เคยเป็นไหมครับ? เวลาเจ็บป่วยจากการติดเชื้อแบคทีเรีย ไม่ว่าจะเป็นอาการทอนซิลอักเสบ ท้องเสียจากอาหารเป็นพิษ หรือมีแผลอักเสบ พอไปหาหมอแล้วได้ยาฆ่าเชื้อหรือยาปฏิชีวนะมารับกินจนหายดี แต่อยู่ ๆ กลับมีอาการของแถมที่ไม่พึงประสงค์อย่างอาการท้องเสีย ถ่ายเหลว และท้องอืดตามมาซะอย่างนั้น
อาการท้องเสียหลังกินยาฆ่าเชื้อไม่ใช่เรื่องแปลก และเกิดขึ้นกับคนจำนวนมากครับ วันนี้ลุงจะมาเจาะลึกว่า ทำไมยาที่ช่วยรักษาโรคถึงกลับเป็นตัวการทำให้ลำไส้เราอ่อนแอ และเราจะใช้วิธีไหนกู้คืนระบบขับถ่ายให้กลับมาสมดุลและแข็งแรงได้อีกครั้ง
เปิดกลไกทำไมกินยาฆ่าเชื้อแล้วต้องท้องเสีย?
เมื่อเรากินยาปฏิชีวนะเข้าไป ร่างกายของเราจะเกิดกระบวนการเปลี่ยนแปลงในระบบทางเดินอาหาร ซึ่งส่งผลกระทบต่อลำไส้โดยตรงผ่าน 4 ขั้นตอนดังนี้ครับ
- ป่วยจากการติดเชื้อ: เมื่อร่างกายได้รับเชื้อแบคทีเรียตัวร้าย แพทย์จะจ่ายยาปฏิชีวนะเพื่อเข้าไปทำลายและฆ่าเชื้อก่อโรคเหล่านั้นให้หมดไป
- ฤทธิ์ยาทำลายล้างแบบไม่เลือกหน้า: ขึ้นชื่อว่ายาฆ่าเชื้อ มันจึงไม่ได้เลือกฆ่าเฉพาะแบคทีเรียก่อโรคเท่านั้น แต่ฤทธิ์ของยาจะเข้าไปกวาดล้างทำลายจุลินทรีย์ดี (Probiotics) ที่อาศัยอยู่ในลำไส้ของเราจนลดจำนวนลงอย่างรวดเร็ว
- ลำไส้เสียสมดุล: เมื่อจุลินทรีย์ดีที่เป็นเหมือนทหารคอยปกป้องลำไส้ถูกทำลายไป สมดุลในลำไส้จึงสูญเสียไปทันที
- เชื้อฉวยโอกาสเติบโต: เมื่อไม่มีจุลินทรีย์ดีคอยควบคุม เชื้อแบคทีเรียก่อโรคสายพันธุ์อื่นๆ ที่หลงเหลืออยู่จึงฉวยโอกาสนี้เติบโตอย่างรวดเร็ว และหลั่งสารพิษออกมาทำร้ายผนังลำไส้ จนส่งผลให้เกิดอาการท้องเสีย ลำไส้อ่อนแอ และขับถ่ายผิดปกติ
3 คีย์เวิร์ดสำคัญ ฟื้นฟูลำไส้ระหว่างและหลังกินยาฆ่าเชื้อ
เพื่อช่วยฟื้นฟูสภาพลำไส้ให้กลับมาแข็งแรงและทำงานได้อย่างปกติ นี่คือ 3 สิ่งสำคัญที่คุณควรรับประทานทั้งในระหว่างที่กินยาและหลังกินยาปฏิชีวนะหมดแล้วครับ
1. โพรไบโอติกส์ (Probiotics)
การเติมจุลินทรีย์ดีกลับคืนสู่ลำไส้เปรียบเสมือนการส่งทหารฝีมือดีเข้าไปกู้เอกราชคืน มีผลวิจัยทางการแพทย์ยืนยันว่า การกินโพรไบโอติกส์ในช่วงที่ต้องรับประทานยาปฏิชีวนะ สามารถช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอาการท้องเสียได้สูงถึง 66% และช่วยเร่งคืนความสมดุลให้กับลำไส้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
2. ไฟเบอร์ (Fiber)
ไฟเบอร์หรือใยอาหาร เปรียบเสมือนอาหารจานโปรด (Prebiotics) ของจุลินทรีย์ดี การกินอาหารที่มีไฟเบอร์สูงจะช่วยกระตุ้นให้จุลินทรีย์ดีที่เหลืออยู่เติบโตและขยายพันธุ์ได้อย่างรวดเร็ว อีกทั้งไฟเบอร์ยังช่วยเพิ่มมวลอุจจาระ ทำให้อุจจาระจับตัวเป็นก้อน ลดอาการถ่ายเหลวได้เป็นอย่างดี
3. วิตามิน K (Vitamin K)
หลายคนอาจยังไม่รู้ว่า จุลินทรีย์ดีในลำไส้ของเรามีหน้าที่สำคัญในการช่วยสังเคราะห์วิตามิน K ให้กับร่างกาย เมื่อจุลินทรีย์ดีเหล่านี้ถูกทำลายจากยาฆ่าเชื้อ ร่างกายจึงผลิตวิตามิน K ได้น้อยลง การกินอาหารที่มีวิตามิน K ในช่วงนี้จึงจำเป็นอย่างยิ่งเพื่อชดเชยส่วนที่ขาดหายไปและป้องกันปัญหาสุขภาพอื่นๆ ที่อาจตามมา
ฟื้นฟูสุขภาพลำไส้ให้กลับมาปังด้วยตัวช่วยที่ง่ายและอร่อย
สำหรับใครที่รู้สึกว่าการหาซื้อผัก ผลไม้ หรือโยเกิร์ตปริมาณมาก ๆ มาทานในช่วงเวลาที่ร่างกายกำลังฟื้นตัวเป็นเรื่องยุ่งยาก ปัจจุบันมีนวัตกรรมตัวช่วยอย่าง “ผงสลัด ชง ดื่ม ตราโจนส์สลัด” ที่พร้อมดูแลคุณได้อย่างสะดวกรวดเร็ว
- โพรไบโอติกส์จัดเต็ม: คัดสรรจุลินทรีย์ดีๆ มากกว่า 50,000 ล้านตัว เพื่อเข้าไปฟื้นฟูระบบขับถ่ายและปรับสมดุลลำไส้โดยตรง
- อัดแน่นด้วยไฟเบอร์: มีไฟเบอร์สูงถึง 4,000 มิลลิกรัม เป็นแหล่งอาหารชั้นเลิศให้จุลินทรีย์ดีเติบโตได้อย่างรวดเร็ว
- มีวิตามิน K: ช่วยทดแทนและชดเชยวิตามิน K ที่สูญเสียไปจากการใช้ยาปฏิชีวนะได้อย่างตรงจุด
- ชงดื่มง่าย อร่อย ซ่า สดชื่น: ฉีกกฎผงผักแบบเดิมๆ ดื่มง่าย ได้ประโยชน์เต็มแก้วทุกวัน
อย่าปล่อยให้อาการท้องเสียและลำไส้อ่อนแอมาบั่นทอนสุขภาพระยะยาว หากต้องกินยาฆ่าเชื้อครั้งต่อไป อย่าลืมดูแลตัวเองด้วยโพรไบโอติกส์ ไฟเบอร์ และวิตามิน K หรือทักแชตเพื่อสั่งซื้อ ผงสลัด ชง ดื่ม ตราโจนส์สลัด ได้ง่าย ๆ ที่ LINE: @JonesSalad

