<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Mental Health - Jones' Salad Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.jonessalad.com/category/mental-health/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.jonessalad.com</link>
	<description>ยินดีต้อนรับสู่ โจนส์สลัด ร้านสลัดที่จะทำให้ผักสดกลายเป็นเมนูแสนอร่อย</description>
	<lastBuildDate>Tue, 04 Aug 2026 11:06:50 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.0.2</generator>

<image>
	<url>https://www.jonessalad.com/wp-content/uploads/2024/02/cropped-Logo-WEB-1-32x32.png</url>
	<title>Mental Health - Jones' Salad Thailand</title>
	<link>https://www.jonessalad.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ไม่เป็นไรถ้าไม่โอเค ถอดรหัสพฤติกรรม &#8220;โรคทางใจ&#8221; ที่สมองและร่างกายกำลังส่งสัญญาณเตือน</title>
		<link>https://www.jonessalad.com/%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b9%82%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%84-%e0%b8%96%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%a3%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b8%aa%e0%b8%9e%e0%b8%a4%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1-%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%88-%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8d%e0%b8%b2%e0%b8%93%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%99/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=%25e0%25b9%2584%25e0%25b8%25a1%25e0%25b9%2588%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%259b%25e0%25b9%2587%25e0%25b8%2599%25e0%25b9%2584%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%2596%25e0%25b9%2589%25e0%25b8%25b2%25e0%25b9%2584%25e0%25b8%25a1%25e0%25b9%2588%25e0%25b9%2582%25e0%25b8%25ad%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%2584-%25e0%25b8%2596%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%2594%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25ab%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%25aa%25e0%25b8%259e%25e0%25b8%25a4%25e0%25b8%2595%25e0%25b8%25b4%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25a1-%25e0%25b9%2582%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%2584%25e0%25b8%2597%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%2587%25e0%25b9%2583%25e0%25b8%2588-%25e0%25b8%2597%25e0%25b8%25b5%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%25aa%25e0%25b8%25a1%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%2587%25e0%25b9%2581%25e0%25b8%25a5%25e0%25b8%25b0%25e0%25b8%25a3%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%2587%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%25a2%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%25b3%25e0%25b8%25a5%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%2587%25e0%25b8%25aa%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%2587%25e0%25b8%25aa%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%258d%25e0%25b8%258d%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%2593%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%2595%25e0%25b8%25b7%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%2599</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 04 Aug 2026 11:01:01 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Mental Health]]></category>
		<category><![CDATA[สุขภาพจิต]]></category>
		<category><![CDATA[โรคซึมเศร้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.jonessalad.com/?p=9809</guid>

					<description><![CDATA[<p>เคยไหม? ที่บางครั้งเรามองคนรอบตัว หรือแม้กระทั่งมองตัวเองในกระจกแล้วเกิดความไม่เข้าใจ&#8230; ทำไมช่วงนี้ถึงขี้ลืมจัง ทำไมต้องล้างมือซ้ำๆ หรือทำไมอารมณ์ถึงขึ้นๆ ลงๆ เหมือนรถไฟเหาะ หลายครั้งเรามักตัดสินพฤติกรรมเหล่านี้ว่าเป็นเพียงแค่ &#8220;นิสัย&#8221; หรือ &#8220;การเรียกร้องความสนใจ&#8221; แต่ในความเป็นจริงแล้ว ภายใต้พฤติกรรมแปลกๆ เหล่านั้น อาจมีเสียงกรีดร้องเงียบๆ ของ &#8220;โรคทางใจ&#8221; ซ่อนอยู่ก็เป็นได้ วันนี้ลุงจะพาทุกคนไปเจาะลึกและทำความเข้าใจกับ 4 โรคทางจิตเวชยอดฮิต ผ่านมุมมองของ &#8220;สิ่งที่แสดงออกภายนอก&#8221; ปะทะกับ &#8220;สาเหตุที่แท้จริงภายในสมอง&#8221; เพื่อให้เราเข้าใจตัวเองและคนรอบข้างมากขึ้น เพราะบางครั้ง&#8230; การเข้าใจคือจุดเริ่มต้นที่ดีที่สุดของการรักษา ถอดรหัส 4 โรคทางใจที่พบบ่อย: สิ่งที่เห็น VS สิ่งที่เป็น 1. โรคซึมเศร้า (Major Depression): ไม่ใช่แค่ขี้เกียจ แต่สมองส่วนคิดบวกกำลังปิดสวิตช์ หลายคนมักเข้าใจผิดว่าคนเป็นโรคซึมเศร้าจะต้องร้องไห้ตลอดเวลา แต่ในความเป็นจริง พฤติกรรมภายนอกที่แสดงออกอาจมาในรูปแบบอื่นที่คุณคาดไม่ถึง 2. โรคย้ำคิดย้ำทำ (OCD): พฤติกรรมวนลูปที่ขับเคลื่อนด้วยความวิตกกังวล สำหรับคนนอก พฤติกรรมของคนเป็น OCD อาจดูน่ารำคาญหรือดูเยอะเกินไป แต่สำหรับพวกเขาแล้ว มันคือกลไกการเอาชีวิตรอดจากความกลัวในจิตใจ 3....</p>
<p>The post <a href="https://www.jonessalad.com/%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b9%82%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%84-%e0%b8%96%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%a3%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b8%aa%e0%b8%9e%e0%b8%a4%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1-%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%88-%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8d%e0%b8%b2%e0%b8%93%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%99/">ไม่เป็นไรถ้าไม่โอเค ถอดรหัสพฤติกรรม “โรคทางใจ” ที่สมองและร่างกายกำลังส่งสัญญาณเตือน</a> first appeared on <a href="https://www.jonessalad.com">Jones' Salad Thailand</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="wp-block-paragraph">เคยไหม? ที่บางครั้งเรามองคนรอบตัว หรือแม้กระทั่งมองตัวเองในกระจกแล้วเกิดความไม่เข้าใจ&#8230; ทำไมช่วงนี้ถึงขี้ลืมจัง ทำไมต้องล้างมือซ้ำๆ หรือทำไมอารมณ์ถึงขึ้นๆ ลงๆ เหมือนรถไฟเหาะ</p>



<p class="wp-block-paragraph">หลายครั้งเรามักตัดสินพฤติกรรมเหล่านี้ว่าเป็นเพียงแค่ &#8220;นิสัย&#8221; หรือ &#8220;การเรียกร้องความสนใจ&#8221; แต่ในความเป็นจริงแล้ว ภายใต้พฤติกรรมแปลกๆ เหล่านั้น อาจมีเสียงกรีดร้องเงียบๆ ของ <strong>&#8220;โรคทางใจ&#8221;</strong> ซ่อนอยู่ก็เป็นได้</p>



<p class="wp-block-paragraph">วันนี้ลุงจะพาทุกคนไปเจาะลึกและทำความเข้าใจกับ 4 โรคทางจิตเวชยอดฮิต ผ่านมุมมองของ <strong>&#8220;สิ่งที่แสดงออกภายนอก&#8221;</strong> ปะทะกับ <strong>&#8220;สาเหตุที่แท้จริงภายในสมอง&#8221;</strong> เพื่อให้เราเข้าใจตัวเองและคนรอบข้างมากขึ้น</p>



<p class="wp-block-paragraph">เพราะบางครั้ง&#8230; การเข้าใจคือจุดเริ่มต้นที่ดีที่สุดของการรักษา</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<h2 class="wp-block-heading">ถอดรหัส 4 โรคทางใจที่พบบ่อย: สิ่งที่เห็น VS สิ่งที่เป็น</h2>



<h3 class="wp-block-heading">1. โรคซึมเศร้า (Major Depression): ไม่ใช่แค่ขี้เกียจ แต่สมองส่วนคิดบวกกำลังปิดสวิตช์</h3>



<p class="wp-block-paragraph">หลายคนมักเข้าใจผิดว่าคนเป็นโรคซึมเศร้าจะต้องร้องไห้ตลอดเวลา แต่ในความเป็นจริง พฤติกรรมภายนอกที่แสดงออกอาจมาในรูปแบบอื่นที่คุณคาดไม่ถึง</p>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>สิ่งที่แสดงออก:</strong> กลายเป็นคนขี้ลืม ไม่มีสมาธิทำงาน เบื่อหน่าย ไม่อยากทำอะไรเลย แม้แต่สิ่งที่เคยชอบทำก็ไม่อยากจับ และอาจดูเหมือนคนไร้พลังงาน</li>



<li><strong>สาเหตุข้างใน:</strong> มันไม่ใช่ความขี้เกียจ แต่เกิดจากสมองส่วนที่ทำหน้าที่คิดบวกและประมวลผลความสุขทำงานผิดปกติ ส่งผลให้ความคิดด้านลบวิ่งวนเวียนอยู่ในหัวตลอดเวลาเหมือนเขาวงกตที่หาทางออกไม่ได้</li>
</ul>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<h3 class="wp-block-heading">2. โรคย้ำคิดย้ำทำ (OCD): พฤติกรรมวนลูปที่ขับเคลื่อนด้วยความวิตกกังวล</h3>



<p class="wp-block-paragraph">สำหรับคนนอก พฤติกรรมของคนเป็น OCD อาจดูน่ารำคาญหรือดูเยอะเกินไป แต่สำหรับพวกเขาแล้ว มันคือกลไกการเอาชีวิตรอดจากความกลัวในจิตใจ</p>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>สิ่งที่แสดงออก:</strong> พูดคำว่า &#8220;ขอโทษ&#8221; ซ้ำๆ แม้ไม่ได้ทำอะไรผิด, ล้างมือบ่อยจนผิวแห้งกร้าน, หรือเดินไปเช็กกลอนประตูบ้านซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนไม่ได้ออกจากบ้านสักที</li>



<li><strong>สาเหตุข้างใน:</strong> เกิดจากสมองหลายส่วนทำงานมากเกินไปจนควบคุมไม่ได้ ร่วมกับการทำงานที่ผิดปกติของสารเคมีในสมองที่ชื่อว่า &#8220;ซีโรโทนิน&#8221; (Serotonin) ทำให้เกิดความวิตกกังวลอย่างรุนแรง และต้องใช้การกระทำซ้ำๆ มาช่วยบรรเทาความกลัวนั้น</li>
</ul>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<h3 class="wp-block-heading">3. โรคอารมณ์ 2 ขั้ว (ไบโพล่าร์): รถไฟเหาะทางอารมณ์ที่ควบคุมไม่ได้</h3>



<p class="wp-block-paragraph">คำว่า &#8220;ไบโพล่าร์&#8221; มักถูกนำมาใช้พูดเล่นในชีวิตประจำวัน แต่ในความเป็นจริง โรคนี้สร้างความทรมานให้กับผู้ป่วยเป็นอย่างมาก</p>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>สิ่งที่แสดงออก:</strong> เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย อารมณ์แปรปรวนอย่างรุนแรง บางช่วงเวลาแอคทีฟมาก คึกคัก พูดเร็ว ไอเดียพุ่งกระฉูด (Mania) สลับกับอีกช่วงเวลาที่ดิ่งลึก เศร้าหมอง และไม่อยากเจอใคร (Depression)</li>



<li><strong>สาเหตุข้างใน:</strong> สารสื่อประสาทในสมองทำงานผิดปกติและไม่สมดุลอย่างรุนแรง ทำให้สมองสั่งการให้ร่างกายหลั่งสารเคมีที่กระตุ้นความคึกคักและความเศร้าสลับกันไปมาโดยที่เจ้าตัวไม่สามารถควบคุมได้</li>
</ul>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<h3 class="wp-block-heading">4. PTSD (ภาวะป่วยทางใจจากเหตุการณ์รุนแรง): ฝันร้ายในอดีตที่ตามมาหลอกหลอน</h3>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อต้องเผชิญกับเหตุการณ์ที่กระทบกระเทือนจิตใจอย่างรุนแรง (เช่น อุบัติเหตุ การสูญเสีย หรือความรุนแรง) บาดแผลนั้นอาจไม่ได้หายไปตามกาลเวลา</p>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>สิ่งที่แสดงออก:</strong> กลายเป็นคนหงุดหงิดง่าย โมโหรุนแรงอย่างไม่มีสาเหตุ ระแวดระวังตัวตลอดเวลา และมักจะมองสิ่งรอบตัวในแง่ลบ</li>



<li><strong>สาเหตุข้างใน:</strong> เกิดจากเหตุการณ์ร้ายแรงในอดีตที่ยังคงฝังลึกในจิตใต้สำนึกและตามหลอกหลอน สมองจะรู้สึกเหมือนว่าตัวเองกำลังเผชิญหน้ากับอันตรายนั้นอยู่ตลอดเวลา ทำให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนความเครียดออกมาเพื่อเตรียมสู้หรือหนีเสมอ</li>
</ul>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<h2 class="wp-block-heading">ยิ่งป่วยหนัก พฤติกรรมยิ่งรุนแรง&#8230; โปรดเข้าใจและรับฟัง</h2>



<p class="wp-block-paragraph">สิ่งสำคัญที่เราต้องตระหนักร่วมกันคือ <strong>&#8220;หากเจ็บป่วยมากขึ้น สิ่งที่แสดงออกภายนอกก็จะยิ่งรุนแรงมากขึ้นด้วย&#8221;</strong> พฤติกรรมแปลกๆ ก้าวร้าว หรือเก็บตัวที่เพิ่มขึ้น ไม่ใช่เพราะพวกเขาอยากเรียกร้องความสนใจ แต่เป็นเพราะสมองและจิตใจของพวกเขากำลังอ่อนแอและต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน</p>



<p class="wp-block-paragraph">หากคุณหรือคนรอบข้างกำลังเผชิญหน้ากับสภาวะเหล่านี้ อยากให้บอกตัวเองเสมอว่า <strong>&#8220;It&#8217;s Okay to NOT Be Okay.&#8221; (ไม่เป็นไรเลยถ้าเราจะไม่โอเค)</strong> การยอมรับความอ่อนแอและการเข้ารับคำปรึกษาจากจิตแพทย์ไม่ใช่เรื่องน่าอาย แต่คือความกล้าหาญที่จะดูแลตัวเอง เพื่อให้เราได้กลับมายิ้มได้อย่างเต็มปากอีกครั้ง</p><p>The post <a href="https://www.jonessalad.com/%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b9%82%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%84-%e0%b8%96%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%a3%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b8%aa%e0%b8%9e%e0%b8%a4%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1-%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%88-%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8d%e0%b8%b2%e0%b8%93%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%99/">ไม่เป็นไรถ้าไม่โอเค ถอดรหัสพฤติกรรม “โรคทางใจ” ที่สมองและร่างกายกำลังส่งสัญญาณเตือน</a> first appeared on <a href="https://www.jonessalad.com">Jones' Salad Thailand</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>คุณกำลังมีอาการ &#8220;สมองล้า&#8221; โดยไม่รู้ตัวอยู่หรือเปล่า? พร้อมวิธีรีเซ็ตสมองให้กลับมาฟิต</title>
		<link>https://www.jonessalad.com/%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%93%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3-%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b2-%e0%b9%82%e0%b8%94%e0%b8%a2%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%b2-%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b9%87%e0%b8%95%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%9f%e0%b8%b4%e0%b8%95/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=%25e0%25b8%2584%25e0%25b8%25b8%25e0%25b8%2593%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%25b3%25e0%25b8%25a5%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%2587%25e0%25b8%25a1%25e0%25b8%25b5%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%25a3-%25e0%25b8%25aa%25e0%25b8%25a1%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%2587%25e0%25b8%25a5%25e0%25b9%2589%25e0%25b8%25b2-%25e0%25b9%2582%25e0%25b8%2594%25e0%25b8%25a2%25e0%25b9%2584%25e0%25b8%25a1%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25b9%25e0%25b9%2589%25e0%25b8%2595%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%25a7%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%25a2%25e0%25b8%25b9%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%25ab%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25b7%25e0%25b8%25ad%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%259b%25e0%25b8%25a5%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%25b2-%25e0%25b8%259e%25e0%25b8%25a3%25e0%25b9%2589%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%25a1%25e0%25b8%25a7%25e0%25b8%25b4%25e0%25b8%2598%25e0%25b8%25b5%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25b5%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%258b%25e0%25b9%2587%25e0%25b8%2595%25e0%25b8%25aa%25e0%25b8%25a1%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%2587%25e0%25b9%2583%25e0%25b8%25ab%25e0%25b9%2589%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%25a5%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%259a%25e0%25b8%25a1%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%259f%25e0%25b8%25b4%25e0%25b8%2595</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 03 Aug 2026 08:51:38 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Mental Health]]></category>
		<category><![CDATA[สมอง]]></category>
		<category><![CDATA[สุขภาพจิต]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.jonessalad.com/?p=9845</guid>

					<description><![CDATA[<p>เคยไหม? นั่งจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นชั่วโมง แต่คิดงานไม่ออกสักบรรทัด หรือบางทีก็เดินหยิบของแต่พอเดินไปถึงกลับลืมว่าจะหยิบอะไร อาการหลงๆ ลืมๆ สมองตื้อ คิดอะไรช้าลงแบบนี้ หลายคนอาจคิดว่าเป็นแค่ความเหนื่อยล้าธรรมดา แต่จริงๆ แล้วคุณอาจกำลังเผชิญกับภาวะสมองล้า (Brain Fog) โดยไม่รู้ตัว วันนี้ลุงจะพาทุกคนมาเช็กสัญญาณเตือน เจาะลึกสาเหตุ และเผยวิธีแก้ปัญหาที่จะช่วยรีเซ็ตสมองของคุณให้กลับมาแล่นฉิว มีพลัง และพร้อมลุยงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพอีกครั้งครับ 4 สัญญาณเตือนว่า คุณกำลังเผชิญหน้ากับ &#8220;สมองล้า&#8221; ลองสังเกตตัวเองดูซิว่า ในช่วงนี้คุณมีอาการเหล่านี้โผล่มาทักทายบ้างหรือเปล่า? *ข้อควรระวัง: หากคุณมีอาการเหล่านี้ติดต่อกันยาวนานกว่า 6 เดือน นั่นหมายความว่าคุณกำลังเผชิญกับภาวะสมองล้าเรื้อรัง (Chronic Brain Fog) ที่ต้องรีบแก้ไขโดยด่วนแล้วล่ะครับ เจาะลึก 4 สาเหตุตัวร้าย และวิธีรีเซ็ตสมองให้กลับมาฟิต อาการสมองล้าไม่ได้เกิดขึ้นลอยๆ แต่มันมีสาเหตุมาจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวันของเรานี่เอง มาดูกันว่ามีอะไรบ้าง และเราจะแก้ไขมันได้อย่างไร 1. ความเครียดสะสม (Stress) เมื่อเราเครียด ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนความเครียดออกมา ซึ่งส่งผลให้สารสื่อประสาทในสมองทำงานน้อยลง ส่งผลให้การประมวลผลช้าลงและคิดงานไม่ออก วิธีแก้ไข: หาเวลาผ่อนคลายด้วยการออกกำลังกายเบาๆ หรือเล่นโยคะ เพื่อช่วยกระตุ้นการหลั่งฮอร์โมนแห่งความสุข (Endorphins) นอกจากนี้...</p>
<p>The post <a href="https://www.jonessalad.com/%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%93%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3-%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b2-%e0%b9%82%e0%b8%94%e0%b8%a2%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%b2-%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b9%87%e0%b8%95%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%9f%e0%b8%b4%e0%b8%95/">คุณกำลังมีอาการ “สมองล้า” โดยไม่รู้ตัวอยู่หรือเปล่า? พร้อมวิธีรีเซ็ตสมองให้กลับมาฟิต</a> first appeared on <a href="https://www.jonessalad.com">Jones' Salad Thailand</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="wp-block-paragraph">เคยไหม? นั่งจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นชั่วโมง แต่คิดงานไม่ออกสักบรรทัด หรือบางทีก็เดินหยิบของแต่พอเดินไปถึงกลับลืมว่าจะหยิบอะไร อาการหลงๆ ลืมๆ สมองตื้อ คิดอะไรช้าลงแบบนี้ หลายคนอาจคิดว่าเป็นแค่ความเหนื่อยล้าธรรมดา แต่จริงๆ แล้วคุณอาจกำลังเผชิญกับภาวะ<strong>สมองล้า (Brain Fog)</strong> โดยไม่รู้ตัว</p>



<p class="wp-block-paragraph">วันนี้ลุงจะพาทุกคนมาเช็กสัญญาณเตือน เจาะลึกสาเหตุ และเผยวิธีแก้ปัญหาที่จะช่วยรีเซ็ตสมองของคุณให้กลับมาแล่นฉิว มีพลัง และพร้อมลุยงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพอีกครั้งครับ</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<h2 class="wp-block-heading">4 สัญญาณเตือนว่า คุณกำลังเผชิญหน้ากับ &#8220;สมองล้า&#8221;</h2>



<p class="wp-block-paragraph">ลองสังเกตตัวเองดูซิว่า ในช่วงนี้คุณมีอาการเหล่านี้โผล่มาทักทายบ้างหรือเปล่า?</p>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>นอนไม่หลับ:</strong> ร่างกายเหนื่อยล้าแทบขาดใจ แต่พอเอนตัวลงนอน สมองกลับตื่นตัว คิดเรื่องนู้นเรื่องนี้ไม่หยุดจนข่มตาไม่ลง</li>



<li><strong>ปวดหัวเรื้อรัง/สายตาเบลอ:</strong> มีอาการตึงๆ ปวดขมับ ปวดท้ายทอยบ่อยครั้ง แถมบางทียังรู้สึกสายตาพร่าเบลอ โฟกัสอะไรไม่ค่อยได้</li>



<li><strong>ขี้ลืม/หงุดหงิดง่าย/มึนงง:</strong> สมาธิสั้นลงอย่างเห็นได้ชัด ลืมกุญแจรถ ลืมชื่อคน อารมณ์แปรปรวนหงุดหงิดง่ายอย่างไม่มีสาเหตุ</li>



<li><strong>คิดอะไรไม่ออก/แก้ปัญหาแย่ลง:</strong> รู้สึกสมองตื้อ ตัดสินใจเรื่องง่ายๆ ก็ทำได้ยากขึ้น ประสิทธิภาพการทำงานลดฮวบ</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph"><em>*ข้อควรระวัง: หากคุณมีอาการเหล่านี้ติดต่อกันยาวนานกว่า 6 เดือน นั่นหมายความว่าคุณกำลังเผชิญกับภาวะสมองล้าเรื้อรัง (Chronic Brain Fog) ที่ต้องรีบแก้ไขโดยด่วนแล้วล่ะครับ</em></p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<h2 class="wp-block-heading">เจาะลึก 4 สาเหตุตัวร้าย และวิธีรีเซ็ตสมองให้กลับมาฟิต</h2>



<p class="wp-block-paragraph">อาการสมองล้าไม่ได้เกิดขึ้นลอยๆ แต่มันมีสาเหตุมาจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวันของเรานี่เอง มาดูกันว่ามีอะไรบ้าง และเราจะแก้ไขมันได้อย่างไร</p>



<h3 class="wp-block-heading">1. ความเครียดสะสม (Stress)</h3>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อเราเครียด ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนความเครียดออกมา ซึ่งส่งผลให้สารสื่อประสาทในสมองทำงานน้อยลง ส่งผลให้การประมวลผลช้าลงและคิดงานไม่ออก</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>วิธีแก้ไข:</strong> หาเวลาผ่อนคลายด้วยการออกกำลังกายเบาๆ หรือเล่นโยคะ เพื่อช่วยกระตุ้นการหลั่งฮอร์โมนแห่งความสุข (Endorphins) นอกจากนี้ การดื่มชาคาโมมายล์ หรือชาเขียวอุ่นๆ ก็ช่วยลดระดับความเครียดและทำให้สมองผ่อนคลายได้เป็นอย่างดี</p>



<h3 class="wp-block-heading">2. ติดหน้าจอคอมพิวเตอร์และมือถือมากเกินไป (Screen Addiction)</h3>



<p class="wp-block-paragraph">การจ้องหน้าจอนานๆ และการรับข้อมูลข่าวสาร (Information Overload) ตลอดเวลา จะส่งผลให้ระบบไหลเวียนเลือดในสมองทำงานผิดปกติ สมองต้องประมวลผลข้อมูลขยะมากเกินไปจนโอเวอร์โหลด</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>วิธีแก้ไข:</strong> ฝึกปิดการแจ้งเตือน (Notifications) ของแอปพลิเคชันที่ไม่จำเป็น เพื่อลดการถูกรบกวนสมาธิ และลองเปลี่ยนโหมดหน้าจอมือถือให้เป็นสีเทา (Grayscale) เพื่อลดความน่าดึงดูดของหน้าจอ ช่วยให้เราวางมือถือลงได้ง่ายขึ้น</p>



<h3 class="wp-block-heading">3. พักผ่อนน้อย นอนหลับไม่มีคุณภาพ (Sleep Deprivation)</h3>



<p class="wp-block-paragraph">การนอนน้อยเปรียบเสมือนการไม่ยอมปิดสวิตช์เครื่องจักร ทำให้สมองไม่มีเวลาเคลียร์สารพิษที่ตกค้าง ส่งผลให้ตื่นมาแล้วรู้สึกเหมือนมีหมอกหนาๆ มาปกคลุมสมอง (Brain Fog) ตื้อ มึน งง ไปทั้งวัน</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>วิธีแก้ไข:</strong> งดการใช้มือถือหรือแท็บเล็ตอย่างน้อย 30-60 นาทีก่อนนอน เพื่อป้องกันแสงสีฟ้ามารบกวนการหลั่งสารเมลาโทนิน และอาจเลือกรับประทานอาหารที่มีโอเมก้า 3, อาหารที่มีสารกาบา (GABA) สูง หรือทานเมลาโทนินเสริม เพื่อช่วยให้นอนหลับได้ลึกและมีประสิทธิภาพมากขึ้น</p>



<h3 class="wp-block-heading">4. การเค้นสมองเค้นไอเดียหนักเกินไป (Creative Burnout)</h3>



<p class="wp-block-paragraph">สำหรับคนทำงานสายครีเอทีฟหรือต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์สูง การพยายามฝืนเค้นไอเดีย คิดมุก คิดคอนเทนต์ให้ออกในเวลาที่สมองเหนื่อยล้า จะยิ่งทำให้สมองล้าหนักกว่าเดิม เหมือนเครื่องยนต์ที่ถูกเหยียบคันเร่งจนมิดแต่ไม่มีน้ำมัน</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>วิธีแก้ไข:</strong> ยอมถอยออกมาตั้งหลัก ไม่จำเป็นต้องใส่ไอเดียหรือเค้นมุกตลอดเวลา ปล่อยให้สมองได้พักเฉยๆ บ้าง (Daydreaming) เพราะบางครั้ง ไอเดียเจ๋งๆ มักจะแวบเข้ามาตอนที่เรากำลังอาบน้ำ เดินเล่น หรือไม่ได้โฟกัสกับมันโดยตรงนั่นเอง</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<p class="wp-block-paragraph">ร่างกายของเรายังมีเวลาพักผ่อน สมองของเราก็ต้องการเวลาในการชาร์จแบต เช่นเดียวกันครับ ถ้ารู้ตัวว่าสมองเริ่มล้า คิดงานไม่แล่น อย่าฝืนดันทุรังทำต่อ ลองหยุดพัก ปรับพฤติกรรมตามคำแนะนำข้างต้นสักนิด ดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอ ออกไปสูดอากาศบริสุทธิ์ แล้วค่อยกลับมาสู้ใหม่ด้วยสมองที่สดใสและทรงพลังกว่าเดิมครับ</p><p>The post <a href="https://www.jonessalad.com/%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%93%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3-%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b2-%e0%b9%82%e0%b8%94%e0%b8%a2%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%b2-%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b9%87%e0%b8%95%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%9f%e0%b8%b4%e0%b8%95/">คุณกำลังมีอาการ “สมองล้า” โดยไม่รู้ตัวอยู่หรือเปล่า? พร้อมวิธีรีเซ็ตสมองให้กลับมาฟิต</a> first appeared on <a href="https://www.jonessalad.com">Jones' Salad Thailand</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ชวนรู้จัก 4 โรคกลัวสุดแปลกที่มีอยู่จริง คุณกำลังเผชิญกับมันอยู่หรือไม่?</title>
		<link>https://www.jonessalad.com/%e0%b8%8a%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%81-4-%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b9%81%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%87-%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%93%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%9c%e0%b8%8a%e0%b8%b4%e0%b8%8d%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=%25e0%25b8%258a%25e0%25b8%25a7%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25b9%25e0%25b9%2589%25e0%25b8%2588%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%2581-4-%25e0%25b9%2582%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%2584%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%25a5%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%25a7%25e0%25b8%25aa%25e0%25b8%25b8%25e0%25b8%2594%25e0%25b9%2581%25e0%25b8%259b%25e0%25b8%25a5%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%2597%25e0%25b8%25b5%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%25a1%25e0%25b8%25b5%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%25a2%25e0%25b8%25b9%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%2588%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25b4%25e0%25b8%2587-%25e0%25b8%2584%25e0%25b8%25b8%25e0%25b8%2593%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%25b3%25e0%25b8%25a5%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%2587%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%259c%25e0%25b8%258a%25e0%25b8%25b4%25e0%25b8%258d%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%259a%25e0%25b8%25a1%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%25a2%25e0%25b8%25b9%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%25ab%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25b7%25e0%25b8%25ad%25e0%25b9%2584%25e0%25b8%25a1%25e0%25b9%2588</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 03 Aug 2026 07:17:09 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Mental Health]]></category>
		<category><![CDATA[สุขภาพจิต]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.jonessalad.com/?p=9859</guid>

					<description><![CDATA[<p>ความกลัวเป็นสัญชาตญาณตามธรรมชาติของมนุษย์เมื่อต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ไม่คุ้นเคย รู้สึกไม่ปลอดภัย หรือกำลังตกอยู่ในอันตราย ซึ่งช่วยให้เราเอาตัวรอดได้ในชีวิตประจำวัน แต่เคยสังสัยไหมว่า ทำไมบางคนถึงมีความกลัวในสิ่งของหรือสถานการณ์บางอย่างที่ดู ‘ธรรมดามาก’ ในสายตาคนทั่วไป? หากความกลัวนั้นรุนแรงอย่างไร้เหตุผล หลีกเลี่ยงไม่ได้ และทำให้เกิดความทุกข์ทรมานใจอย่างมาก นั่นอาจไม่ได้เป็นแค่ความกลัวทั่วไป แต่เป็นอาการของ โรคกลัว (Phobia) นั่นเอง วันนี้ลุงจะพาทุกคนไปสวมบทบาทเป็นนักสำรวจจิตวิทยา เพื่อทำความรู้จักกับ 4 โรคกลัวสุดแปลกที่มีอยู่จริงบนโลกใบนี้ ที่อ่านแล้วอาจทำให้คุณต้องร้องอ๋อ หรือแอบสำรวจตัวเองว่าเรามีอาการเหล่านี้ซ่อนอยู่บ้างหรือเปล่า 1. Catoptrophobia: โรคกลัวกระจก สำหรับหลายคน กระจกคือไอเทมสำคัญในการเช็กความมั่นใจก่อนออกจากบ้าน แต่สำหรับผู้ที่เป็นโรคกลัวกระจก (Catoptrophobia) การเดินผ่านหรือการจ้องมองกระจกสามารถทำให้พวกเขารู้สึกตื่นตระหนกจนตัวสั่น ควบคุมตัวเองไม่ได้ หรือถึงขั้นกรีดร้องออกมาด้วยความกลัว สาเหตุและที่มาของอาการกลัวกระจก: 2. Philophobia: โรคกลัวความรัก ในขณะที่โลกขับเคลื่อนด้วยความรัก แต่สำหรับคนที่เป็นโรคกลัวความรัก (Philophobia) การตกหลุมรักอย่างรุนแรงหรือการสร้างความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกลับเป็นสิ่งที่น่าหวาดกลัวที่สุด พวกเขามักจะสร้างกำแพงขึ้นมาปิดกั้นตัวเอง และวิ่งหนีทันทีเมื่อเริ่มรู้สึกดีกับใครสักคน อะไรที่ทำให้คนเรากลัวความรักได้ขนาดนี้? 3. Papyrophobia: โรคกลัวกระดาษ กระดาษเป็นสิ่งที่เราต้องสัมผัสและใช้งานอยู่แทบทุกวัน แต่เชื่อมหรือไม่ว่ามีคนที่รู้สึกหวาดกลัวกระดาษ (Papyrophobia) อย่างรุนแรง ไม่ว่าจะเป็นกระดาษแผ่นเปล่า กระดาษหนังสือพิมพ์ หรือแม้กระทั่งกระดาษเปียก แค่เพียงเห็นหรือสัมผัสก็สามารถกระตุ้นความรู้สึกไม่ปลอดภัยขึ้นมาได้ทันที จุดเริ่มต้นของความกลัวกระดาษ:...</p>
<p>The post <a href="https://www.jonessalad.com/%e0%b8%8a%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%81-4-%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b9%81%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%87-%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%93%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%9c%e0%b8%8a%e0%b8%b4%e0%b8%8d%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88/">ชวนรู้จัก 4 โรคกลัวสุดแปลกที่มีอยู่จริง คุณกำลังเผชิญกับมันอยู่หรือไม่?</a> first appeared on <a href="https://www.jonessalad.com">Jones' Salad Thailand</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="wp-block-paragraph">ความกลัวเป็นสัญชาตญาณตามธรรมชาติของมนุษย์เมื่อต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ไม่คุ้นเคย รู้สึกไม่ปลอดภัย หรือกำลังตกอยู่ในอันตราย ซึ่งช่วยให้เราเอาตัวรอดได้ในชีวิตประจำวัน</p>



<p class="wp-block-paragraph">แต่เคยสังสัยไหมว่า ทำไมบางคนถึงมีความกลัวในสิ่งของหรือสถานการณ์บางอย่างที่ดู ‘ธรรมดามาก’ ในสายตาคนทั่วไป? หากความกลัวนั้นรุนแรงอย่างไร้เหตุผล หลีกเลี่ยงไม่ได้ และทำให้เกิดความทุกข์ทรมานใจอย่างมาก นั่นอาจไม่ได้เป็นแค่ความกลัวทั่วไป แต่เป็นอาการของ <strong>โรคกลัว (Phobia)</strong> นั่นเอง</p>



<p class="wp-block-paragraph">วันนี้ลุงจะพาทุกคนไปสวมบทบาทเป็นนักสำรวจจิตวิทยา เพื่อทำความรู้จักกับ 4 โรคกลัวสุดแปลกที่มีอยู่จริงบนโลกใบนี้ ที่อ่านแล้วอาจทำให้คุณต้องร้องอ๋อ หรือแอบสำรวจตัวเองว่าเรามีอาการเหล่านี้ซ่อนอยู่บ้างหรือเปล่า</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<h2 class="wp-block-heading">1. Catoptrophobia: โรคกลัวกระจก</h2>



<p class="wp-block-paragraph">สำหรับหลายคน กระจกคือไอเทมสำคัญในการเช็กความมั่นใจก่อนออกจากบ้าน แต่สำหรับผู้ที่เป็นโรคกลัวกระจก (Catoptrophobia) การเดินผ่านหรือการจ้องมองกระจกสามารถทำให้พวกเขารู้สึกตื่นตระหนกจนตัวสั่น ควบคุมตัวเองไม่ได้ หรือถึงขั้นกรีดร้องออกมาด้วยความกลัว</p>



<h3 class="wp-block-heading">สาเหตุและที่มาของอาการกลัวกระจก:</h3>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>ความไม่พึงพอใจในตัวเอง:</strong> บางรายอาจมีปมลึกๆ ในใจที่ไม่ชอบรูปร่างหน้าตาของตัวเอง หรือมีความรู้สึกไม่ปลอดภัยกับภาพลักษณ์ที่ปรากฏในกระจก</li>



<li><strong>ความระแวงเรื่องสิ่งลี้ลับ:</strong> มีความเชื่อหรือความทรงจำที่น่ากลัวว่า จะเห็นเงาสะท้อนที่ไม่ใช่ตัวเอง เห็นวิญญาณร้าย หรือสิ่งเหนือธรรมชาติโผล่ออกมาจากกระจก โดยเฉพาะในช่วงเวลากลางคืน</li>
</ul>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<h2 class="wp-block-heading">2. Philophobia: โรคกลัวความรัก</h2>



<p class="wp-block-paragraph">ในขณะที่โลกขับเคลื่อนด้วยความรัก แต่สำหรับคนที่เป็นโรคกลัวความรัก (Philophobia) การตกหลุมรักอย่างรุนแรงหรือการสร้างความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกลับเป็นสิ่งที่น่าหวาดกลัวที่สุด พวกเขามักจะสร้างกำแพงขึ้นมาปิดกั้นตัวเอง และวิ่งหนีทันทีเมื่อเริ่มรู้สึกดีกับใครสักคน</p>



<h3 class="wp-block-heading">อะไรที่ทำให้คนเรากลัวความรักได้ขนาดนี้?</h3>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>บาดแผลและฝันร้ายในอดีต:</strong> มักมีภูมิหลังจากการเคยอกหักอย่างรุนแรง ถูกทรยศหักหลัง หรือเติบโตมาในครอบครัวที่มีความสัมพันธ์ที่ไม่ราบรื่น</li>



<li><strong>กลัวการสูญเสียตัวตนและการควบคุม:</strong> รู้สึกว่าการรักใครสักคนทำให้ตัวเองอ่อนแอ เปราะบาง และกลัวว่าจะต้องเผชิญกับความเจ็บปวดจากการถูกปฏิเสธในอนาคต</li>
</ul>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<h2 class="wp-block-heading">3. Papyrophobia: โรคกลัวกระดาษ</h2>



<p class="wp-block-paragraph">กระดาษเป็นสิ่งที่เราต้องสัมผัสและใช้งานอยู่แทบทุกวัน แต่เชื่อมหรือไม่ว่ามีคนที่รู้สึกหวาดกลัวกระดาษ (Papyrophobia) อย่างรุนแรง ไม่ว่าจะเป็นกระดาษแผ่นเปล่า กระดาษหนังสือพิมพ์ หรือแม้กระทั่งกระดาษเปียก แค่เพียงเห็นหรือสัมผัสก็สามารถกระตุ้นความรู้สึกไม่ปลอดภัยขึ้นมาได้ทันที</p>



<h3 class="wp-block-heading">จุดเริ่มต้นของความกลัวกระดาษ:</h3>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>ความทรงจำและประสบการณ์ฝังใจที่ไม่ดี:</strong> อาจเคยสัมผัสกระดาษที่เชื่อมโยงกับเหตุการณ์ตึงเครียด เช่น การได้รับเอกสารแจ้งข่าวร้าย (จดหมายทวงหนี้, เอกสารหย่าร้าง, ใบไล่ออก) หรืออาจเคยมีประสบการณ์เจ็บปวดจากการถูกขอบกระดาษบาดอย่างรุนแรงจนกลายเป็นแผลใจ</li>
</ul>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<h2 class="wp-block-heading">4. Arithmophobia: โรคกลัวตัวเลข</h2>



<p class="wp-block-paragraph">ไม่ใช่แค่การไม่อยากคำนวณวิชาคณิตศาสตร์ตอนเรียน แต่โรคกลัวตัวเลข (Arithmophobia) คือความรู้สึกไม่สบายใจ วิตกกังวล และเครียดอย่างรุนแรงเมื่อต้องเผชิญหน้ากับตัวเลข ไม่ว่าจะเป็นตัวเลขบนหน้าจอ ราคาของกิน หรือแม้กระทั่งเลขดิจิทัลบนนาฬิกา</p>



<h3 class="wp-block-heading">ปัจจัยที่ทำให้เกิดโรคกลัวตัวเลข:</h3>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>ความเชื่อเรื่องเลขอาถรรพ์:</strong> เชื่อมโยงตัวเลขบางตัวกับลางร้ายหรือสิ่งอัปมงคล เช่น เลข 13 ในวัฒนธรรมตะวันตก หรือเลข 4 ในวัฒนธรรมเอเชีย</li>



<li><strong>พันธุกรรมและความกดดัน:</strong> อาจเกิดจากโครงสร้างการทำงานของสมองที่ไวต่อสิ่งเร้าประเภทการคำนวณ หรือได้รับการส่งต่อทางพันธุกรรมจากครอบครัวที่มีประวัติเป็นโรควิตกกังวล</li>
</ul>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<h2 class="wp-block-heading">5. โรคกลัวเมีย: โรคฮิตที่ไม่มีในตำราแพทย์</h2>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากโรคกลัวสุดแปลกที่กล่าวไปข้างต้นแล้ว ในสังคมไทยเรามักจะได้ยินคำหยอกล้อเกี่ยวกับ<strong>โรคกลัวเมีย</strong> กันอยู่บ่อยๆ แต่ในทางจิตวิทยาและทางการแพทย์แล้ว อาการนี้ไม่ได้ถูกบรรจุให้เป็นโรคกลัวแต่อย่างใด เพราะแท้จริงแล้ว<strong>การกลัวเมียไม่ได้เป็นโรค แต่เกิดจากความรัก เกรงใจ และการเคารพคู่ชีวิตต่างหาก</strong> เรียกได้ว่าเป็นอาการของคนรักครอบครัวที่น่าเอ็นดูที่สุด</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<p class="wp-block-paragraph">โรคกลัว หรือ Phobia ต่างๆ นั้นไม่ใช่เรื่องล้อเล่น และไม่ใช่เพียงแค่ความอ่อนแอทางจิตใจ แต่มันคือสภาวะทางจิตเวชที่ต้องการความเข้าใจและการสนับสนุนจากคนรอบข้าง</p>



<p class="wp-block-paragraph">หากคุณหรือคนที่คุณรักมีอาการกลัวสิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างรุนแรงจนเริ่มกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน การเข้าพบจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยาเพื่อรับคำปรึกษาและการบำบัดรักษาอย่างถูกวิธี จะช่วยให้เรากลับมาใช้ชีวิตได้อย่างอิสระและมีความสุขในทุกๆ วัน</p><p>The post <a href="https://www.jonessalad.com/%e0%b8%8a%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%81-4-%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b9%81%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%87-%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%93%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%9c%e0%b8%8a%e0%b8%b4%e0%b8%8d%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88/">ชวนรู้จัก 4 โรคกลัวสุดแปลกที่มีอยู่จริง คุณกำลังเผชิญกับมันอยู่หรือไม่?</a> first appeared on <a href="https://www.jonessalad.com">Jones' Salad Thailand</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>รู้จัก ASMR อาการเสียวซ่านสมอง ที่ช่วยให้หัวใจเต้นช้าลงและหลับสนิทกว่าที่เคย</title>
		<link>https://www.jonessalad.com/%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%81-asmr-%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%8b%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b9%83%e0%b8%88%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%aa%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%81%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a2/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25b9%25e0%25b9%2589%25e0%25b8%2588%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%2581-asmr-%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%25a3%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%25aa%25e0%25b8%25b5%25e0%25b8%25a2%25e0%25b8%25a7%25e0%25b8%258b%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%25aa%25e0%25b8%25a1%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%2587-%25e0%25b8%2597%25e0%25b8%25b5%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%258a%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%25a7%25e0%25b8%25a2%25e0%25b9%2583%25e0%25b8%25ab%25e0%25b9%2589%25e0%25b8%25ab%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%25a7%25e0%25b9%2583%25e0%25b8%2588%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%2595%25e0%25b9%2589%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%258a%25e0%25b9%2589%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%25a5%25e0%25b8%2587%25e0%25b9%2581%25e0%25b8%25a5%25e0%25b8%25b0%25e0%25b8%25ab%25e0%25b8%25a5%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%259a%25e0%25b8%25aa%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%25b4%25e0%25b8%2597%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%25a7%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%2597%25e0%25b8%25b5%25e0%25b9%2588%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%2584%25e0%25b8%25a2</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 03 Aug 2026 07:12:32 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Mental Health]]></category>
		<category><![CDATA[สุขภาพจิต]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.jonessalad.com/?p=9861</guid>

					<description><![CDATA[<p>คุณเคยไหม? ในคืนที่ร่างกายเหนื่อยล้าแต่นอนไม่หลับ พลิกตัวไปมาจนท้อใจ แต่พอเปิดสมาร์ทโฟนเข้าไปดูคลิปวิดีโอคนกำลังหั่นผักเสียงดังฉึบๆ หรือคลิปคนใช้เล็บเคาะสิ่งของเบาๆ กลับรู้สึกวูบวาบผ่อนคลายที่ท้ายทอย ร่างกายเบาสบายขึ้นมาอย่างน่าประหลาด จนในที่สุดก็เผลอหลับไปโดยไม่รู้ตัว ปรากฏการณ์นี้ไม่ใช่เรื่องแปลก และไม่ใช่เรื่องอุปาทานแต่อย่างใด แต่มันคือปฏิกิริยาทางสมองที่เรียกว่า ASMR นั่นเอง วันนี้ลุงจะพาทุกคนไปเจาะลึกกันว่า อาการเสียวซ่านสมองนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร และมันส่งผลดีต่อร่างกายของเรามากแค่ไหนกัน ASMR คืออะไร? เมื่อสมองได้รับความ &#8216;ฟิน&#8217; ชั่วขณะ ASMR ย่อมาจาก Autonomous Sensory Meridian Response หรือแปลเป็นไทยง่ายๆ ว่าความรู้สึกตอบสนองต่อสิ่งเร้าทางประสาทสัมผัสโดยอัตโนมัติ มันคือความรู้สึกเสียวซ่านและฟินชั่วขณะที่เกิดขึ้นที่สมอง ก่อนจะแล่นพล่านลงไปยังท้ายทอย ลำคอ แผ่นหลัง หรือแม้กระทั่งตามแขนขา โดยความรู้สึกผ่อนคลายนี้มักจะเกิดขึ้นเมื่อเราได้รับการกระตุ้นจากสิ่งเร้าบางอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการได้ยินเสียง การเห็นภาพ หรือการจินตนาการถึงการถูกสัมผัสทางกาย ส่อง &#8216;Trigger&#8217; ตัวจุดชนวนความฟินยอดฮิต ในวงการ ASMR เราจะเรียกสิ่งเร้าที่กระตุ้นให้สมองเกิดความฟินนี้ว่า Trigger (ตัวกระตุ้น) ซึ่งแต่ละคนก็จะตอบสนองต่อตัวกระตุ้นที่แตกต่างกันออกไป โดยตัวกระตุ้นยอดนิยมที่เรามักเห็นในคลิปวิดีโอทั่วไป ได้แก่ มหัศจรรย์ ASMR กับการบำบัดร่างกายและจิตใจ หลายคนอาจคิดว่า ASMR เป็นเพียงเทรนด์ความบันเทิงบนโลกออนไลน์...</p>
<p>The post <a href="https://www.jonessalad.com/%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%81-asmr-%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%8b%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b9%83%e0%b8%88%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%aa%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%81%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a2/">รู้จัก ASMR อาการเสียวซ่านสมอง ที่ช่วยให้หัวใจเต้นช้าลงและหลับสนิทกว่าที่เคย</a> first appeared on <a href="https://www.jonessalad.com">Jones' Salad Thailand</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="wp-block-paragraph">คุณเคยไหม? ในคืนที่ร่างกายเหนื่อยล้าแต่นอนไม่หลับ พลิกตัวไปมาจนท้อใจ แต่พอเปิดสมาร์ทโฟนเข้าไปดูคลิปวิดีโอคนกำลังหั่นผักเสียงดังฉึบๆ หรือคลิปคนใช้เล็บเคาะสิ่งของเบาๆ กลับรู้สึกวูบวาบผ่อนคลายที่ท้ายทอย ร่างกายเบาสบายขึ้นมาอย่างน่าประหลาด จนในที่สุดก็เผลอหลับไปโดยไม่รู้ตัว ปรากฏการณ์นี้ไม่ใช่เรื่องแปลก และไม่ใช่เรื่องอุปาทานแต่อย่างใด แต่มันคือปฏิกิริยาทางสมองที่เรียกว่า <strong>ASMR</strong> นั่นเอง</p>



<p class="wp-block-paragraph">วันนี้ลุงจะพาทุกคนไปเจาะลึกกันว่า อาการเสียวซ่านสมองนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร และมันส่งผลดีต่อร่างกายของเรามากแค่ไหนกัน</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<h2 class="wp-block-heading">ASMR คืออะไร? เมื่อสมองได้รับความ &#8216;ฟิน&#8217; ชั่วขณะ</h2>



<p class="wp-block-paragraph">ASMR ย่อมาจาก Autonomous Sensory Meridian Response หรือแปลเป็นไทยง่ายๆ ว่า<em>ความรู้สึกตอบสนองต่อสิ่งเร้าทางประสาทสัมผัสโดยอัตโนมัติ</em> มันคือความรู้สึกเสียวซ่านและฟินชั่วขณะที่เกิดขึ้นที่สมอง ก่อนจะแล่นพล่านลงไปยังท้ายทอย ลำคอ แผ่นหลัง หรือแม้กระทั่งตามแขนขา</p>



<p class="wp-block-paragraph">โดยความรู้สึกผ่อนคลายนี้มักจะเกิดขึ้นเมื่อเราได้รับการกระตุ้นจากสิ่งเร้าบางอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการได้ยินเสียง การเห็นภาพ หรือการจินตนาการถึงการถูกสัมผัสทางกาย</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<h2 class="wp-block-heading">ส่อง &#8216;Trigger&#8217; ตัวจุดชนวนความฟินยอดฮิต</h2>



<p class="wp-block-paragraph">ในวงการ ASMR เราจะเรียกสิ่งเร้าที่กระตุ้นให้สมองเกิดความฟินนี้ว่า <strong>Trigger (ตัวกระตุ้น)</strong> ซึ่งแต่ละคนก็จะตอบสนองต่อตัวกระตุ้นที่แตกต่างกันออกไป โดยตัวกระตุ้นยอดนิยมที่เรามักเห็นในคลิปวิดีโอทั่วไป ได้แก่</p>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>การสางผม และการนวดหนังหัว:</strong> เป็นการจำลองการดูแลเอาใจใส่แบบใกล้ชิด (Personal Attention) ที่ทำให้ผู้รับชมรู้สึกอบอุ่น ปลอดภัย และผ่อนคลายอย่างสูงสุด</li>



<li><strong>วิดีโอการผสมสี:</strong> ความลื่นไหลของการปาดพู่กัน และการผสมผสานสีสันต่างๆ เข้าด้วยกันอย่างลงตัว ช่วยเยียวยาสมองผ่านการมองเห็น (Visual ASMR) ให้รู้สึกสงบและมีสมาธิ</li>



<li><strong>เสียงเคี้ยวอาหาร:</strong> ไม่ว่าจะเป็นเสียงกรุบกรอบของไก่ทอด หรือเสียงเคี้ยวที่ชัดเจนและมีจังหวะ ช่วยดึงความสนใจของสมองและสร้างความเพลิดเพลินได้อย่างน่าทึ่ง</li>



<li><strong>เสียงหั่นผัก/ผลไม้:</strong> เสียงคมมีดที่กระทบลงบนเขียงไม้สม่ำเสมอ ผสานกับเสียงเนื้อผักผลไม้ฉ่ำๆ ที่แยกออกจากกัน เป็นเสียงจากธรรมชาติที่มีเสน่ห์เฉพาะตัว</li>



<li><strong>เสียงเล็บเคาะบนสิ่งของ:</strong> การใช้นิ้วมือหรือเล็บเคาะเบาๆ ลงบนพื้นผิวต่างๆ เช่น กล่องพลาสติก แผ่นไม้ หรือหนังสือ เป็นเสียงที่กระตุ้นสมาธิและทำให้สมองรู้สึกผ่อนคลายได้เป็นอย่างดี</li>
</ul>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<h2 class="wp-block-heading">มหัศจรรย์ ASMR กับการบำบัดร่างกายและจิตใจ</h2>



<p class="wp-block-paragraph">หลายคนอาจคิดว่า ASMR เป็นเพียงเทรนด์ความบันเทิงบนโลกออนไลน์ แต่ในทางวิทยาศาสตร์และการแพทย์พบว่า ปรากฏการณ์นี้ส่งผลดีต่อสุขภาพร่างกายและจิตใจอย่างมีนัยสำคัญ ดังนี้</p>



<h3 class="wp-block-heading">1. ช่วยให้อัตราการเต้นของหัวใจลดลง</h3>



<p class="wp-block-paragraph">การได้รับฟังเสียง ASMR ที่เราชอบจะช่วยกระตุ้นระบบประสาทพาราซิมพาเทติก (Parasympathetic Nervous System) ส่งผลให้ร่างกายรับรู้ว่าอยู่ในสภาวะที่ปลอดภัย อัตราการเต้นของหัวใจจึงค่อยๆ ลดลง ร่างกายเข้าสู่สภาวะสงบและผ่อนคลายอย่างแท้จริง คล้ายกับการทำสมาธิลึกๆ</p>



<h3 class="wp-block-heading">2. ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย ลดความเครียด</h3>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อสมองได้รับสิ่งเร้าที่พึงพอใจ จะเกิดการหลั่งสารเคมีแห่งความสุขออกมา เช่น โดปามีน (Dopamine), ออกซิโทซิน (Oxytocin) และเอนดอร์ฟิน (Endorphins) ซึ่งสารเหล่านี้มีฤทธิ์ในการลดฮอร์โมนความเครียดอย่างคอร์ติซอล (Cortisol) ทำให้ความวิตกกังวลสะสมระหว่างวันมลายหายไป</p>



<h3 class="wp-block-heading">3. ช่วยให้นอนหลับง่ายและลึกยิ่งขึ้น</h3>



<p class="wp-block-paragraph">สำหรับใครที่มีอาการนอนหลับยาก (Insomnia) หรือสมองไม่หยุดคิดฟุ้งซ่านในตอนกลางคืน การเปิดเสียง ASMR คลอเบาๆ ก่อนนอน จะช่วยดึงสมาธิของสมองให้อยู่กับเสียงที่สม่ำเสมอนั้น เป็นการเตรียมความพร้อมให้สมองและร่างกายค่อยๆ เปลี่ยนผ่านเข้าสู่การนอนหลับที่มีคุณภาพได้อย่างง่ายดาย</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<p class="wp-block-paragraph">แม้วิทยาศาสตร์จะบอกว่า ASMR มีประโยชน์มากมาย แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะชอบเสียงเดียวกัน หรือบางคนอาจจะเข้าไม่ถึงเลยก็ได้ ซึ่งนั่นไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะระบบประสาทของแต่ละคนทำงานต่างกัน</p>



<p class="wp-block-paragraph">แต่ถ้าหากคุณกำลังเผชิญกับค่ำคืนที่แสนเหนื่อยล้าและข่มตาหลับยาก ลองเสียบหูฟังแล้วค้นหาเสียง ASMR ที่คุณชอบดูสิครับ ไม่แน่ว่าเสียงเคาะเบาๆ หรือเสียงหั่นผักผลไม้ที่แสนธรรมดา อาจเป็นกุญแจดอกสำคัญที่ช่วยปลดล็อกความเครียด และพาคุณเดินทางเข้าสู่ห้วงนิทราอันแสนหวานในคืนนี้ก็เป็นได้</p><p>The post <a href="https://www.jonessalad.com/%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%81-asmr-%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%8b%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b9%83%e0%b8%88%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%aa%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%81%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a2/">รู้จัก ASMR อาการเสียวซ่านสมอง ที่ช่วยให้หัวใจเต้นช้าลงและหลับสนิทกว่าที่เคย</a> first appeared on <a href="https://www.jonessalad.com">Jones' Salad Thailand</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เครียดแค่ไหนต้องไปหาหมอ? เช็ก 3 ระดับความเครียดและสัญญาณเตือนที่ใจบอกว่าไม่ไหวแล้ว</title>
		<link>https://www.jonessalad.com/%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%94%e0%b9%81%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%9b%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%ad-%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b9%87%e0%b8%81-3-%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%94%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%94%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8d%e0%b8%b2%e0%b8%93%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%83%e0%b8%88%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%a7/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%2584%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25b5%25e0%25b8%25a2%25e0%25b8%2594%25e0%25b9%2581%25e0%25b8%2584%25e0%25b9%2588%25e0%25b9%2584%25e0%25b8%25ab%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%2595%25e0%25b9%2589%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%2587%25e0%25b9%2584%25e0%25b8%259b%25e0%25b8%25ab%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%25ab%25e0%25b8%25a1%25e0%25b8%25ad-%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%258a%25e0%25b9%2587%25e0%25b8%2581-3-%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25b0%25e0%25b8%2594%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%259a%25e0%25b8%2584%25e0%25b8%25a7%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%25a1%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%2584%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25b5%25e0%25b8%25a2%25e0%25b8%2594%25e0%25b9%2581%25e0%25b8%25a5%25e0%25b8%25b0%25e0%25b8%25aa%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%258d%25e0%25b8%258d%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%2593%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%2595%25e0%25b8%25b7%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%2597%25e0%25b8%25b5%25e0%25b9%2588%25e0%25b9%2583%25e0%25b8%2588%25e0%25b8%259a%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%25a7%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%25b2%25e0%25b9%2584%25e0%25b8%25a1%25e0%25b9%2588%25e0%25b9%2584%25e0%25b8%25ab%25e0%25b8%25a7%25e0%25b9%2581%25e0%25b8%25a5%25e0%25b9%2589%25e0%25b8%25a7</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 22 Jul 2026 09:07:20 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Mental Health]]></category>
		<category><![CDATA[ความเครียด]]></category>
		<category><![CDATA[สุขภาพจิต]]></category>
		<category><![CDATA[โรคซึมเศร้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.jonessalad.com/?p=9289</guid>

					<description><![CDATA[<p>ปัจจุบันที่ทุกอย่างหมุนอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงาน เงิน ความสัมพันธ์ หรือแม้แต่ข่าวสารในโซเชียลมีเดีย ปฏิเสธไม่ได้ว่าความเครียดกลายมาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของพวกเราไปแล้ว หลายคนมองว่าความเครียดเป็นเรื่องธรรมดา เดี๋ยวก็หาย แต่รู้ไหมว่าข้อมูลสถิติในปี 2567 พบว่า&#8230; คนไทยมีความเครียดสูงขึ้นถึง 15.48% ส่งผลให้เสี่ยงต่อการเจ็บป่วยเพิ่มขึ้น 17.20% และที่น่ากังวลที่สุดคือ มีอัตราเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตายสูงถึง 10.63% เลยทีเดียว เราจะรู้ได้ยังไงว่าความเครียดที่เจออยู่เป็นเรื่องปกติ หรือมันสะสมจนถึงขั้นวิกฤตที่ต้องหันมาดูแลตัวเองอย่างจริงจัง? วันนี้ลุงจะพาไปทำความเข้าใจเกี่ยวกับระดับความเครียด และเช็กสัญญาณเตือนจากร่างกายและจิตใจกันครับ ความเครียด 3 ประเภท: คุณกำลังเจอกับความเครียดแบบไหน? นักจิตวิทยาชาวอเมริกันได้แบ่งความเครียดออกเป็น 3 ระดับ ตามลักษณะและความรุนแรง เพื่อให้เราสามารถสังเกตและรับมือได้อย่างถูกต้อง ดังนี้ครับ 1. ความเครียดฉับพลัน (Acute Stress) ความเครียดประเภทนี้เกิดขึ้นในระยะเวลาสั้น ๆ มีสาเหตุเฉพาะเจาะจง และเมื่อเหตุการณ์นั้นผ่านไป ความเครียดก็จะค่อย ๆ ลดและหายไปเอง เช่น 2. ความเครียดฉับพลันแบบต่อเนื่อง (Episodic Acute Stress) ความเครียดฉับพลันที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ ติดต่อกันหลายครั้ง ในช่วงเวลาห่างกันไม่นาน เหมือนมรสุมชีวิตที่พัดเข้ามาลูกแล้วลูกเล่า...</p>
<p>The post <a href="https://www.jonessalad.com/%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%94%e0%b9%81%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%9b%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%ad-%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b9%87%e0%b8%81-3-%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%94%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%94%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8d%e0%b8%b2%e0%b8%93%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%83%e0%b8%88%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%a7/">เครียดแค่ไหนต้องไปหาหมอ? เช็ก 3 ระดับความเครียดและสัญญาณเตือนที่ใจบอกว่าไม่ไหวแล้ว</a> first appeared on <a href="https://www.jonessalad.com">Jones' Salad Thailand</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="wp-block-paragraph">ปัจจุบันที่ทุกอย่างหมุนอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงาน เงิน ความสัมพันธ์ หรือแม้แต่ข่าวสารในโซเชียลมีเดีย ปฏิเสธไม่ได้ว่า<strong>ความเครียด</strong>กลายมาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของพวกเราไปแล้ว หลายคนมองว่าความเครียดเป็นเรื่องธรรมดา เดี๋ยวก็หาย แต่รู้ไหมว่าข้อมูลสถิติในปี 2567 พบว่า&#8230;</p>



<p class="wp-block-paragraph">คนไทยมีความเครียดสูงขึ้นถึง 15.48% ส่งผลให้เสี่ยงต่อการเจ็บป่วยเพิ่มขึ้น 17.20% และที่น่ากังวลที่สุดคือ มีอัตราเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตายสูงถึง 10.63% เลยทีเดียว</p>



<p class="wp-block-paragraph"><em>เราจะรู้ได้ยังไงว่าความเครียดที่เจออยู่เป็นเรื่องปกติ หรือมันสะสมจนถึงขั้นวิกฤตที่ต้องหันมาดูแลตัวเองอย่างจริงจัง?</em> วันนี้ลุงจะพาไปทำความเข้าใจเกี่ยวกับระดับความเครียด และเช็กสัญญาณเตือนจากร่างกายและจิตใจกันครับ</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<h2 class="wp-block-heading">ความเครียด 3 ประเภท: คุณกำลังเจอกับความเครียดแบบไหน?</h2>



<p class="wp-block-paragraph">นักจิตวิทยาชาวอเมริกันได้แบ่งความเครียดออกเป็น 3 ระดับ ตามลักษณะและความรุนแรง เพื่อให้เราสามารถสังเกตและรับมือได้อย่างถูกต้อง ดังนี้ครับ</p>



<h3 class="wp-block-heading">1. ความเครียดฉับพลัน (Acute Stress)</h3>



<p class="wp-block-paragraph">ความเครียดประเภทนี้เกิดขึ้นในระยะเวลาสั้น ๆ มีสาเหตุเฉพาะเจาะจง และเมื่อเหตุการณ์นั้นผ่านไป ความเครียดก็จะค่อย ๆ ลดและหายไปเอง เช่น</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>การเกิดอุบัติเหตุเล็ก ๆ น้อย ๆ บนท้องถนน</li>



<li>การต้องทำงานให้เสร็จทันกำหนด (Deadline) ที่ใกล้เข้ามา</li>



<li>การขึ้นไปนำเสนองานต่อหน้าคนจำนวนมาก</li>
</ul>



<h3 class="wp-block-heading">2. ความเครียดฉับพลันแบบต่อเนื่อง (Episodic Acute Stress)</h3>



<p class="wp-block-paragraph">ความเครียดฉับพลันที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ ติดต่อกันหลายครั้ง ในช่วงเวลาห่างกันไม่นาน เหมือนมรสุมชีวิตที่พัดเข้ามาลูกแล้วลูกเล่า จนแทบไม่มีเวลาพักหายใจ เช่น</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ช่วงที่ร่างกายป่วยออด ๆ แอด ๆ บ่อยครั้ง</li>



<li>ถูกเจ้านายตำหนิหรือกดดันเป็นประจำ</li>



<li>เลิกกับคนรัก หรือมีปัญหารุมเร้าเข้ามาพร้อม ๆ กัน</li>
</ul>



<h3 class="wp-block-heading">3. ความเครียดเรื้อรัง (Chronic Stress)</h3>



<p class="wp-block-paragraph">ความเครียดระดับที่น่ากลัวที่สุด เพราะเป็นความเครียดที่เกิดขึ้นต่อเนื่องยาวนาน เผชิญหน้าอยู่ทุกวัน จนรู้สึกเหมือนไม่มีวันสิ้นสุด นำไปสู่<em>ภาวะเครียดสะสม</em> ที่กัดกินทั้งร่างกายและจิตใจ เช่น</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>งานที่ทำไม่มีความสุข แต่ลาออกไม่ได้</li>



<li>ปัญหาหนี้สินรุมเร้า</li>



<li>ทะเลาะกับแฟนหรือคนในครอบครัวเป็นประจำ</li>
</ul>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<h2 class="wp-block-heading">6 สัญญาณเตือนภัย เครียดแค่ไหนที่ร่างกายบอกว่าต้องไปพบแพทย์</h2>



<p class="wp-block-paragraph">หากเริ่มรู้สึกว่าความเครียดที่เจอมันหนักหนา และไม่แน่ใจว่าควรไปปรึกษาคุณหมอหรือยัง ลองมาเช็ก 6 สัญญาณเตือนเหล่านี้ดูครับ หากมีข้อใดข้อหนึ่งหรือหลายข้อรวมกัน อาจเป็นสัญญาณว่าใจของคุณกำลังร้องขอความช่วยเหลือแล้ว</p>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>จัดการอารมณ์ไม่ได้:</strong> มีปัญหาในการควบคุมอารมณ์ เช่น โกรธฉุนเฉียวง่ายกว่าปกติ หรือจู่ ๆ ก็รู้สึกเศร้า ดำดิ่งลงไปอย่างไม่มีสาเหตุ และไม่สามารถดึงตัวเองกลับมาได้</li>



<li><strong>มีปัญหาในการนอน:</strong>  นอนหลับยากขึ้น นอนไม่หลับ ฝันร้ายบ่อย ๆ หรือสะดุ้งตื่นกลางดึกหลายครั้งแล้วนอนต่อไม่ได้ ทำให้ร่างกายไม่ได้พักผ่อนอย่างเต็มที่</li>



<li><strong>พฤติกรรมการกินเปลี่ยนไป:</strong> เบื่ออาหาร กินได้น้อยลง จนน้ำหนักลดฮวบ หรือในทางกลับกัน บางคนอาจกินเพื่อแก้เครียด (Emotional Eating) กินเยอะกว่าเดิม จนควบคุมไม่ได้</li>



<li><strong>ความสามารถในการใช้ชีวิตลดลง:</strong> สมองตื้อ คิดอะไรไม่ออก ทำงานหรือเรียนได้ช้าลง ประสิทธิภาพในการทำงานลดฮวบอย่างเห็นได้ชัด ไม่กระตือรือร้นเหมือนแต่ก่อน</li>



<li><strong>ปลีกตัวออกจากสังคม:</strong> เริ่มไม่อยากเจอผู้คน ไม่อยากพูดคุยกับใคร แม้กระทั่งเพื่อนสนิทหรือคนในครอบครัว ไม่อยากทำกิจกรรมที่เคยชอบ และละเลยสิ่งรอบตัว</li>



<li><strong>เริ่มใช้สารเสพติดหรือคิดทำร้ายตัวเอง:</strong> ดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่ หรือใช้สารเสพติดเพื่อหลบหนีความจริง เริ่มมีความคิดแวบเข้ามาในหัวว่าอยากทำร้ายตัวเอง หรือไม่อยากอยู่บนโลกนี้อีกต่อไป</li>
</ul>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<h2 class="wp-block-heading">ดูแลใจตัวเองในวันที่ล้า</h2>



<p class="wp-block-paragraph">การเดินไปพบจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยา ไม่ได้แปลว่าเราเป็นบ้าหรืออ่อนแอ แต่มันคือการดูแลรักษาสุขภาพใจให้แข็งแรง เช่นเดียวกับการที่เราไปหาหมอเมื่อเป็นหวัด หากคุณเริ่มสังเกตเห็นสัญญาณเตือนเหล่านี้ในตัวเองหรือคนใกล้ชิด ลองเริ่มต้นด้วยการผ่อนคลายด้วยวิธีง่ายๆ เช่น ออกกำลังกาย ทำงานอดิเรก หรือหาคนที่ไว้ใจได้ระบายความรู้สึกออกมา</p>



<p class="wp-block-paragraph">แต่ถ้ารับมือไม่ไหวจริง ๆ การเข้าพบผู้เชี่ยวชาญคือทางออกที่ดีที่สุดครับ เพราะสุขภาพจิตที่ดี คือรากฐานของชีวิตที่มีความสุข รักตัวเองให้มาก ๆ และอย่าลืมหมั่นเช็กสภาพใจกันด้วยนะครับ</p><p>The post <a href="https://www.jonessalad.com/%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%94%e0%b9%81%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%9b%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%ad-%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b9%87%e0%b8%81-3-%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%94%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%94%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8d%e0%b8%b2%e0%b8%93%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%83%e0%b8%88%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%a7/">เครียดแค่ไหนต้องไปหาหมอ? เช็ก 3 ระดับความเครียดและสัญญาณเตือนที่ใจบอกว่าไม่ไหวแล้ว</a> first appeared on <a href="https://www.jonessalad.com">Jones' Salad Thailand</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เครียดจัง ทำยังไงดี? รวมวิธีคลายเครียดที่ทำได้ง่าย ๆ</title>
		<link>https://www.jonessalad.com/%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%94%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%87-%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%a2%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%87%e0%b8%94%e0%b8%b5-%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%94%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%86/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%2584%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25b5%25e0%25b8%25a2%25e0%25b8%2594%25e0%25b8%2588%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%2587-%25e0%25b8%2597%25e0%25b8%25b3%25e0%25b8%25a2%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%2587%25e0%25b9%2584%25e0%25b8%2587%25e0%25b8%2594%25e0%25b8%25b5-%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25a7%25e0%25b8%25a1%25e0%25b8%25a7%25e0%25b8%25b4%25e0%25b8%2598%25e0%25b8%25b5%25e0%25b8%2584%25e0%25b8%25a5%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%25a2%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%2584%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25b5%25e0%25b8%25a2%25e0%25b8%2594%25e0%25b8%2597%25e0%25b8%25b5%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%2597%25e0%25b8%25b3%25e0%25b9%2584%25e0%25b8%2594%25e0%25b9%2589%25e0%25b8%2587%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%25a2%25e0%25b9%2586</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Nititham Kudhom]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 31 Dec 2019 04:48:08 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Mental Health]]></category>
		<category><![CDATA[ความเครียด]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://jonessalad.com/?p=5463</guid>

					<description><![CDATA[<p>ชีวิตไม่แฮปปี้ เศรษฐกิจไม่ดี การเมืองไม่ได้ดังใจ โดนแฟนทิ้ง หรือขี้ไม่ออกเป็นเรื่องที่ทำให้หลายคนเครียด</p>
<p>The post <a href="https://www.jonessalad.com/%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%94%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%87-%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%a2%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%87%e0%b8%94%e0%b8%b5-%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%94%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%86/">เครียดจัง ทำยังไงดี? รวมวิธีคลายเครียดที่ทำได้ง่าย ๆ</a> first appeared on <a href="https://www.jonessalad.com">Jones' Salad Thailand</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="wp-block-paragraph">ชีวิตไม่แฮปปี้ เศรษฐกิจไม่ดี การเมืองไม่ได้ดังใจ โดนแฟนทิ้ง หรือขี้ไม่ออกเป็นเรื่องที่ทำให้หลายคนเครียด เมื่อเครียดแล้วร่างกายจะส่งสัญญานบางอย่างที่มีผลกระทบต่อสุขภาพของเราให้แย่ลง ทำให้ชีวิตไม่มีความสุข แก่เร็ว และยังเป็นที่มาของหลายโรคอีกด้วยนะ</p>



<p class="wp-block-paragraph">มาเช็กดูถ้ามีอาการแบบนี้บ่อย ๆ ใน 2 เดือน</p>



<ol class="wp-block-list">
<li>นอนไม่หลับเพราะคิดมาก กังวลใจ</li>



<li>ปวดท้ายทอย หลัง ไหล่ ทั้งทีไม่ได้ทำอะไรหนักมา</li>



<li>เหนื่อยหน่ายจนไม่อยากทำอะไรเลย</li>
</ol>



<p class="wp-block-paragraph">หากมีอาการแบบนี้อาจเป็นสัญญาณบอกเราว่ากำลังอยู่ใน <em>“ภาวะเครียดระยะเริ่มต้น” </em>แต่ถึงจะแค่เริ่มต้นแต่เมื่อเครียดแล้วก็อาจจะเครียดอยู่เรื่อยๆ บางคนก็เครียดโดยไม่รู้ตัว</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<h2 class="wp-block-heading">แล้ว “ความเครียด” คืออะไร?</h2>



<p class="wp-block-paragraph">ความเครียดเป็นเรื่องของอารมณ์หรือความรู้สึกที่เกิดขึ้นเมื่อเราเจอกับปัญหารู้สึกถูกกดดัน ไม่สบายใจ วุ่นวายใจ กลัว วิตกกังวล หรือถูกบีบคั้น เมื่อปัญหาต่างๆเหล่านั้นมันคุกคามจิตใจ หรืออาจจะเป็นอันตรายกับเราซึ่งจะส่งผลให้สภาวะสมดุลของร่างกายและจิตใจเสียไป</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<h2 class="wp-block-heading">ความเครียดนั้นส่งผลอะไรบ้าง?</h2>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อเจอเรื่องเครียด ร่างกายจะเริ่มปล่อยฮอร์โมนเครียดออกมา (Cotisol) ทำให้ร่างกายตื่นตัว หัวใจเต้นเร็วขึ้น ความดันเริ่มสูงขึ้น กล้ามเนื้อเกิดการหดเกร็ง&nbsp; ซึ่งอาการเหล่านี้คือการตอบสนองตามธรรมชาติ เพื่อให้ร่างกายเราพร้อมที่จะสู้กับเหตุการณ์ที่เราไม่คาดคิด ถ้าเราผ่านเหตุการณ์พวกนี้ไปได้อาการเหล่านี้ก็จะหายไป</p>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อเครียดหนักๆ ร่างกายจะปล่อยฮอร์โมนเครียดออกมามากเป็นเวลานาน ทำให้ฮอร์โมนต่างๆในร่างกายเริ่มปั่นป่วนจนส่งผลเสียต่อร่างกายได้หลายอย่างตั้งแต่ปวดหัว ปวดหลัง เจ็บหน้าอก หลอดเลือดอักเสบ&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้ยังพบว่าฮอร์โมนเครียดยังสามารถทำร้ายสมองของเราได้ด้วย โดยเฉพาะสมองส่วนการคิดวิเคราะห์ ตัดสินใจ และการควบคุมอารมณ์&nbsp; จึงทำให้การเรียนรู้และการควบคุมอารมณ์แย่ลงได้ ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของโรคทางจิตใจอย่างเช่น โรคซึมเศร้า และโรคอัลไซเมอร์ ซึ่งทำให้หลายคนสูญเสียความเชื่อมั่นในตนเอง เศร้าซึม คับข้องใจ วิตกกังวล หรือถ้าเครียดมากอาจเกิดอาการหลงผิดและตัดสินใจแบบชั่ววูบนำไปสู่การฆ่าตัวตายในที่สุด</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<h2 class="wp-block-heading">วิธีคลายความเครียด</h2>



<h3 class="wp-block-heading">คลายเครียดใน 5 นาที</h3>



<ul class="wp-block-list">
<li>เคี้ยวหมากฝรั่งอย่างน้อย 3 นาที</li>



<li>สูดดมอะไรหอมๆ เข้าลึกๆ 10 ครั้ง</li>
</ul>



<h3 class="wp-block-heading">คลายเครียดใน 10 นาที</h3>



<ul class="wp-block-list">
<li>ทำสมาธิ กำหนดลมหายใจเข้าออก</li>



<li>งีบนอนสัก 10-20 นาที</li>
</ul>



<h3 class="wp-block-heading">คลายเครียดใน 30 นาที</h3>



<ul class="wp-block-list">
<li>คุยกับเพื่อนระบายปัญหากับเพื่อน</li>



<li>หากิจกรรมอะไรทำ ดูหนังฟังเพลงกับคนรู้ใจ</li>
</ul>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<p class="wp-block-paragraph">เพราะความเครียดนั้นส่งผลต่อชีวิตของเรามากกว่าที่คิด การทำให้ชีวิตแฮปปี้มีความสุขนั้นย่อมดีกว่า แต่เมื่อชีวิตมันเครียดแล้วก็ต้องหาทางออก หากทำตามแล้วไม่ดีขึ้นก็ลองหนีไป!!! ออกไปเดินเล่นข้างนอกอยู่สักพักอาจจะดีขึ้นก็เป็นได้นะค้าบบ</p><p>The post <a href="https://www.jonessalad.com/%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%94%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%87-%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%a2%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%87%e0%b8%94%e0%b8%b5-%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%94%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%86/">เครียดจัง ทำยังไงดี? รวมวิธีคลายเครียดที่ทำได้ง่าย ๆ</a> first appeared on <a href="https://www.jonessalad.com">Jones' Salad Thailand</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เหงาบ่อย ๆ อันตรายไหมนะ?</title>
		<link>https://www.jonessalad.com/%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%9a%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a2-%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b8%b0/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%25ab%25e0%25b8%2587%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%259a%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%25a2-%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%2595%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%25a2%25e0%25b9%2584%25e0%25b8%25ab%25e0%25b8%25a1%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%25b0</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Nititham Kudhom]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 28 Dec 2019 16:25:43 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Mental Health]]></category>
		<category><![CDATA[ความเหงา]]></category>
		<category><![CDATA[โรคซึมเศร้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://jonessalad.com/?p=5230</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในวันที่เราไม่เหลือใคร ความเหงายังอยู่ข้างๆ เราเสมอ จากผลสำรวจพบว่า คนไทยเกือบครึ่งประเทศกำลังเหงา</p>
<p>The post <a href="https://www.jonessalad.com/%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%9a%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a2-%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b8%b0/">เหงาบ่อย ๆ อันตรายไหมนะ?</a> first appeared on <a href="https://www.jonessalad.com">Jones' Salad Thailand</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="wp-block-paragraph">ในวันที่เราไม่เหลือใคร ความเหงายังอยู่ข้างๆ เราเสมอ จากผลสำรวจพบว่า คนไทยเกือบครึ่งประเทศกำลังเหงา ซึ่ง &#8220;ความเหงา&#8221; นั้นมีอันตรายมากกว่าที่เราคิด โดยมีงานวิจัยพบว่าความเหงานั้นสามารถบั่นทอนสุขภาพร่างกายของเราได้มากพอๆกับ การเป็นโรคอ้วนหรือการสูบบุหรี่ 15 มวนต่อวันเลยทีเดียวครับ</p>



<h2 class="wp-block-heading">วิธีคลายเหงา</h2>



<h3 class="wp-block-heading">ระยะสั้น		<em>เล่นโซเชียล</em></h3>



<p class="wp-block-paragraph">วิธีที่ฮิตที่ซู๊ดดด&#8230;ในยุคนี้ก็คงจะหนีไม่พ้นการจับโทรศัพท์แล้วเขย่าแอพฯ หาเพื่อนออนไลน์ การสร้างมิตรภาพใหม่ๆ จะทำให้เราหายเหงาได้อย่างดีแต่นั้นมันก็เพียงชั่วคราวเพราะว่าคุณภาพของมิตรภาพนั้นน้อย</p>



<p class="wp-block-paragraph">วิธีนี้จึงไม่ค่อยเหมาะกับคนขี้เหงาสักเท่าไหร่นะครับ เพราะถ้าหายเหงาเขาก็ทิ้งเรา</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<h3 class="wp-block-heading">ระยะกลาง <em>ทำกิจกรรมเข้าสังคม</em></h3>



<p class="wp-block-paragraph">การลองไปเข้าหาสังคมใหม่ๆ ถ้าเรารู้สึกว่าสังคมเดิมๆ มันเริ่มน่าเบื่อก็ดีไม่น้อยนะครับ เพราะการได้พบปะกับผู้คนใหม่ๆ โดยเฉพาะคนที่มีความสนใจหรือมีนิสัย มีประสบการณ์ชีวิตที่คล้ายๆ กัน ยิ่งจะทำให้เรารู้สึกสนิทใจและดีขึ้น โดยการพบกันครั้งนี้อาจจะทำให้เราได้พบเพื่อนใหม่เพิ่มขึ้นก็ได้</p>



<p class="wp-block-paragraph">อาจจะลองเริ่มจากการเข้าร่วมชมรม หรือการท่องเที่ยว ทำกิจกรรมเพื่อสังคม หรือจะลองย้ายที่ทำงานดูครับ หึหึ</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<h3 class="wp-block-heading">ระยะยาว <em>สร้างความสัมพันธ์กับคนที่เรารัก</em></h3>



<p class="wp-block-paragraph">วิธีสุดท้ายนี้คือการหาตัวช่วย แน่นอนว่าการมีใครสักคน ที่เรารู้สึกดีด้วย สบายใจด้วยนั้นอยู่กับเรา รับฟังเราคงจะดีไม่น้อย ถ้ามีก็ลองชวนกันไปทำกิจกรรมต่าง ๆ เช่น ไปเที่ยว ดูหนัง คุณภาพของความสัมพันธ์ที่มีค่านั้นจะทำให้ความเหงาหายไปอย่างแน่นอน</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<p class="wp-block-paragraph">	เพราะความเหงาเป็นขั้วบวกขั้วลบ จึงมีทั้งคุณและโทษ ความเหงาแม้จะทำให้เรารู้สึกเดียวดายแต่อย่างน้อยมันก็ทำให้เราได้มีเวลาอยู่กับตัวเองและคนที่เรารักมากขึ้น การปล่อยให้ชีวิตเหงาบ้างอาจจะดีกว่าการมีใครอยู่ข้างๆ แต่กลับไม่มีความสุขก็ได้นะ</p><p>The post <a href="https://www.jonessalad.com/%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%9a%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a2-%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b8%b0/">เหงาบ่อย ๆ อันตรายไหมนะ?</a> first appeared on <a href="https://www.jonessalad.com">Jones' Salad Thailand</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ปวดหัวไมเกรน vs ปวดหัวเพราะเครียด ต่างกันยังไง?</title>
		<link>https://www.jonessalad.com/%e0%b8%9b%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%99-vs-%e0%b8%9b%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%94-%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%87/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=%25e0%25b8%259b%25e0%25b8%25a7%25e0%25b8%2594%25e0%25b8%25ab%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%25a7%25e0%25b9%2584%25e0%25b8%25a1%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%2599-vs-%25e0%25b8%259b%25e0%25b8%25a7%25e0%25b8%2594%25e0%25b8%25ab%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%25a7%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%259e%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%25b0%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%2584%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25b5%25e0%25b8%25a2%25e0%25b8%2594-%25e0%25b8%2595%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%2587%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%25a2%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%2587%25e0%25b9%2584%25e0%25b8%2587</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Itim.Jones]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 03 Dec 2019 08:21:15 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Disease]]></category>
		<category><![CDATA[Mental Health]]></category>
		<category><![CDATA[ปวดหัว]]></category>
		<category><![CDATA[เครียด]]></category>
		<category><![CDATA[ไมเกรน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://jonessalad.com/?p=4854</guid>

					<description><![CDATA[<p>ปวดหัวบ่อยๆ เป็น ไมเกรน รึป่าวนะ? เอาจริงๆ ปวดหัวมีหลายแบบ แต่ที่คนนิยมเป็นกัน(ไม่รวมปวดหัวเพราะป่วย) จะมี 2 แบบ</p>
<p>The post <a href="https://www.jonessalad.com/%e0%b8%9b%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%99-vs-%e0%b8%9b%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%94-%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%87/">ปวดหัวไมเกรน vs ปวดหัวเพราะเครียด ต่างกันยังไง?</a> first appeared on <a href="https://www.jonessalad.com">Jones' Salad Thailand</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="wp-block-paragraph">ปวดหัวอาการที่เกิดขึ้นได้กับทุกคน เชื่อว่าในชีวิตเราต้องมีสักครั้งที่ปวดหัว&nbsp; ยิ่งช่วงนี้เศรษฐกิจกำลังย้ำแย่อาจทำให้ปวดหัวได้อยู่บ่อยๆ สำหรับอาการปวดหัวเอาจริงๆก็มีหลายแบบ แต่ที่คนนิยมเป็นกัน(ไม่รวมปวดหัวเพราะป่วย) จะมี 2 แบบ คือ</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ปวดหัวไมเกรน</li>



<li>ปวดหัวจากความเครียด</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">สองอาการนี้มันต่างกันยังไง?&nbsp;</p>



<h2 class="wp-block-heading">1. ปวดหัวไมเกรน</h2>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>สาเหตุ:</strong> ปัจจุบันนี้ยังไม่ทราบสาเหตุที่ชัดเจน แต่ว่ากันว่าอาจเกิดจากความผิดปกติของสารเคมีในสมอง ที่ทำให้หลอดเลือดไวต่อสิ่งกระตุ้น จึงทำให้เมื่อมีอาการปวด จะปวดตามเส้นเลือดในหัว&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>ลักษณะการปวด:</strong> ปวดแบบตุ้บ ๆ ตามจังหวะการเต้นของหัวใจ (ส่วนมากจะปวดหัวแค่ข้างเดียว) โดยก่อนปวด มักมีอาการเตือนก่อน เช่น เห็นแสงวูบวาบ ตาพร่า ตาลาย</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้คนที่เป็นไมเกรนมักจะมีสิ่งกระตุ้นที่ทำให้ปวดไมเกรนมากขึ้น ได้แก่ อากาศร้อนๆ การนอนไม่พอ ช่วงมีประจำเดือน หรือ การกินอาหารบางชนิดที่กระตุ้น เช่น ชีส เนย ช็อคโกแลต ไวน์ เป็นต้น</p>



<h3 class="wp-block-heading">วิธีป้องกันและรักษา</h3>



<ul class="wp-block-list">
<li>หลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้นที่ทำให้เกิดไมเกรน ช่วงแรกอาจจะต้องสังเกตก่อนว่าก่อนที่จะมีอาการปวดไมเกรนมีอะไรทำให้เราปวดบ้างเช่น เจอแสงแดดแล้วปวด กินอาหารบ้างอย่างแล้วปวด เพื่อที่จะได้หลีกเลี่ยงได้ถูก</li>



<li>ถ้าปวดมากๆทนไม่ไหว อาจต้องทานยาแก้ปวดเพื่อบรรเทาอาการปวด</li>
</ul>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<h2 class="wp-block-heading">2.ปวดหัวจากความเครียด</h2>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>สาเหตุ:</strong> เกิดจากการที่ร่างกายมีความเครียดแล้วหลั่งสารเคมีบางชนิดออกมา ทำให้กล้ามเนื้อบริเวณหัว ขมับ บ่า เกิดการเกร็งตัว ลักษณะการปวดจะปวดตึง ๆ ตื้อ ๆ เหมือนมีอะไรมารัดหัว!! จึงทำให้รู้สึกปวดรอบ ๆ หัว และอาจปวดลามลงไปถึง คอ ไหล่ บ่า เลยก็มี&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">สำหรับสิ่งกระตุ้นที่มักทำให้เกิดการปวดหัวจากความเครียด คือ ความเครียด การพักผ่อนที่ไม่พอ หรือการกินข้าวผิดเวลาก็กระตุ้นได้เหมือนกัน</p>



<h3 class="wp-block-heading">วิธีป้องกันและรักษา</h3>



<ul class="wp-block-list">
<li>ปล่อยวาง มองโลกให้บวกขึ้น พยายามสนุกกับชีวิตและการทำงานให้มากขึ้น</li>



<li>นั่งสมาธิ เข้าวัดทำบุญ หรือ เล่นกับน้องหมา</li>



<li>พักผ่อนให้เพียงพอ</li>



<li>หมั่นออกกำลังกาย</li>



<li>ถ้าปวดแบบไม่ไหวจริง ๆ ก็กินยาแก้ปวดเพื่อบรรเทาอาการ หรือปรึกษาแพทย์</li>
</ul>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<p class="wp-block-paragraph">แม้อาการปวดหัวทั้งสองชนิดจะสร้างความทรมานให้แก่เรา แต่ลุงโจนส์ยอมปวดหัว ดีกว่าปวดใจ เพราะ คนใจร้ายอย่างเธอ คนที่ไม่มีน้ำใจ ไม่มีเยื่อใย ให้คนเคยรักกัน&#8230;</p><p>The post <a href="https://www.jonessalad.com/%e0%b8%9b%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%99-vs-%e0%b8%9b%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%94-%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%87/">ปวดหัวไมเกรน vs ปวดหัวเพราะเครียด ต่างกันยังไง?</a> first appeared on <a href="https://www.jonessalad.com">Jones' Salad Thailand</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เครียด vs ซึมเศร้า</title>
		<link>https://www.jonessalad.com/%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%94-vs-%e0%b8%8b%e0%b8%b6%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%2584%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25b5%25e0%25b8%25a2%25e0%25b8%2594-vs-%25e0%25b8%258b%25e0%25b8%25b6%25e0%25b8%25a1%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%25a8%25e0%25b8%25a3%25e0%25b9%2589%25e0%25b8%25b2</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Nititham Kudhom]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 29 Aug 2019 09:23:59 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Mental Health]]></category>
		<category><![CDATA[ซึมเศร้า]]></category>
		<category><![CDATA[เครียด]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://jonessalad.com/?p=1540</guid>

					<description><![CDATA[<p>วันที่โรคซึมเศร้าเป็นที่รู้จัก และ ได้รับความสนใจมากขึ้น<br />
แต่ยังมีความสับสนอยู่มาก ว่าอาการแบบไหนนะ ที่ถือเป็นโรคซึมเศร้า</p>
<p>The post <a href="https://www.jonessalad.com/%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%94-vs-%e0%b8%8b%e0%b8%b6%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2/">เครียด vs ซึมเศร้า</a> first appeared on <a href="https://www.jonessalad.com">Jones' Salad Thailand</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="wp-block-paragraph">วันที่โรคซึมเศร้าเป็นที่รู้จัก และได้รับความสนใจมากขึ้น แต่ยังมีความสับสนอยู่มาก ว่าอาการแบบไหนที่ถือเป็นโรคซึมเศร้า</p>



<p class="wp-block-paragraph">เรา หรือคนข้างตัวเราที่หดหู่ ไม่มีความสุขเหมือนเคย จะเรียกว่าเป็นโรคซึมเศร้าเลยหรือเปล่า หรือจริง ๆ แล้วแค่เครียดเท่านั้น</p>



<p class="wp-block-paragraph">ถามว่าทำไมเราถึงต้องแยกอาการเครียด กับซึมเศร้าให้ได้ นั่นเป็นเพราะว่าความรุนแรง และการรักษานั้นแตกต่างกัน</p>



<p class="wp-block-paragraph">แล้วจะยิ่งอันตรายมากขึ้น ถ้าเขาเป็นโรคซึมเศร้า แต่เราปฎิบัติกับเขาเหมือนคนที่เครียด จนอาจส่งผลไปสู่การฆ่าตัวตายได้เลย</p>



<p class="wp-block-paragraph">ดังนั้นเรามาดูเรื่องความเครียดที่ใกล้ตัวเรามากกว่ากันก่อน</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<h2 class="wp-block-heading">เครียด</h2>



<p class="wp-block-paragraph">ปกติธรรมชาติของเราสร้างความเครียดไว้เพื่อเป็นประโยชน์ในการเอาชีวิตรอด เพราะในอดีตเราใช้ชีวิตด้วยการล่าสัตว์ เมื่อต้องเผชิญอันตรายร่างกายจะใช้ความเครียด เพื่อให้เราตื่นตัวขึ้น พร้อมต่อสู้ หรือวิ่งหนีเอาตัวรอด</p>



<p class="wp-block-paragraph">แต่ในสังคมปัจจุบัน พอเกิดความเครียดขึ้นเรากลับไม่สามารถต่อสู้ หรือวิ่งหนีได้เหมือนแต่ก่อน อาจด้วยหน้าที่การงาน สถานะทางสังคม ความคาดหวังจากคนรอบข้าง จนเกิดเป็นความเครียดสะสม ประกอบกับสังคมที่ไม่ค่อยเปิดโอกาสให้เราได้ปรึกษา หรือระบายปัญหากับใครได้อย่างเปิดใจ</p>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อความเครียดสะสมมากขึ้น หนทางแก้ปัญหาก็ยังมองไม่เห็น จึงเกิดเป็นสิ่งที่เรียกว่า “ภาวะเครียด”</p>



<p class="wp-block-paragraph">จุดสังเกตภาวะความเครียดหลัก ๆ คือ</p>



<ol class="wp-block-list">
<li>บอกได้ชัดเจนว่าเครียดเรื่องอะไร </li>



<li>ยังคงทำงานและใช้ชีวิตประจำวันได้ปกติอยู่</li>



<li>ยังพอนอนหลับได้ ถึงแม้จะใช้เวลากว่าจะหลับ</li>



<li>มีความรู้สึกทุกข์ไม่นาน เมื่อสาเหตุนั้นหายไป หรือปรับตัวได้ ก็จะกลับมาปกติ</li>
</ol>



<p class="wp-block-paragraph">การช่วยเหลือคนข้างตัวที่กำลังเครียด จะเป็นการพูดให้กำลังใจ เช่น “สู้ๆนะ” “เดี๋ยวมันก็ผ่านไป”  รวมทั้งรับฟัง ให้เขาสบายใจขึ้น หรืออาจให้คำแนะนำในการรับมือ วิธีการแก้ไขปัญหานั้น ๆ </p>



<p class="wp-block-paragraph">อย่างไรก็ตามความเครียดมาก ๆ สะสมนาน ๆ อาจพาไปสู่การเป็น โรคซึมเศร้าได้เช่นกัน</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<h2 class="wp-block-heading">ซึมเศร้า</h2>



<p class="wp-block-paragraph">จุดสำคัญที่แตกต่างกันชัดเจน คือ โรคซึมเศร้านั้น จัดเป็นโรคที่เกิดจากความผิดปกติของสารเคมีในสมอง เรียกว่าเป็น “ความเศร้าเรื้อรังที่ทำให้สมองเศร้าไปด้วย” </p>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อเป็นโรค อาการจึงเกิดขึ้นเกือบตลอดเวลา 2 อาทิตย์ขึ้นไป รวมทั้งบอกไม่ได้ว่าสาเหตุอะไรที่ทำให้เศร้า และ อาการที่เกิดขึ้นนี้กระทบกับการทำงาน การใช้ชีวิตประจำวันให้ผิดปกติไป</p>



<p class="wp-block-paragraph">โดยจิตแพทย์แนะนำว่า ต้องมีอาการของโรคหลักๆ อย่างน้อย 1 ใน 2 ข้อนี้</p>



<ol class="wp-block-list">
<li>มีอารมณ์เศร้า เบื่อตัวเอง เบื่อคนรอบข้าง โลกไม่น่าอยู่</li>



<li>ไม่มีความสุขในสิ่งเคยทำแล้วมีความสุข</li>
</ol>



<p class="wp-block-paragraph">และอาจมีอาการเหล่านี้ร่วมด้วย</p>



<ol class="wp-block-list">
<li>กระวนกระวาย อยู่ไม่สุข หรือ เชื่องช้าลง</li>



<li>น้ำหนักลดลง หรือ เพิ่มขึ้นมาก</li>



<li>นอนไม่หลับ หรือ นอนหลับมากเกินไป</li>



<li>ไม่มีแรง เหนื่อยไม่มีสาเหตุ</li>



<li>รู้สึกไร้ค่า มีใครเป็นห่วงกลับรู้สึกผิด </li>



<li>ไม่มีสมาธิในการจดจ่อ หรือ ลังเลใจไปหมด</li>



<li>คิดถึงความตาย การฆ่าตัวตายซ้ำไปซ้ำมา</li>
</ol>



<p class="wp-block-paragraph">อย่าลืมว่าโรคซึมเศร้า เกิดจากความผิดปกติของสารเคมีในสมอง การรักษาหลัก ๆ จึงเป็นการใช้ยาเพื่อปรับให้สารเคมีในสมองกลับมาสมดุลปกติอีกครั้ง </p>



<p class="wp-block-paragraph">คนที่เริ่มมีอาการของโรคซึมเศร้า จึงไม่ต้องอายที่ต้องไปพบจิตแพทย์เพื่อรับยา และ รักษาตามกระบวนการ เพราะว่าโรคนี้เป็นโรคที่รักษาให้หายได้นะ หรือถ้ายังไม่พร้อมลองโทรปรึกษากรมสุขภาพจิต ที่เบอร์ 1323 ดูก่อนก็ได้</p>



<p class="wp-block-paragraph">สำหรับคนรอบข้างสามารถช่วยให้โรคซึมเศร้าหายได้เร็วขึ้น โดยเน้นการรับฟัง เอาใจใส่ ให้กำลังใจ แต่ไม่ต้องบอกว่าเขาต้องทำอะไร คอยถามไถ่ว่าวันนี้เป็นยังไงบ้าง รวมทั้งทำให้เขามั่นใจว่าเรารับได้ว่าเขาเป็นโรคนี้ และเราจะอยู่ข้างเขาไม่ทิ้งไปไหน</p>



<p class="wp-block-paragraph">สิ่งที่ต้องระมัดระวังคือ การพูดว่าสู้ ๆ นะ เพราะคนที่ป่วยจะรู้สึกว่ากำลังสู้อยู่ ถ้าทำได้ทำไปนานแล้ว ก็ไม่ได้อยากเศร้า อยากมีความสุขแต่มันทำไม่ได้ <br></p>



<p class="wp-block-paragraph">และสุดท้าย ไม่ว่าจะเครียด หรือซึมเศร้า ด้วยความใส่ใจ รับฟัง และ การให้กำลังใจที่เรามีให้แก่กัน ลุงเชื่อว่าในที่สุด วันที่ความเศร้าจางหายไปต้องมาถึงอย่างแน่นอน</p>



<p class="wp-block-paragraph">อ้างอิงข้อมูล:</p>



<p class="wp-block-paragraph">1). <a href="https://med.mahidol.ac.th/ramamental/generalknowledge/general/09042014-1017" rel="nofollow" title="">https://med.mahidol.ac.th/ramamental/generalknowledge/general/09042014-1017</a></p>



<p class="wp-block-paragraph">2). แพทย์หญิงพิยะดา หาชัยภูมิ<br></p><p>The post <a href="https://www.jonessalad.com/%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%94-vs-%e0%b8%8b%e0%b8%b6%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2/">เครียด vs ซึมเศร้า</a> first appeared on <a href="https://www.jonessalad.com">Jones' Salad Thailand</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
