ ซะแล้วล่ะ</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<figure class="wp-block-image aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" width="566" height="800" src="https://jonessalad.com/wp-content/uploads/2021/06/Poo-03-566x800.jpg" alt="" class="wp-image-6236" srcset="https://www.jonessalad.com/wp-content/uploads/2021/06/Poo-03-566x800.jpg 566w, https://www.jonessalad.com/wp-content/uploads/2021/06/Poo-03-283x400.jpg 283w, https://www.jonessalad.com/wp-content/uploads/2021/06/Poo-03-768x1086.jpg 768w, https://www.jonessalad.com/wp-content/uploads/2021/06/Poo-03.jpg 1240w" sizes="auto, (max-width: 566px) 100vw, 566px" /></figure>



<p class="wp-block-paragraph">พร้อมหรือยังที่จะมาบอกลาท้องผูก ด้วยเทคนิคที่ช่วยให้อึง่าย ถ่ายคล่อง ปรู๊ดๆๆ กันเลยครับ</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>1.ขับถ่ายให้เป็นเวลา</strong> เราอาจจะเลือกช่วงเวลาไหนสักช่วงของวันเพื่อนั่งอึ ช่วงแรกๆ หากยังไม่ค่อยปวด ก็ต้องเข้าห้องน้ำนั่งไปก่อนครับ ให้ร่างกายมันค่อยๆจดจำ เมื่อลำไส้จำเวลาขับถ่ายได้เเล้ว ทีนี้พอถึงเวลามันจะบีบตัวจนเราอึง่าย สบายไม่ต้องเบ่งเลยล่ะ<br><br>กลับกันเมื่อเราขับถ่ายไม่เป็นเวลา ลำไส้จะไม่รู้ว่าต้องบีบตัวตอนไหนเลยทำหน้าที่ปกติคือการดูดน้ำ และสารต่างๆ ในอึกลับ จนสุดท้ายอึแข็งถ่ายยากได้ครับ</p>



<p class="wp-block-paragraph">2. <strong>เปลี่ยนไลฟ์สไตล์ </strong>โดยไลฟ์สไตล์ที่ส่งผลให้เราอึง่ายนั้นมี 2 ส่วนด้วยกัน คือ การขยับตัว และ การกินไฟเบอร์ให้มากขึ้นครับ&nbsp; เพราะการขยับตัวง่ายๆ เช่น ยืดเหยียด บิดขี้เกียจ เดิน หรือออกกำลังกายอย่างวิ่ง จะช่วยให้ลำไส้เกิดการเคลื่อนไหวมากขึ้น ส่วนการกินไฟเบอร์นั้นช่วยให้อึนุ่มชุ่มชื้น เพราะไฟเบอร์จะดูดซับน้ำแล้วพองตัวเหมือนฟองน้ำนั่นเองครับ </p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<figure class="wp-block-image aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" width="600" height="800" src="https://jonessalad.com/wp-content/uploads/2021/06/Dutchie-03-600x800.jpg" alt="" class="wp-image-6237" srcset="https://www.jonessalad.com/wp-content/uploads/2021/06/Dutchie-03-600x800.jpg 600w, https://www.jonessalad.com/wp-content/uploads/2021/06/Dutchie-03-300x400.jpg 300w, https://www.jonessalad.com/wp-content/uploads/2021/06/Dutchie-03-768x1023.jpg 768w, https://www.jonessalad.com/wp-content/uploads/2021/06/Dutchie-03.jpg 1251w" sizes="auto, (max-width: 600px) 100vw, 600px" /></figure>



<figure class="wp-block-image aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" width="600" height="800" src="https://jonessalad.com/wp-content/uploads/2021/06/Dutchie-04-600x800.jpg" alt="" class="wp-image-6238" srcset="https://www.jonessalad.com/wp-content/uploads/2021/06/Dutchie-04-600x800.jpg 600w, https://www.jonessalad.com/wp-content/uploads/2021/06/Dutchie-04-300x400.jpg 300w, https://www.jonessalad.com/wp-content/uploads/2021/06/Dutchie-04-768x1023.jpg 768w, https://www.jonessalad.com/wp-content/uploads/2021/06/Dutchie-04.jpg 1251w" sizes="auto, (max-width: 600px) 100vw, 600px" /></figure>



<p class="wp-block-paragraph">

ลุงได้คัดอาหารที่อุดมด้วยไฟเบอร์มาให้เลือกกินกัน ดังนี้ครับ

</p>



<figure class="wp-block-table"><table><tbody><tr><td><strong>ผักผลไม้ (ปริมาณ 100 กรัม)</strong></td><td><strong>ปริมาณไฟเบอร์</strong></td></tr><tr><td> กระเจี๊ยบ</td><td> 2.1 g </td></tr><tr><td> แอปเปิล</td><td> 2.4 g </td></tr><tr><td> ควินัว</td><td> 2.8 g</td></tr><tr><td> กีวี</td><td> 3 g</td></tr><tr><td> แครอท</td><td> 3 g</td></tr><tr><td> ลูกพรุน</td><td> 3.1 g</td></tr><tr><td> บรอคโคลี</td><td> 3.3 g</td></tr><tr><td> บาร์เลย์</td><td> 3.8 g</td></tr><tr><td> ฝรั่ง</td><td> 5.4 g</td></tr><tr><td> ถั่วลันเตา</td><td> 5.5 g</td></tr><tr><td> อะโวคาโด</td><td> 6.7 g</td></tr><tr><td> ถั่วดำ 1 ถ้วย</td><td> 8.7 g</td></tr><tr><td> ถั่วแดง 1 ถ้วย</td><td> 9.3 g</td></tr><tr><td> เมล็ดเซีย</td><td> 37.9 g</td></tr></tbody></table></figure>



<p class="wp-block-paragraph">แนะนำว่าควรกินให้หลากหลายนะครับ เพราะนอกจากจะได้ไฟเบอร์แล้วยังได้สารอาหารอื่นๆ ที่มีประโยชน์ เช่น วิตามิน แร่ธาตุ ไฟโตรนิวเทรียนท์ด้วยนะ </p>



<figure class="wp-block-image aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" width="566" height="800" src="https://jonessalad.com/wp-content/uploads/2021/06/Poo-04-01-566x800.jpg" alt="" class="wp-image-6239" srcset="https://www.jonessalad.com/wp-content/uploads/2021/06/Poo-04-01-566x800.jpg 566w, https://www.jonessalad.com/wp-content/uploads/2021/06/Poo-04-01-283x400.jpg 283w, https://www.jonessalad.com/wp-content/uploads/2021/06/Poo-04-01-768x1086.jpg 768w, https://www.jonessalad.com/wp-content/uploads/2021/06/Poo-04-01.jpg 1240w" sizes="auto, (max-width: 566px) 100vw, 566px" /></figure>



<p class="wp-block-paragraph">และเทคนิคสุดท้ายที่จะช่วยให้ลำไส้แข็งแรงไม่ท้องผูกง่ายๆ ก็คือ</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>3. กินอาหารที่มีแบคทีเรียดี</strong> รู้หรือไม่ว่าถ้าในลำไส้ของเรามีแบคทีเรียอาศัยอยู่ มากกว่า 5,000 สายพันธ์ ซึ่งแบคทีเรียเหล่านี้ไม่ได้มาอยู่เฉยๆ ฟรีๆ แต่พวกมันช่วยป้องกันเชื้อโรค เสริมภูมิคุ้มกัน และที่สำคัญช่วยในการย่อยอาหาร และทำให้ลำไส้แข็งแรง อึง่ายอีกด้วยนะ โดยมีหลายงานวิจัยที่พบว่าแบคทีเรียดีนั้นช่วย เพิ่มการเคลื่อนไหวของลำไส้ 1.3 เท่า ช่วยให้อึนุ่มขึ้นจริง</p>



<p class="wp-block-paragraph">ซึ่งเราสามารถเติมแบคทีเรียดีเข้าไปในร่างกายโดยการเลือกกินอาหารที่มีโพรไบโอติกส์ที่มีชีวิต เช่น นมเปรี้ยว โยเกิร์ต กิมจิ ซุปมิโซะ ร่วมกับการกินไฟเบอร์ซึ่งเป็นอาหารเลี้ยงแบคทีเรียดีเหล่านี้ให้อยู่กับเราไปนานๆ เลยค้าบ</p>



<figure class="wp-block-image aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" width="600" height="800" src="https://jonessalad.com/wp-content/uploads/2021/06/Dutchie-05-600x800.jpg" alt="" class="wp-image-6241" srcset="https://www.jonessalad.com/wp-content/uploads/2021/06/Dutchie-05-600x800.jpg 600w, https://www.jonessalad.com/wp-content/uploads/2021/06/Dutchie-05-300x400.jpg 300w, https://www.jonessalad.com/wp-content/uploads/2021/06/Dutchie-05-768x1024.jpg 768w, https://www.jonessalad.com/wp-content/uploads/2021/06/Dutchie-05.jpg 1251w" sizes="auto, (max-width: 600px) 100vw, 600px" /></figure>



<p class="wp-block-paragraph">สุดท้ายนี้อย่าลืมดื่มน้ำให้เพียงพอจะได้อึไม่แข็ง&nbsp;แต่ถ้าอย่างอื่นแข็ง ลุงช่วยไม่ได้นะค้าบบบบ</p>



<p class="wp-block-paragraph"><a href="https://www.health.harvard.edu/blog/probiotics-may-ease-constipation-201408217377">https://www.health.harvard.edu/blog/probiotics-may-ease-constipation-201408217377</a></p><p>The post <a href="https://www.jonessalad.com/%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%b6%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%81%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%a2%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%84/">อยากอึทุกวันต้องทำยังไง</a> first appeared on <a href="https://www.jonessalad.com">Jones' Salad Thailand</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
