ทำไมเราถึงติดหวาน

เป็นที่รู้กันดีว่า เราไม่ควรกิน “น้ำตาล” ในปริมาณมาก เพราะจะส่งผลเสียต่อสุขภาพ

แต่ทั้งๆ ที่รู้ว่าควรลดหวานลง วันไหนที่ไม่ได้กิน กลับรู้สึก “อยาก” เหมือนขาดหวานไม่ได้

น้ำตาล หรือ ความหวาน ส่งผลอะไรกับเรา ที่ทำให้เราเสพติดมันได้ขนาดนี้!?

การจะหาคำตอบของเรื่องนี้ ลุงขอพาทุกคนย้อนกลับไปดูที่มาของความหวานกันสักนิด

ในสมัยก่อนที่เราดำรงชีวิตด้วยการหาของป่า ล่าสัตว์ 

อาหารที่กินนั้น เรียกว่า ต้องใช้สัญชาติญาณแยกแยะว่าอันไหนกินได้ กินไม่ได้ บูดหรือยัง มีประโยชน์ต่อร่างกายไหม 

ลิ้น และ สมองของเราจึงวิวัฒนาการ โดยการรับรสได้ 5 รส คือ

รสหวาน – อาหารที่มีรสหวานมักให้พลังงานสูง ควรกิน 

รสเปรี้ยว – อาหารที่มีรสเปรี้ยวมากๆ มักเป็น อาหารบูด ไม่ควรกิน

รสเค็ม – อาหารที่มีรสเค็ม มักเป็นอาหารที่มีเกลือแร่ซึ่งจำเป็นต่อร่างกาย ควรกิน

รสขม – มักเป็นพวกผัก ถ้าขมมากๆ อาจมีพิษ ไม่ควรกิน

รสอูมามิ – เป็นรสของโปรตีนที่ให้พลังงาน ควรกิน

เพราะร่างกายต้องใช้พลังงานสูงเพื่อความอยู่รอด เมื่อเราได้กินอาหารที่มีรสหวาน เช่น ผลไม้สุก สมองจะเปิด “ระบบการให้รางวัล” โดยการหลั่งสารที่ชื่อว่า โดปามีน ออกมา ทำให้เรารู้สึกมีความสุข เพื่อให้มีแรงใจลุกออกไปหาอาหารที่มีพลังงานมากินอีก

แต่อย่าลืมว่า ระดับความหวานที่ร่างกายรับรู้มา เป็นแค่ความหวานระดับผลไม้สุกเท่านั้น

ไม่ใช่ความหวานของ น้ำตาลทราย ฟรุกโตสคอนไซรัป แอสปาแตม หรือขัณฑสกร ที่ให้ความหวานกว่าน้ำตาลทราย 300-700 เท่า! เหมือนทุกวันนี้

แล้วเมื่อสมองได้เจอรสซุปเปอร์หวานนี้เข้าไป ก็ยิ่งติดใจ อยากให้เรากินบ่อยๆ เลยเปิดระบบการให้รางวัลแบบรัวๆ 

จนกระทั่ง…

เราเริ่มชินกับรสซุปเปอร์หวาน จนรู้สึกว่าไม่ได้หวานเหมือนเคยอีกต่อไป

ผลที่เกิดขึ้นคือ สมองไม่ยอมเปิดระบบให้รางวัลแก่เราเหมือนเดิม ความหวานระดับนี้ไม่ได้ทำให้มีความสุขเสียแล้ว

เราจึงต้องการความหวานมาก มากอีก มากขึ้นไปอีก!

เพื่อกระตุ้นให้สมองมอบความสุขแก่เราเหมือนเดิม

สุดท้ายเราจึงติดหวาน และ อยากกินหวานมากขึ้นเรื่อยๆ นั่นเอง 

สิ่งที่น่ากังวลก็คือ ปริมาณน้ำตาล และ แคลอรีที่มากขึ้น จะทำให้ร่างกายเสื่อมลงเร็วขึ้น

ซึ่งสถิติในปัจจุบันเราจะเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุ น้อยยิ่งกว่าเสียชีวิตด้วยโรคที่เกิดจากน้ำตาลเสียอีก

พออ่านมาถึงตรงนี้ คงเริ่มหวั่นใจแล้วสิ ว่าถ้าอย่างนั้น เราจะทำยังไง ให้สมองของเรากลับมาฟินกับความหวาน ระดับธรรมชาติ ได้เหมือนเดิม 

คำแนะนำ คือ

  1. เราต้องค่อยๆ ปรับความเคยชิน โดยการลดความหวานลง เช่น เคยสั่งน้ำหวานปกติ ก็ให้สั่งหวานน้อย เคยใส่น้ำตาลในอาหาร 3 ช้อน ก็ลองลดเหลือ 1 ช้อนครึ่ง
  2. เน้นกินอาหารที่ให้ความหวานแบบธรรมชาติ เช่น ผลไม้ แต่เลือกที่มีน้ำตาลต่ำ ไฟเบอร์สูง ไม่ว่าจะเป็นส้ม องุ่น แตงโม

เมื่อสมองปรับความเคยชินกับความหวานจากผลไม้แบบธรรมชาติจนคุ้นเคย ความอยากกินอาหารที่มีรสซุปเปอร์หวานก็จะลดลง ซึ่งจะทำให้สมองหลุดจากวงจรความหวานได้นั่นเอง

อ้างอิงข้อมูลจาก

1. https://www.healthline.com/health/food-nutrition/experts-is-sugar-addictive-drug

2. https://edition.cnn.com/2017/03/02/health/sugar-brain-diet-partner/index.html

3. http://nutritionwonderland.com/2009/07/understanding-our-bodies-dopamine-rewards/