<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ตาบวม - Jones' Salad Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.jonessalad.com/tag/%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%A7%E0%B8%A1/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.jonessalad.com</link>
	<description>ยินดีต้อนรับสู่ โจนส์สลัด ร้านสลัดที่จะทำให้ผักสดกลายเป็นเมนูแสนอร่อย</description>
	<lastBuildDate>Thu, 23 Jul 2026 10:53:28 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.0.3</generator>

<image>
	<url>https://www.jonessalad.com/wp-content/uploads/2024/02/cropped-Logo-WEB-1-32x32.png</url>
	<title>ตาบวม - Jones' Salad Thailand</title>
	<link>https://www.jonessalad.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ตาเป็นแบบนี้เกิดจากอะไร?</title>
		<link>https://www.jonessalad.com/%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=%25e0%25b8%2595%25e0%25b8%25b2%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%259b%25e0%25b9%2587%25e0%25b8%2599%25e0%25b9%2581%25e0%25b8%259a%25e0%25b8%259a%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%25b5%25e0%25b9%2589%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%25b4%25e0%25b8%2594%25e0%25b8%2588%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%25b0%25e0%25b9%2584%25e0%25b8%25a3</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Itim.Jones]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 20 Oct 2022 05:39:51 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Disease]]></category>
		<category><![CDATA[ตา]]></category>
		<category><![CDATA[ตาบวม]]></category>
		<category><![CDATA[ตาแดง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://jonessalad.com/?p=6639</guid>

					<description><![CDATA[<p>อวัยวะที่เปราะบาง แต่สำคัญมากๆ อย่างดวงตา เพราะดวงตาก็เหมือนความรัก ตอนมีไม่รักษาไว้ ตอนไปก็ยื้อแทบไม่ทัน กว่าจะรู้ได้ว่าตาเราเปลี่ยนไปแค่ไหนก็อาจสายเกินแก้</p>
<p>The post <a href="https://www.jonessalad.com/%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3/">ตาเป็นแบบนี้เกิดจากอะไร?</a> first appeared on <a href="https://www.jonessalad.com">Jones' Salad Thailand</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="wp-block-paragraph">อวัยวะที่เปราะบาง แต่สำคัญมากๆ อย่างดวงตา เพราะดวงตาก็เหมือนความรัก ตอนมีไม่รักษาไว้ ตอนไปก็ยื้อแทบไม่ทัน กว่าจะรู้ได้ว่าตาเราเปลี่ยนไปแค่ไหนก็อาจสายเกินแก้</p>



<p class="wp-block-paragraph">สาเหตุก็มาจากการใช้สายตาที่หักโหมเกินไป พักผ่อนไม่เพียงพอทำตาล้า และยังขาดการกินอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพอีกก็ยิ่งทำให้ดวงตาเราแย่เข้าไปใหญ่ ซึ่งก็ประกอบไปด้วย</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<h2 class="wp-block-heading">ตาล้า</h2>



<p class="wp-block-paragraph">ทำงานมทั้งวัน เหนื่อยล้ากายใจ ดวงตาก็เช่นกัน เพราะเกิดจากการจ้องหน้าจอนานๆ แบบ Non-stop โดยไม่พักเลย ทำให้คันตา แสบตา ปวดตา กระบอกตา หรือรอบๆ ดวงตา ตาเบลอ มองอะไรไม่ชัด ไวต่อแสงมาก เห็นภาพซ้อนกันไปหมด บางครั้งมีอาการตาแห้งร่วมด้วย</p>



<p class="wp-block-paragraph">แนะนำให้เพิ่มความชุ่มชื้นให้ดวงตาด้วยน้ำตาเทียม ประคบเย็นช่วยลดความตึงของกล้ามเนื้อตา หลับตาบ้าง หรือหันไปมองอะไรอย่างอื่นถือเป็นการพักสายตาไปในตัว ทานผัก ผลไม้สีเหลือง ส้ม เขียวที่มีวิตามันเออยู่มาก เช่น แครอท ฟักทอง ข้าวโพด คะน้า พริกหยวก มะละกอ มะม่วง แคนตาลูป เป็นต้น</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<h2 class="wp-block-heading">ตาแห้ง</h2>



<p class="wp-block-paragraph">เกิดจากการตากแดด ตากลม ความชื้นในตาจึงระเหยออกไปเยอะ การจ้องหน้าจอนานๆ ก็เป็นอีกสาเหตุที่ทำให้ตาไม่ค่อยกะพริบ น้ำตาจึงถูกกระตุ้นให้หลั่งออกมาน้อย หรืออาจเกิดจากการใช้ยาบางประเภท ความผิดปกติของเปลือกตา เช่น ตาปิดไม่สนิทตอนนอน ตากะพริบน้อยผิดปกติ หรือต่อมไขมันเปลือกตาอุดตัน เป็นต้น</p>



<p class="wp-block-paragraph">อาการที่เห็นได้ชัดเจนคือ รู้สึกเคืองๆ ตา ไม่สบายตา เหมือนมีอะไรอยู่ข้างใน แสบตา ตาล้าง่าย ตาแดง สู้แสงไม่ได้ (แบบนี้จะทำให้น้ำตาไหลออกมามาก เพราะเคืองตาจากการโดนแดด บางคนอาจเข้าใจอาการในจุดนี้ผิดได้) มองเห็นมัวๆ ชัดบ้างไม่ชัดบ้าง ลิมตายาก รู้สึกฝืดๆ โดยเฉพาะในตอนเช้า</p>



<p class="wp-block-paragraph">ดังนั้นคนที่ตาแห้งควรจะปรับพฤติกรรม และสิ่งแวดล้อมให้เหมาะสม เลี่ยงการเป่าไดร์เข้าตา พักสายตาจากหน้าจอคอมบ้าง กะพริบตาบ่อยๆ หยอดน้ำตาเทียม ประคบอุ่นลดการอุดตันของต่อมไขมันเปลือกตา</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<h2 class="wp-block-heading">ตากระตุก</h2>



<p class="wp-block-paragraph">กระตุกข้างซ้ายเขาว่าโชคดี กระตุกข้างขวาเขาว่าโชคร้าย แต่กระตุกบ่อยเกินก็น่ากลัวอยู่ เพราะอาจมีสาเหตุจากเจอแสงจ้าบ่อยๆ นอนไม่พอ ความเครียดสะสม ดื่มเครื่องดื่มคาเฟอีนหรือแอลกอฮอล์มากไป ขาดวิตามิน/แร่ธาตุบางชนิด หรือเป็นภูมิแพ้</p>



<p class="wp-block-paragraph">อาการคือเปลือกตาขยับอย่างรวดเร็ว อาจเกิดเพียงเล็กน้อย แต่ก็ทำให้เรารำคาญได้ เจอได้ทั้งเปลือกตาบนและล่าง ทั่วไปอาการจะไม่รุนแรง ไม่ทำให้บาดเจ็บ หายเองได้ในเวลาสั้นๆ แต่บางคนก็อาจร้ายแรงและหยุดเองไม่ได้ (สัญญาณเสี่ยงโรคอันตราย) แบบนี้ควรไปปรึกษาหมอนะค้าบ</p>



<p class="wp-block-paragraph">แก้อาการตากระตุกได้โดย นอนให้เยอะๆ ไม่ต่ำกว่า 6 ชั่วโมง ประคบร้อน/อุ่นที่ตาประมาณ 10 นาที ลดการใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ให้ตาได้พักบ้างพร้อมกับนวดๆ รอบดวงตาไปด้วย พยายามออกไปหาอะไรทำช่วยลดความเครียด</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<h2 class="wp-block-heading">ตาบวม</h2>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากซีรี่ดราม่าจะทำตาบวมจากการร้องไห้ได้แล้ว ตาบวมยังเกิดได้จากสาเหตุอื่นอีก เช่น การกินอาหารที่มีโซเดียมมากเกินไป ตาจึงบวมน้ำ หรือเกิดจากภาวะภูมิแพ้ขึ้นตาที่เป็นการอักเสบของเยื่อบุตาต่อสิ่งเร้าภายนอก ได่แก่ ฝุ่น ไร ขนสัตว์ เกสรดอกไม้เป็นต้น (ซึ่งภูมิแพ้ขึ้นตาเราจะมา เจาะรายละเอียดอีกทีในบทความนี้แหละ)</p>



<p class="wp-block-paragraph">ลดอาการตาบวมด้วยการเปลี่ยนผ้าปูที่นอน ใช้เครื่องกรองอากาศ ลดไรฝุ่น ประคบเย็นเพื่อลดอาการบวม หยอดน้ำตาเทียมชนิด preservative ล้างตาด้วยน้ำเกลือเมื่อสัมผัสโดนสิ่งกระตุ้น หยอดยาแก้แพ้/ยาแก้อักเสบ (**ควรปรึกษาจักษุแพทย์ก่อนซื้อยามาหยอดเองนะค้าบ)</p>



<p class="wp-block-paragraph">พูดถึงเรื่องของเปลือกตากันไปแล้ว วกกลับมาที่เรื่องของ “ลูกตา” กันบ้าง เพราะส่วนนี้แหละที่สำคัญสุดๆ ไปเลย แต่ลุงโจนส์ของหยิบยกประเด็นที่ยังไม่ได้ถูกพูดถึงในหัวข้อที่แล้วมานะครับ (จะได้ไม่ต้องอ่านซ้ำเนอะ)</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<h2 class="wp-block-heading">ตาแตก (เส้นเลือดฝอยในตาแตก)</h2>



<p class="wp-block-paragraph">ตาแตกที่ไม่ใช่เพลงของมิลลิ แต่เป็นตาแตกที่เกิดในตาเราจริงๆ เกิดจากเส้นเลือดฝอยในตาเราแตก สังเกตได้เวลาเราส่องกระจกจะเห็นปื้นเลือดแดงๆ อยู่เหนือตาขาว เกิดได้หลายสาเหตุ เช่น เบ่ง ไอ จาม ความดันในร่างกายสูงกะทันหัน การแข็งตัวเลือดผิดปกติ ผู้ป่วยความดัน หรือผู้ป่วยที่ทานยาเกี่ยวกับการแข็งตัวของเลือด แม้แต่การขยี้ตาแรงๆ แปปเดียวก็เส้นเลือดแตกได้</p>



<p class="wp-block-paragraph">ปกติอาการนี้จะหายได้เองใน 1 &#8211; 2 สัปดาห์ ไม่จำเป็นต้องใช้ยาหยอด ถ้าเคืองตานิดหน่อยก็ใช้น้ำตาเทียมหยอดได้ แต่ในคนที่อาการหนักจริงๆ หรือมีเส้นเลือดฝอยแตกซ้ำกันหลายครั้ง แบบนี้แนะนำให้มาหาหมอ เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงนะครับ</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<figure class="wp-block-image aligncenter"><img fetchpriority="high" decoding="async" width="640" height="800" src="https://jonessalad.com/wp-content/uploads/2022/10/ตาแดงๆ-จะไว้ใจได้กา-01-640x800.jpg" alt="" class="wp-image-6641" srcset="https://www.jonessalad.com/wp-content/uploads/2022/10/ตาแดงๆ-จะไว้ใจได้กา-01-640x800.jpg 640w, https://www.jonessalad.com/wp-content/uploads/2022/10/ตาแดงๆ-จะไว้ใจได้กา-01-320x400.jpg 320w, https://www.jonessalad.com/wp-content/uploads/2022/10/ตาแดงๆ-จะไว้ใจได้กา-01-768x960.jpg 768w" sizes="(max-width: 640px) 100vw, 640px" /></figure>



<h2 class="wp-block-heading">เยื่อบุตาอักเสบ</h2>



<p class="wp-block-paragraph">หัวข้อนี้แตกแขนงได้อีก 2 สาเหตุ&nbsp;</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>อันแรกคือเยื่อบุตาอักเสบที่เกิดจาก<strong>แบคทีเรีย </strong>(บางชนิด) เชื้อติดต่อได้ง่ายมากจากการใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อ และเกิดในเด็กมากกว่าผู้ใหญ่</li>



<li>ถัดมาคือเยื่อบุตาอักเสบที่เกิดจาก<strong>เชื้อไวรัส </strong>มักระบาดตามฤดูฝน หรือช่วงที่น้ำท่วมก็จะเจอบ่อย แต่ก็พบได้ประปรายตลอดปีเช่นกัน การติดต่อสามารถติดกันได้จากการใกล้ชิดผู้ติดเชื้อ คนในบ้านเดียวกัน หรือชุมชนเดียวกันก็ติดได้</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">แต่อย่างไรก็ตามอาการของทั้งสองเชื้อก็แสดงออกมาเหมือนกันทั้งคู่ คือ ตาแดง แสบตา เคืองตา ตาบวม ขี้ตาเยอะ</p>



<h3 class="wp-block-heading">การรักษาเบื้องต้น</h3>



<ul class="wp-block-list">
<li>ถ้าเรียนหรือทำงานอยู่ให้ลาหยุดซัก 1 สัปดาห์&nbsp;</li>



<li>ห้ามขยี้ตาเพราะจะทำให้ตาเคืองมากขึ้น&nbsp;&nbsp;</li>



<li>ประคบเย็นวันละ 3 &#8211; 4 ครั้ง ครั้งละ 10 &#8211; 15 นาที <em>(อย่าเอาอุปกรณ์ประคบเย็นไปสัมผัสคนอื่นนะครับ เดี๋ยวจะแพร่เชื้อเอา)&nbsp;</em></li>



<li>ถ้าน้ำตาไหลให้เอาผ้าซับแล้วนำไปซักให้สะอาด&nbsp;</li>



<li>หมั่นทำความสะอาดโดยใช้สำลีชุบน้ำต้มสุกเช็ดเปลือกตา พยายามเอาขี้ตาออกให้ได้&nbsp;</li>



<li>ไม่ควรใส่คอนแทคเลนส์ ถ้าตาสู้แสงไม่ได้ลองใส่แว่นกันแดดดูนะครับ</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">ทั้งนี้ถ้าอาการยังไม่ดีขึ้นอีกใน 1 สัปดาห์ ควรไปหาหมอเพื่อรักษานะครับ</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<h2 class="wp-block-heading">ภูมิแพ้ขึ้นตา (ตาบวม)</h2>



<p class="wp-block-paragraph">สาเหตุหลายคนก็น่าจะพอเดาได้ เพราะเกิดจากสารก่อภูมิแพ้ที่ทำให้ ตาเราระคายเคืองและบวมขึ้นมา แต่จะเกิดจากสาเหตุอะไรก็ขึ้นอยู่กับร่างกายของแต่ละคนว่าอ่อนไหวต่อสารก่อภูมิแพ้แบบไหน มีตั้งแต่ ไรฝุ่น ขนสัตว์ เชื้อรา และกลิ่นสารเคมี เป็นต้น</p>



<p class="wp-block-paragraph">อาการภูมิแพ้ขึ้นตาสังเกตแบบไวๆ เลยเราจะเห็น ตาแดงขึ้น ตาขาวออกชมพูๆ ตาช้ำแฉะ ไวต่อแสงสู้แสงไม่ค่อยได้ คันหรือเคืองตา เปลือกตาบวมขึ้นจนสังเกตได้ อาการจะเกิดขึ้นอย่างฉับพลันและอาจเกิดได้พร้อมกันทั้งสองข้าง</p>



<h3 class="wp-block-heading">วิธีบรรเทาอาการด้วยตัวเองเบื้องต้น</h3>



<ul class="wp-block-list">
<li>ฝืนใจไว้ ไม่เอามือไปขยี้ตา หรือสัมผัสตา ลดการอักเสบและความคัน ถ้าเคืองจนไม่ไหวให้ใช้น้ำตาเทียม/ยาหยอดตา<strong>ชนิดต้านภูมิแพ้</strong></li>



<li>ประคบเย็นที่ตา ลดการอักเสบ</li>



<li>ปกติจะอาการดีขึ้นภายใน 3 &#8211; 4 วัน และกินเวลานาน 2 &#8211; 3 สัปดาห์แล้วอาการยังไม่ดีขึ้น ควรให้จักษุแพทย์วินิจฉัยเพิ่มเติมครับ</li>
</ul><p>The post <a href="https://www.jonessalad.com/%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3/">ตาเป็นแบบนี้เกิดจากอะไร?</a> first appeared on <a href="https://www.jonessalad.com">Jones' Salad Thailand</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
