เชื่อว่าทุกคนต้องเคยเจอมากับตัวอย่างแน่นอนครับ นั่นคือสถานการณ์ข้าศึกบุก หรืออาการปวดฉี่อย่างรุนแรงในเวลาและสถานที่ที่ไม่เอื้ออำนวยเอาเสียเลย ไม่ว่าจะเป็นตอนที่รถกำลังติดอยู่บนทางด่วน หรือตอนที่กำลังประชุมนำเสนองานครั้งสำคัญอยู่
การปวดท้องฉี่ในเวลาแบบนี้มันทรมานมากใช่ไหมครับ วันนี้ลุงจะมาแชร์ความรู้และเคล็ดลับดี ๆ ในการรับมือกับสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานนี้ให้นำไปใช้กันครับ
กลไกธรรมชาติ ร่างกายเตือนเราอย่างไรเมื่อปวดฉี่
ก่อนที่เราจะไปดูวิธีรับมือยามฉุกเฉิน ลุงอยากให้เข้าใจระบบการทำงานของร่างกายว่า อาการปวดฉี่เกิดขึ้นได้อย่างไร โดยปกติแล้ว ร่างกายของเราจะมีระบบเตือนภัยที่น่าทึ่งและทำงานสอดประสานกันดังนี้ครับ
- สัญญาณเตือนเมื่อถึงครึ่งทาง: เมื่อมีปริมาณน้ำปัสสาวะเข้ามาสะสมจนถึงประมาณครึ่งหนึ่งของกระเพาะปัสสาวะ เส้นประสาทที่อยู่บริเวณรอบกระเพาะปัสสาวะจะรับรู้ถึงแรงตึง และส่งกระแสสัญญาณเตือนไปยังสมองทันที เพื่อบอกเราว่าได้เวลาเตรียมตัวหาห้องน้ำแล้วนะ
- สมองสั่งการให้ช่วยอั้น: แต่หากในตอนนั้นเรายังไม่สะดวกที่จะเข้าห้องน้ำจริง ๆ สมองส่วนกลางจะทำหน้าที่ส่งสัญญาณย้อนกลับมาสั่งการที่กล้ามเนื้อหูรูดและกระเพาะปัสสาวะ เพื่อให้เราสามารถอั้นปัสสาวะเอาไว้ได้ก่อนชั่วคราวครับ
แม้ว่าร่างกายของเราจะสามารถอั้นฉี่ได้ในระดับหนึ่ง แต่ลุงขอเตือนด้วยความห่วงใยนะครับว่า เราควรอั้นฉี่เฉพาะในเวลาที่จำเป็นและฉุกเฉินจริง ๆ เท่านั้น ไม่ควรอั้นบ่อยจนเป็นนิสัยเด็ดขาด เพราะจะส่งผลเสียทำให้เสี่ยงต่อการเป็นโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ ซึ่งทรมานและต้องใช้เวลารักษานานเลยทีเดียวครับ
3 เทคนิคช่วยชีวิตเมื่อจำเป็นต้องอั้นฉี่
หากตกอยู่ในสถานการณ์ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้จริง ๆ และจำเป็นต้องยืดเวลาออกไปอีกสักนิด ลุงมี 3 เทคนิคที่จะช่วยบรรเทาอาการปวดฉี่ และลดแรงกดดันของกระเพาะปัสสาวะมาฝากครับ
1. ทำร่างกายให้อุ่นเข้าไว้
เคยสังเกตไหมครับว่าเวลาที่เราอยู่ในห้องแอร์ที่หนาวจัด เราจะรู้สึกปวดฉี่บ่อยและเร็วกว่าปกติ นั่นเป็นเพราะความเย็นทำให้ร่างกายและกล้ามเนื้อหดตัวลง รวมถึงกระตุ้นระบบประสาทให้ทำงานไวขึ้น
ดังนั้นหากรู้สึกปวดฉี่ขึ้นมาในที่สาธารณะ สิ่งแรกที่ทำได้ง่ายที่สุดคือการทำตัวเองให้อุ่นครับ หาเสื้อกันหนาวมาใส่ กอดอก หรือใช้มือถูตัวเพื่อให้ร่างกายอบอุ่นขึ้น วิธีนี้จะช่วยลดอาการปวดลงได้ดีเลยครับ
2. เปลี่ยนมานั่งแทนยืน
หากกำลังยืนอยู่แล้วรู้สึกว่าเริ่มจะทนไม่ไหว ลุงแนะนำให้รีบมองหาที่นั่งโดยเร็วที่สุดครับ เพราะการนั่งจะช่วยลดแรงกดทับที่บริเวณอุ้งเชิงกรานและกระเพาะปัสสาวะได้ดีกว่าท่าทางตอนยืน การนั่งจะช่วยให้เราสามารถควบคุมสมาธิและควบคุมกล้ามเนื้อหูรูดได้ง่ายยิ่งขึ้นครับ
3. ปรับเปลี่ยนท่านั่งเพื่อลดแรงกด
ถ้านั่งอยู่แล้วแต่ยังรู้สึกว่ายังทรมานอยู่ ลุงมีท่าปรับเปลี่ยนสรีระร่างกาย เพื่อช่วยลดแรงบีบคั้นที่กระเพาะปัสสาวะมาแนะนำเพิ่มเติมครับ
- เอนตัวไปข้างหน้า: การโน้มตัวหรือเอนตัวไปข้างหน้าเล็กน้อยจะช่วยปรับมุมของกระเพาะปัสสาวะ และช่วยลดแรงกดทับจากอวัยวะภายในตัวเราลงไปได้ชั่วคราวครับ
- นั่งไขว่ห้าง: การนั่งไขว่ห้างเป็นท่ายอดฮิตที่ช่วยได้จริงครับ เพราะช่วยเกร็งกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานและช่วยปิดกั้นท่อปัสสาวะได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้เราอั้นได้มั่นใจขึ้นครับ
เทคนิคที่ลุงนำมาเล่าให้ฟังเป็นเพียงวิธีแก้ปัญหาเฉพาะหน้าชั่วคราวในยามคับขันเท่านั้นนะครับ สิ่งสำคัญที่สุดคือการวางแผนดูแลตัวเองให้ดี ลุงแนะนำให้พยายามเข้าห้องน้ำและจัดการธุระส่วนตัวให้เรียบร้อยก่อนออกเดินทางยาว ๆ หรือหากรู้ว่าจะต้องเดินทางไปในที่ที่หาห้องน้ำยาก ก็อาจจะลดปริมาณการดื่มน้ำลงก่อนเดินทางสักเล็กน้อย เพื่อสุขภาพร่างกายที่ดีและไม่ต้องทนทรมานในระยะยาวนะครับ

