หน้าพังไม่รู้ตัว เปิดกรุเช็กวันหมดอายุเครื่องสำอาง ชิ้นไหนควรทิ้ง ชิ้นไหนยังไปต่อได้

เครื่องสำอางที่ใช้ หมดอายุแล้วหรือยัง.jpg

บนโต๊ะเครื่องแป้งของคุณมีเครื่องสำอางอยู่กี่ชิ้น? ทั้งลิปสติกสีโปรดที่ซื้อมาซ้ำๆ อายแชโดว์พาเลตต์สุดวิบวับที่นานๆ ทีจะได้แต่ง หรือมาสคาร่าแท่งเก่งที่หยิบใช้ทุกวัน

สำหรับสายบิวตี้แล้ว การสะสมเครื่องสำอางถือเป็นความสุขอย่างหนึ่ง แต่รู้หรือไม่ว่าเครื่องสำอางที่เราใช้อยู่ทุกวันก็มีอายุขัยของมันเหมือนกัน และหากเรายังฝืนใช้ต่อไปแทนที่จะได้ความสวยสะดุดตา อาจจะได้หน้าพัง และสิวอุดตันกลับมาแทน

วันนี้ลุงจะพาทุกคนไปเปิดกรุโต๊ะเครื่องแป้ง เพื่อเช็กว่าเครื่องสำอางที่ใช้อยู่เนี่ยหมดอายุหรือยัง พร้อมวิธีสังเกตลักษณะการเปลี่ยนแปลงง่ายๆ ที่คุณสามารถเช็กได้ทันทีครับ


ทำไมเครื่องสำอางถึงมีวันหมดอายุ

หลายคนอาจคิดว่า ตราบใดที่เนื้อครีมไม่เปลี่ยนสี หรือกลิ่นไม่เหม็นหืน ก็ยังสามารถใช้งานได้ปกติ

แต่ในความเป็นจริงแล้ว ทันทีที่เราเปิดฝาใช้งาน เครื่องสำอางจะเริ่มสัมผัสกับอากาศ นิ้วมือ และแปรงแต่งหน้า ซึ่งเป็นตัวนำพาสิ่งสกปรกและแบคทีเรียเข้าไปสะสม

แม้ภายนอกจะดูปกติดี แต่สารเคมีและสารบำรุงบางอย่างอาจเสื่อมสภาพโดยที่เราไม่ได้สังเกตเห็นด้วยตาเปล่า ซึ่งนี่แหละคือตัวการเงียบที่ทำร้ายผิวหน้าของเรา


เครื่องสำอางแต่ละประเภทอยู่ได้นานแค่ไหน

เครื่องสำอางแต่ละประเภทมีอายุการใช้งานหลังเปิดใช้ (Period After Opening) ที่แตกต่างกัน มาดูกันดีกว่าว่าไอเทมชิ้นโปรดของคุณอยู่ได้นานแค่ไหน มีลักษณะอย่างไรเมื่อหมดอายุ

มาสคาร่า (Mascara)

มาสคาร่าถือเป็นไอเทมที่มีอายุการใช้งานสั้นที่สุด เนื่องจากหัวแปรงต้องดึงเข้าออกบ่อยๆ ทำให้สัมผัสกับอากาศและแบคทีเรียได้ง่าย อีกทั้งยังใช้กับบริเวณที่บอบบางอย่างดวงตา จึงต้องระวังเป็นพิเศษ

  • อายุหลังเปิดใช้งาน: 3 เดือน
  • ลักษณะเมื่อหมดอายุ: เนื้อมาสคาร่าเริ่มเหนียวข้น จับตัวกันเป็นก้อน เม็ดสีติดกันเป็นเม็ด และปัดขนตาได้ยากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

รองพื้น (Foundation)

งานผิวอย่างรองพื้นสูตรน้ำหรือเนื้อลิควิด หากเก็บรักษาไม่ดีหรือปล่อยให้โดนความร้อน สารประกอบในรองพื้นจะเริ่มเสื่อมสภาพและแยกตัวออกจากกัน

  • อายุหลังเปิดใช้งาน: 1 ปี
  • ลักษณะเมื่อหมดอายุ: เนื้อรองพื้นเริ่มแข็งตัว เกลี่ยยาก หรือเริ่มแยกชั้นเป็นน้ำกับน้ำมัน และกลายเป็นเม็ดเล็กๆ บนผิว

ลิปสติก (Lipstick)

ลิปสติกแท่งโปรดที่สัมผัสกับริมฝีปากและน้ำลายของเราบ่อยครั้ง แม้จะดูใช้ได้นาน แต่ก็มีขีดจำกัดเช่นกัน

  • อายุหลังเปิดใช้งาน: 2 ปี
  • ลักษณะเมื่อหมดอายุ: ลิปสติกเริ่มมีกลิ่นฉุนหรือกลิ่นหืน มีน้ำมันเยิ้มออกมาเกาะตามแท่ง และสีสันเริ่มเพี้ยนไปจากเดิม

ดินสอเขียนคิ้ว (Eyebrow Pencil)

ไม่ว่าจะเป็นดินสอเขียนคิ้วแบบเหลาหรือแบบหมุนออโต้ แม้จะเป็นเนื้อแห้งแต่ก็มีอายุจำกัดหากหมดอายุแล้วประสิทธิภาพจะลดลงทันที

  • อายุหลังเปิดใช้งาน: 2 ปี
  • ลักษณะเมื่อหมดอายุ: เนื้อดินสอแข็งตัว เขียนยาก สีซีดจาง และเขียนไม่ค่อยติดผิว

แป้งฝุ่น/บลัชออน/อายแชโดว์ (Powder Products)

เครื่องสำอางประเภทเนื้อฝุ่นอัดแข็งหรือแป้งฝุ่น จะไม่มีส่วนผสมของน้ำ ทำให้แบคทีเรียเติบโตได้ยากกว่า จึงมีอายุการใช้งานที่ค่อนข้างยาวนานถึง 2 ปี

  • อายุหลังเปิดใช้งาน: 2 ปี
  • ลักษณะเมื่อหมดอายุ: เนื้อฝุ่นเริ่มสีซีดจางลง ปัดแล้วไม่ค่อยติดผิว เนื้อแป้งเกาะตัวแข็ง หรือทาแล้วไม่สมูทเหมือนเก่า

อันตรายจากการใช้เครื่องสำอางหมดอายุ

การเสียดายเครื่องสำอางราคาแพงแล้วฝืนใช้ต่อไป อาจได้ผลลัพธ์ที่ไม่คุ้มเสียเลยครับ เพราะอาจส่งผลกระทบต่อผิวพรรณของคุณโดยตรง ดังนี้

  • เป็นสาเหตุของสิว: แบคทีเรียที่สะสมในเครื่องสำอางจะเข้าไปอุดตันในรูขุมขน ทำให้เกิดสิวอุดตัน สิวอักเสบ หรือสิวผดผื่นขึ้นมาได้ง่ายๆ
  • อาการแพ้ระคายเคือง: สารเคมีที่เสื่อมสภาพอาจทำให้ผิวหนังระคายเคือง เกิดผื่นแดง คัน แสบ หรือผิวลอกเป็นขุย
  • การติดเชื้อบริเวณดวงตา: การฝืนใช้มาสคาร่าหรืออายแชโดว์ที่หมดอายุ อาจทำให้เกิดอาการตาแดง ตาอักเสบ หรือรุนแรงถึงขั้นติดเชื้อได้

วิธีง่ายๆ ในการดูแลเครื่องสำอางให้อยู่ได้นานขึ้น

เพื่อยืดอายุการใช้งานและสุขอนามัยที่ดีของผิวหน้า ลองนำทริคเหล่านี้ไปใช้กันดูนะครับ

  • เขียนวันที่เปิดใช้: ใช้สติกเกอร์แผ่นเล็กๆ เขียนวันที่เราเริ่มเปิดใช้งานแปะไว้ใต้ขวดหรือตลับเครื่องสำอาง จะช่วยให้เราเช็กอายุการใช้งานได้แม่นยำขึ้น
  • หลีกเลี่ยงการใช้นิ้วมือสัมผัสโดยตรง: ควรใช้พายตักหรือแปรงแต่งหน้าแทนการใช้นิ้วมือจิ้มลงไปตรงๆ เพื่อลดการแพร่กระจายของแบคทีเรีย
  • ล้างอุปกรณ์แต่งหน้าสม่ำเสมอ: หมั่นทำความสะอาดพัฟและแปรงแต่งหน้าสัปดาห์ละครั้ง เพื่อไม่ให้เป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคส่งต่อไปยังเครื่องสำอางชิ้นโปรด

เพราะความสวยที่แท้จริงต้องมาพร้อมกับสุขภาพผิวที่ดีและปลอดภัยนะครับ คืนนี้หลังเลิกงาน ลองสละเวลาสัก 10 นาที มาคัดกรองเพื่อนยากบนโต๊ะเครื่องแป้งกันดู

ชิ้นไหนที่หมดอายุแล้วก็ตัดใจโบกมือลา แล้วไปช้อปปิ้งชิ้นใหม่มาทดแทน ดีกว่าต้องมาเสียเงินรักษาหน้าพังในภายหลังแน่นอนครับ