ทำไมเราถึงติดหวาน

เป็นที่รู้กันดีว่า เราไม่ควรกินน้ำตาลในปริมาณมาก เพราะจะส่งผลเสียต่อสุขภาพ แต่ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าควรลดหวานลง วันไหนที่ไม่ได้กินกลับรู้สึกอยาก เหมือนขาดหวานไม่ได้

น้ำตาล หรือความหวาน ส่งผลอะไรที่ทำให้เราเสพติดมันได้ขนาดนี้!?

การจะหาคำตอบของเรื่องนี้ ลุงขอพาทุกคนย้อนกลับไปดูที่มาของความหวานกันสักนิด

ในสมัยก่อนที่เราดำรงชีวิตด้วยการหาของป่า ล่าสัตว์ อาหารที่กินนั้นเรียกว่าต้องใช้สัญชาติญาณแยกแยะ ว่าอันไหนกินได้ กินไม่ได้ บูดหรือยัง มีประโยชน์ต่อร่างกายไหม ลิ้นและสมองของเราจึงวิวัฒนาการ โดยการรับรสได้ 5 รส คือ

  1. รสหวาน – อาหารที่มีรสหวานมักให้พลังงานสูง ควรกิน 
  2. รสเปรี้ยว – อาหารที่มีรสเปรี้ยวมาก ๆ มักเป็น อาหารบูด ไม่ควรกิน
  3. รสเค็ม – อาหารที่มีรสเค็ม มักเป็นอาหารที่มีเกลือแร่ซึ่งจำเป็นต่อร่างกาย ควรกิน
  4. รสขม – มักเป็นพวกผัก ถ้าขมมาก ๆ อาจมีพิษ ไม่ควรกิน
  5. รสอูมามิ – เป็นรสของโปรตีนที่ให้พลังงาน ควรกิน

เพราะร่างกายต้องใช้พลังงานสูงเพื่อความอยู่รอด เมื่อเราได้กินอาหารที่มีรสหวาน เช่น ผลไม้สุก สมองจะเปิดระบบการให้รางวัล โดยการหลั่งสารที่ชื่อว่าโดปามีน ออกมา ทำให้เรารู้สึกมีความสุข เพื่อให้มีแรงใจลุกออกไปหาอาหารที่มีพลังงานมากินอีก

แต่อย่าลืมว่า ระดับความหวานที่ร่างกายรับรู้มา เป็นแค่ความหวานระดับผลไม้สุกเท่านั้น ไม่ใช่ความหวานของน้ำตาลทราย ฟรุกโตสคอนไซรัป แอสปาแตม หรือขัณฑสกรที่ให้ความหวานกว่าน้ำตาลทราย 300-700 เท่า เหมือนทุกวันนี้

แล้วเมื่อสมองได้เจอรสซุปเปอร์หวานนี้เข้าไป ก็ยิ่งติดใจ อยากให้เรากินบ่อย ๆ เลยเปิดระบบการให้รางวัลแบบรัว ๆ จนกระทั่งเราเริ่มชินกับรสซุปเปอร์หวาน จนรู้สึกว่าไม่ได้หวานเหมือนเคยอีกต่อไป

ผลที่เกิดขึ้นคือ สมองไม่ยอมเปิดระบบให้รางวัลแก่เราเหมือนเดิม ความหวานระดับนี้ไม่ได้ทำให้มีความสุขเสียแล้ว เราจึงต้องการความหวานมาก มากอีก มากขึ้นไปอีก! เพื่อกระตุ้นให้สมองมอบความสุขแก่เราเหมือนเดิม

สุดท้ายเราจึงติดหวาน และอยากกินหวานมากขึ้นเรื่อย ๆ นั่นเอง 

สิ่งที่น่ากังวลก็คือ ปริมาณน้ำตาล และแคลอรีที่มากขึ้น จะทำให้ร่างกายเสื่อมลงเร็วขึ้น ซึ่งสถิติในปัจจุบันเราจะเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุน้อยยิ่งกว่าเสียชีวิตด้วยโรคที่เกิดจากน้ำตาลเสียอีก

พออ่านมาถึงตรงนี้ คงเริ่มหวั่นใจแล้วสิ ว่าถ้าอย่างนั้นเราจะทำยังไงให้สมองของเรากลับมาฟินกับความหวานระดับธรรมชาติได้เหมือนเดิม คำแนะนำคือ

  1. เราต้องค่อยๆ ปรับความเคยชิน โดยการลดความหวานลง เช่น เคยสั่งน้ำหวานปกติ ก็ให้สั่งหวานน้อย เคยใส่น้ำตาลในอาหาร 3 ช้อน ก็ลองลดเหลือ 1 ช้อนครึ่ง
  2. เน้นกินอาหารที่ให้ความหวานแบบธรรมชาติ เช่น ผลไม้ แต่เลือกที่มีน้ำตาลต่ำ ไฟเบอร์สูง ไม่ว่าจะเป็นส้ม องุ่น แตงโม

เมื่อสมองปรับความเคยชินกับความหวานจากผลไม้แบบธรรมชาติจนคุ้นเคย ความอยากกินอาหารที่มีรสซุปเปอร์หวานก็จะลดลง ซึ่งจะทำให้สมองหลุดจากวงจรความหวานได้นั่นเอง

อ้างอิงข้อมูลจาก

1. https://www.healthline.com/health/food-nutrition/experts-is-sugar-addictive-drug

2. https://edition.cnn.com/2017/03/02/health/sugar-brain-diet-partner/index.html

3. http://nutritionwonderland.com/2009/07/understanding-our-bodies-dopamine-rewards/