3 เคล็ดลับแก้กลิ่นเท้าเหม็น ให้หอมฟุ้ง มั่นใจเต็มร้อย

เท้าหายเหม็นเมื่อทำวิธีเหล่านี้.jpg

เคยเจอสถานการณ์น่าอึดอัดแบบนี้ไหมครับ? ไปปาร์ตี้บ้านเพื่อน หรือไปร้านอาหารญี่ปุ่นที่ต้องถอดรองเท้า ทันทีที่ถอดรองเท้าปุ๊บ กลิ่นอับลึกลับที่รุนแรงราวกับ ‘ชีสเน่า’ ก็ลอยโชยมาเตะจมูกทันที จนทำให้เราเสียความมั่นใจอย่างรุนแรง แทบอยากจะวาร์ปหายตัวไปจากตรงนั้น

กลิ่นเท้าเหม็นไม่ใช่เรื่องตลก และที่สำคัญคือมันเกิดขึ้นได้กับทุกคน ไม่ว่าคุณจะอาบน้ำสะอาดแค่ไหนก็ตาม

วันนี้ลุงจะพาไปเจาะลึกวิทยาศาสตร์เบื้องหลังกลิ่นเท้า ว่าทำไมอวัยวะเล็กๆ อย่างเท้าถึงส่งกลิ่นได้รุนแรงขนาดนี้ พร้อมแจกสูตรลับง่ายๆ จากผู้เชี่ยวชาญที่จะช่วยให้เท้าของคุณหายเหม็นอย่างถาวร กลับมาพกความมั่นใจได้เต็มร้อยในทุกย่างก้าวกันครับ


ทำไมเท้าเราถึงส่งกลิ่น?

ก่อนที่เราจะไปรู้วิธีแก้ปัญหา เรามาทำความเข้าใจร่างกายของเรากันก่อนครับ หลายคนอาจยังไม่รู้ว่า “เท้า” เป็นส่วนที่มีต่อมเหงื่อหนาแน่นที่สุดในร่างกาย โดยฝ่าเท้าทั้งสองข้างของเรามีต่อมเหงื่อรวมกันมากถึง 250,000 ต่อม เลยทีเดียว

ด้วยจำนวนต่อมเหงื่อที่มหาศาลขนาดนี้ ทำให้ในแต่ละวัน เท้าของเราสามารถผลิตเหงื่อออกมาได้มากถึง 1 ถ้วยต่อวัน เลยทีเดียว ซึ่งจริงๆ แล้ว ตัวเหงื่อตามธรรมชาติไม่ได้มีกลิ่นเหม็น แต่ตัวการที่ทำให้เกิดกลิ่นเหม็นเขียวเหม็นเปรี้ยวก็คือสมการลับนี้ครับ

  • เหงื่อ (Sweat): ร่างกายขับออกมาเพื่อระบายความร้อนและความชื้น
  • แบคทีเรีย (Bacteria): แบคทีเรียเจ้าถิ่นที่อาศัยอยู่บนผิวหนัง เมื่อเจอกับสภาพแวดล้อมที่ร้อนอับและชื้นแฉะภายในรองเท้า แบคทีเรียจะยิ่งเติบโตและทวีคูณจำนวนอย่างรวดเร็ว
  • กลิ่นเหม็น (Odor): แบคทีเรียจะทำการย่อยสลายเหงื่อและเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้ว พร้อมกับปล่อยแก๊สที่มีกลิ่นเหม็นเฉพาะตัวออกมานั่นเอง

3 เคล็ดลับกู้เท้าเหม็น ป้องกันง่ายๆ ทำได้ทันที

เมื่อเรารู้แล้วว่าต้นตอของกลิ่นเกิดจากความอับชื้นและแบคทีเรีย การป้องกันจึงต้องมุ่งเน้นไปที่การลดความชื้นและกำจัดแหล่งสะสมของแบคทีเรีย ด้วย 3 วิธีง่ายๆ ดังนี้ครับ

1. เลือกใส่ถุงเท้าที่ทำจากผ้าคอตตอน

ถุงเท้าคือปราการด่านแรกที่ช่วยปกป้องเท้าของเรา การเลือกถุงเท้าผิดประเภทจะยิ่งซ้ำเติมปัญหาให้รุนแรงขึ้น แนะนำให้เลือกถุงเท้าที่ทำจากผ้าคอตตอน (Cotton) หรือผ้าฝ้ายแท้ เพราะมีคุณสมบัติในการซับเหงื่อและระบายอากาศได้ดีเยี่ยม

ในทางกลับกัน ควรหลีกเลี่ยงถุงเท้าที่ทำจากใยสังเคราะห์ราคาถูก เพราะเมื่อโดนเหงื่อแล้วจะมีความชื้นสะสมสูง แห้งช้า และระบายอากาศไม่ได้ ซึ่งความชื้นแฉะแบบนี้แหละคือ “สวรรค์ชั้นยอด” ที่แบคทีเรียชื่นชอบและพร้อมจะเข้าไปอยู่อาศัยเพื่อแบ่งตัวผลิตกลิ่นเหม็นทันที

2. ขัดผิวหนังส่วนที่แข็งๆ ออกบ้าง อย่าปล่อยทิ้งไว้

ลองก้มสังเกตฝ่าเท้าของคุณดูสิครับ มีผิวหนังส่วนที่หนาๆ แข็งๆ หรือผิวที่แห้งกร้านอยู่บ้างไหม? รู้หรือไม่ว่า ผิวหนังแข็งๆ เหล่านี้แหละคือแหล่งกบดานชั้นดีของแบคทีเรีย

เมื่อผิวหนังส่วนที่แข็งเหล่านี้โดนเหงื่อและเกิดความอับชื้น แบคทีเรียจะเข้าไปฝังตัวและเริ่มกัดกินเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้วเหล่านั้น ทำให้เกิดกลิ่นเหม็นโชยออกมาอย่างรุนแรง

ดังนั้น เวลาอาบน้ำให้ใช้หินขัดเท้า แปรงขัดเท้า หรือสครับขัดผิว ค่อยๆ ขัดเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้วและบริเวณที่แห้งกร้านออกสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง เพื่อทำลายแหล่งที่อยู่อาศัยและแหล่งอาหารของแบคทีเรียตัวร้าย

3. ใช้สเปรย์ระงับกลิ่นกายฉีดเท้า

นี่คือไอเทมลับเด็ดที่หลายคนคาดไม่ถึง! หากคุณต้องการการป้องกันแบบเร่งด่วนและยาวนานตลอด 24 ชั่วโมง สเปรย์ระงับกลิ่นกาย (Deodorant/Antiperspirant) ที่คุณใช้ฉีดใต้วงแขนนี่แหละ สามารถนำมาใช้ฉีดเท้าได้เช่นกัน

เพียงแค่หลังอาบน้ำและเช็ดเท้าจนแห้งสนิท ให้ใช้สเปรย์ระงับกลิ่นกายฉีดพ่นให้ทั่วฝ่าเท้าและตามซอกนิ้วเท้า ก่อนที่จะสวมถุงเท้า

สารลดเหงื่อและสารระงับแบคทีเรียในสเปรย์จะช่วยควบคุมไม่ให้เท้าเปียกชื้น และลดการเจริญเติบโตของแบคทีเรียได้ตลอดทั้งวัน ช่วยกู้คืนความมั่นใจให้คุณได้แบบทันใจ


นอกเหนือจากการดูแลเท้าทั้ง 3 วิธีข้างต้นแล้ว อีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามคือการดูแลรองเท้า ควรนำรองเท้าคู่โปรดไปตากแดดจัดๆ เพื่อฆ่าเชื้อโรคบ้าง

สลับสับเปลี่ยนรองเท้า ไม่ใส่คู่เดิมซ้ำกันทุกวัน และหลีกเลี่ยงการสวมรองเท้าขณะที่เท้ายังเปียกชื้น

เพียงปรับเปลี่ยนพฤติกรรมง่ายๆ และนำเคล็ดลับเหล่านี้ไปปรับใช้ ปัญหาเท้าเหม็นที่เคยทำให้คุณหมดความมั่นใจก็จะหายวับไปกับตา พร้อมอวดเท้าสะอาด กลิ่นหอมสดชื่น ย่างก้าวไปที่ไหนก็พกพาความมั่นใจไปได้เกินร้อยแน่นอนครับ